วิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ปมเครนถล่ม ‘บกพร่องรุนแรง ไม่ใช่โชคร้าย’
จากความเสี่ยงและภัยอันตรายของงานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก นับเป็นความเจ็บปวดของประชาชนและผู้ประสบภัยที่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ศ.ดร.อมร พิมานมาศ” นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ถึงความเห็น และข้อเสนอแนะในเชิงวิชาการ วิชาชีพ และการแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย
ไม่ใช่โชคร้าย แต่คือ “ความบกพร่อง”
“ศ.ดร.อมร” กล่าวว่า เหตุการณ์เครนถล่ม 2 ครั้งซ้อนที่เกิดขึ้น ต้องแยกแยะระหว่าง“ดวง” กับ“ความจริงทางวิศวกรรม”
ข้อแรก ต้องตัดเรื่องธรรมชาติออกไป เพราะจุดเกิดเหตุไม่มีพายุ ไม่มีฝนฟ้าคะนอง ไม่มีแผ่นดินไหว จึงเหลือ 2 ทางเลือก คือ เป็นอุบัติเหตุ หรือ “ความบกพร่อง” กันแน่
ในทางวิศวกรรม คำว่า อุบัติเหตุ มีนิยามที่แตกต่าง เราทำงานตามมาตรฐาน ตรวจสอบถี่ถ้วน แต่ยังมีปัจจัยที่เหนือการคาดหมายก็คือเรื่องหนึ่ง แต่กรณีที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่”
“เคสนี้ ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างอย่างรุนแรง”
หากพิจารณารายละเอียดทางเทคนิค เคสแรกที่ “ขารองรับเครน” ร่วงลงมา ในทางวิศวกรรมไม่ควรจะร่วงลงมาได้ง่าย ๆ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญถึง “จุดยึด” หรือ Anchoring ว่ามีความแข็งแรงตามที่คำนวณกันไว้ในแบบหรือไม่ หรือมีการข้ามขั้นตอน ??
“เคสที่สอง ถนนพระราม 2 เห็นภาพหลักฐานชัดเจนมาก คือ ขารองรับเครนเกิดการทรุดตัว สาเหตุเพราะวางฐานในตำแหน่งที่ผิด ไปวางบนจุดที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ทำให้โครงสร้างรับไม่ไหว เกิดการยุบตัว ส่งผลให้เครนหักกลาง”
จากหลักฐานและการตรวจสอบ วิศวกรหลายท่านและทางสมาคมเห็นว่า มีแนวโน้มไปทางความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่าอุบัติเหตุแน่นอน
เมื่อบิ๊กโปรเจ็กต์เป็นเขตอันตราย
นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯย้ำอีกว่า ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ การเกิดขึ้นของอุบัติเหตุซ้ำ ๆ มักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ จนกลายเป็นสถิติชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐห้ามมองข้าม
ถ้าพลาดครั้งเดียว เราอาจมองเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่ที่ผ่านมาเกิดขึ้นซ้ำถึง 4 ครั้งใหญ่ในรอบปี ตั้งแต่ตึก สตง.ถล่ม ถนนยุบจากการสร้างรถไฟฟ้า เครนถล่มจากการสร้างรถไฟไฮสปีดทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว และเครนถล่มจากการสร้างทางด่วนคร่อมพระรามสอง
ทั้งหมดมีจุดร่วมที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดใจ คือเป็นการก่อสร้างโปรเจ็กต์ภาครัฐทั้งสิ้น และเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน
“ถือเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในระดับสากลกับโครงการใหญ่ ๆ”
ชี้ 3 ปัจจัย ต้นตอในไซต์งาน
ศ.ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยหย่อนยานถึงขั้นวิกฤต มี 3 ปัจจัยหลักที่เป็นเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ”
1.ปัจจัยเรื่องคน ตั้งแต่ระดับบนสุดคือวิศวกร จนถึงคนขับเครน และแรงงานหน้างาน เครน Launcher ไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ และทำงานในที่สูง มีความซับซ้อนของความสมดุลและน้ำหนัก
ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจริง ๆ แต่สิ่งที่เราพบหน้างานหลายครั้งคือ คนคุมเครื่องจักรไม่มีความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์เพียงพอ จะทำงานตามความเคยชิน ซึ่งอันตรายมาก
2.ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ อาทิ สลิง รอก นอตยึด คือหัวใจของความปลอดภัย เคยลงพื้นที่เห็นบางเคสมีการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ขาดความมั่นใจในเรื่องมาตรฐาน นอตบางตัวเกลียวหวานจนไม่เหลือสภาพ นอตบางตัวคดงอก็ยังเอามาใช้งานต่อ เป็นความเสี่ยงที่มีการละเลย
3.ปัจจัยด้านเครื่องจักร น่าจับตาระเบิดเวลาพวกเครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล เป็นเรื่องที่สังคมอาจไม่ทราบ ว่าเครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในไทยเป็นเครนมือสองที่ซื้อจากต่างประเทศ ไม่ใช่ของใหม่ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น ก็มีการขายต่อและนำมาดัดแปลง ต่อเติม โดยไม่ผ่านการออกแบบคำนวณใหม่ เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน
หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการต้องเข้มงวดในการตรวจสอบอย่างจริงจัง
ช่องโหว่ กฎหมาย-รับเหมาช่วง
ศ.ดร.อมรชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้มากกว่า ซึ่งเป็นความหย่อนยานในการตรวจสอบ เช่น กฎหมายบังคับให้มีวิศวกรควบคุมงาน แต่หน้างานมีจริงมั้ย ? ถ้ามีวิศวกรนั้น ๆ มีความรู้เรื่องเครน Launcher จริงหรือไม่
แต่กฎหมายที่ยังขาดจริง ๆ คือการขึ้นทะเบียนเครน และการจ้างช่วง หรือรับเหมาช่วง (Subcontract) ปัจจุบันบริษัทใหญ่ที่ประมูลงานได้จะไม่ทำเอง แต่จะจ้างต่อให้รับเหมากระจายงานกันทำ รับงานเป็นทอด ๆ ซึ่งไม่ผิด ถ้ากลุ่มรับเหมามีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ เน้นความปลอดภัยเป็นที่หนึ่งตามมาตรฐานสากล
สำหรับการตรวจไซต์งานก่อสร้างสำคัญอย่างยิ่ง วิศวกรเป็นวิชาชีพที่มีไลเซนส์ และลายเซ็นในเอกสารรับรองความถูกต้องของแบบ สังคมวิพากษ์ประเด็นนี้กันมาก เพราะภาคปฏิบัติเป็นคนละเรื่อง
บทลงโทษต้องหนัก-ลงดาบให้เห็น
การแก้ปัญหาต้องจริงจัง ต้องยกระดับ “มาตรฐาน” ผู้ปฏิบัติงานเครนให้เหมือนกับวิศวกร โดยใช้สูตร “4 ผู้” ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด
คือ 1.ผู้ให้สัญญาณเครน 2.ผู้ยึดเกาะวัสดุ 3.ผู้บังคับรถเครน และ 4.ผู้ควบคุมเครน
“ในหน้างานจริง มักพบว่าใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่แทน คำถามคือหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่”
เรื่องบทลงโทษต้องทำจริงและหนักหน่วง เพราะบกพร่องรุนแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์
เรายังไม่มีระบบ Blacklist ที่เข้มข้น ที่ผ่านมาเป็นเพียงการจัดชั้นผู้รับเหมา ไม่ใช่การลงโทษ การลดชั้นหรือตัดแต้ม เพิ่งจะมีการออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ถือว่าช้า
หรือต่อให้มีกฎหมายก็ใช้วิธีเลี่ยง ปิดบริษัทที่มีปัญหา เปลี่ยนชื่อ แล้วประมูลงานใหม่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหาเหล่านี้รัฐต้องจัดการ
กังวลนอมินีทุนต่างชาติ
อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯกังวลมาก คือ ทุนต่างชาติที่แฝงตัวมาในรูปแบบนอมินีเข้ามารับงานโครงสร้างพื้นฐานในไทยเริ่มมีมากขึ้น โดยใช้วิธี JV (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย ใช้บริษัทไทยออกหน้า
ปัญหาคือ มีการตัดราคาประมูลต่ำเกินจริง เพื่อชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายยอม เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือความปลอดภัย และมาตรฐานงานจากแรงงาน อุปกรณ์เครื่องจักร ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องต้นทุนที่ถูกกดให้ต่ำสุด
ข้อเสนอกระดุม 3 เม็ด
หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมเสนอทางออกเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด”
เม็ดแรก : ค้นหาความจริงโดยคนกลาง ต้องมีคณะกรรมการที่เป็นกลางจริง ๆ ไม่ใช่มาตรวจกันเอง แล้วหาสาเหตุเชิงลึกในทางวิศวกรรม ถ้าจุดเริ่มต้นบิดเบี้ยว เราจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้เลย
เม็ดที่สอง : บทลงโทษที่เด็ดขาด ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู บริษัทที่ทำผิดซ้ำต้องถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิงานประมูลอย่างถาวร
เม็ดที่สาม : เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย รัฐต้องรู้เท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา กฎกระทรวงที่เหมาะสมในสถานการณ์แบบนี้ กระทรวงคมนาคมสามารถออกได้ภายใน 6 เดือน ถ้าคิดจะทำจริง ๆ เพื่อบังคับการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพ
อย่าให้ขั้นตอนราชการกลายเป็นอุปสรรคหรือเป็นข้ออ้างอีกต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ปมเครนถล่ม ‘บกพร่องรุนแรง ไม่ใช่โชคร้าย’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net