โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

วิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ปมเครนถล่ม ‘บกพร่องรุนแรง ไม่ใช่โชคร้าย’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ

จากความเสี่ยงและภัยอันตรายของงานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก นับเป็นความเจ็บปวดของประชาชนและผู้ประสบภัยที่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ศ.ดร.อมร พิมานมาศ” นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ถึงความเห็น และข้อเสนอแนะในเชิงวิชาการ วิชาชีพ และการแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย

ไม่ใช่โชคร้าย แต่คือ “ความบกพร่อง”

“ศ.ดร.อมร” กล่าวว่า เหตุการณ์เครนถล่ม 2 ครั้งซ้อนที่เกิดขึ้น ต้องแยกแยะระหว่าง“ดวง” กับ“ความจริงทางวิศวกรรม”

ข้อแรก ต้องตัดเรื่องธรรมชาติออกไป เพราะจุดเกิดเหตุไม่มีพายุ ไม่มีฝนฟ้าคะนอง ไม่มีแผ่นดินไหว จึงเหลือ 2 ทางเลือก คือ เป็นอุบัติเหตุ หรือ “ความบกพร่อง” กันแน่

ในทางวิศวกรรม คำว่า อุบัติเหตุ มีนิยามที่แตกต่าง เราทำงานตามมาตรฐาน ตรวจสอบถี่ถ้วน แต่ยังมีปัจจัยที่เหนือการคาดหมายก็คือเรื่องหนึ่ง แต่กรณีที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่”

“เคสนี้ ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างอย่างรุนแรง”

หากพิจารณารายละเอียดทางเทคนิค เคสแรกที่ “ขารองรับเครน” ร่วงลงมา ในทางวิศวกรรมไม่ควรจะร่วงลงมาได้ง่าย ๆ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญถึง “จุดยึด” หรือ Anchoring ว่ามีความแข็งแรงตามที่คำนวณกันไว้ในแบบหรือไม่ หรือมีการข้ามขั้นตอน ??

“เคสที่สอง ถนนพระราม 2 เห็นภาพหลักฐานชัดเจนมาก คือ ขารองรับเครนเกิดการทรุดตัว สาเหตุเพราะวางฐานในตำแหน่งที่ผิด ไปวางบนจุดที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ทำให้โครงสร้างรับไม่ไหว เกิดการยุบตัว ส่งผลให้เครนหักกลาง”

จากหลักฐานและการตรวจสอบ วิศวกรหลายท่านและทางสมาคมเห็นว่า มีแนวโน้มไปทางความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่าอุบัติเหตุแน่นอน

เมื่อบิ๊กโปรเจ็กต์เป็นเขตอันตราย

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯย้ำอีกว่า ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ การเกิดขึ้นของอุบัติเหตุซ้ำ ๆ มักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ จนกลายเป็นสถิติชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐห้ามมองข้าม

ถ้าพลาดครั้งเดียว เราอาจมองเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่ที่ผ่านมาเกิดขึ้นซ้ำถึง 4 ครั้งใหญ่ในรอบปี ตั้งแต่ตึก สตง.ถล่ม ถนนยุบจากการสร้างรถไฟฟ้า เครนถล่มจากการสร้างรถไฟไฮสปีดทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว และเครนถล่มจากการสร้างทางด่วนคร่อมพระรามสอง

ทั้งหมดมีจุดร่วมที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาดใจ คือเป็นการก่อสร้างโปรเจ็กต์ภาครัฐทั้งสิ้น และเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน

“ถือเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในระดับสากลกับโครงการใหญ่ ๆ”

ชี้ 3 ปัจจัย ต้นตอในไซต์งาน

ศ.ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยหย่อนยานถึงขั้นวิกฤต มี 3 ปัจจัยหลักที่เป็นเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ”

1.ปัจจัยเรื่องคน ตั้งแต่ระดับบนสุดคือวิศวกร จนถึงคนขับเครน และแรงงานหน้างาน เครน Launcher ไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ และทำงานในที่สูง มีความซับซ้อนของความสมดุลและน้ำหนัก

ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจริง ๆ แต่สิ่งที่เราพบหน้างานหลายครั้งคือ คนคุมเครื่องจักรไม่มีความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์เพียงพอ จะทำงานตามความเคยชิน ซึ่งอันตรายมาก

2.ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ อาทิ สลิง รอก นอตยึด คือหัวใจของความปลอดภัย เคยลงพื้นที่เห็นบางเคสมีการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ขาดความมั่นใจในเรื่องมาตรฐาน นอตบางตัวเกลียวหวานจนไม่เหลือสภาพ นอตบางตัวคดงอก็ยังเอามาใช้งานต่อ เป็นความเสี่ยงที่มีการละเลย

3.ปัจจัยด้านเครื่องจักร น่าจับตาระเบิดเวลาพวกเครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล เป็นเรื่องที่สังคมอาจไม่ทราบ ว่าเครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในไทยเป็นเครนมือสองที่ซื้อจากต่างประเทศ ไม่ใช่ของใหม่ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น ก็มีการขายต่อและนำมาดัดแปลง ต่อเติม โดยไม่ผ่านการออกแบบคำนวณใหม่ เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน

หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการต้องเข้มงวดในการตรวจสอบอย่างจริงจัง

ช่องโหว่ กฎหมาย-รับเหมาช่วง

ศ.ดร.อมรชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้มากกว่า ซึ่งเป็นความหย่อนยานในการตรวจสอบ เช่น กฎหมายบังคับให้มีวิศวกรควบคุมงาน แต่หน้างานมีจริงมั้ย ? ถ้ามีวิศวกรนั้น ๆ มีความรู้เรื่องเครน Launcher จริงหรือไม่

แต่กฎหมายที่ยังขาดจริง ๆ คือการขึ้นทะเบียนเครน และการจ้างช่วง หรือรับเหมาช่วง (Subcontract) ปัจจุบันบริษัทใหญ่ที่ประมูลงานได้จะไม่ทำเอง แต่จะจ้างต่อให้รับเหมากระจายงานกันทำ รับงานเป็นทอด ๆ ซึ่งไม่ผิด ถ้ากลุ่มรับเหมามีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ เน้นความปลอดภัยเป็นที่หนึ่งตามมาตรฐานสากล

สำหรับการตรวจไซต์งานก่อสร้างสำคัญอย่างยิ่ง วิศวกรเป็นวิชาชีพที่มีไลเซนส์ และลายเซ็นในเอกสารรับรองความถูกต้องของแบบ สังคมวิพากษ์ประเด็นนี้กันมาก เพราะภาคปฏิบัติเป็นคนละเรื่อง

บทลงโทษต้องหนัก-ลงดาบให้เห็น

การแก้ปัญหาต้องจริงจัง ต้องยกระดับ “มาตรฐาน” ผู้ปฏิบัติงานเครนให้เหมือนกับวิศวกร โดยใช้สูตร “4 ผู้” ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด

คือ 1.ผู้ให้สัญญาณเครน 2.ผู้ยึดเกาะวัสดุ 3.ผู้บังคับรถเครน และ 4.ผู้ควบคุมเครน

“ในหน้างานจริง มักพบว่าใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่แทน คำถามคือหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่”

เรื่องบทลงโทษต้องทำจริงและหนักหน่วง เพราะบกพร่องรุนแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์

เรายังไม่มีระบบ Blacklist ที่เข้มข้น ที่ผ่านมาเป็นเพียงการจัดชั้นผู้รับเหมา ไม่ใช่การลงโทษ การลดชั้นหรือตัดแต้ม เพิ่งจะมีการออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ถือว่าช้า

หรือต่อให้มีกฎหมายก็ใช้วิธีเลี่ยง ปิดบริษัทที่มีปัญหา เปลี่ยนชื่อ แล้วประมูลงานใหม่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหาเหล่านี้รัฐต้องจัดการ

กังวลนอมินีทุนต่างชาติ

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯกังวลมาก คือ ทุนต่างชาติที่แฝงตัวมาในรูปแบบนอมินีเข้ามารับงานโครงสร้างพื้นฐานในไทยเริ่มมีมากขึ้น โดยใช้วิธี JV (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย ใช้บริษัทไทยออกหน้า

ปัญหาคือ มีการตัดราคาประมูลต่ำเกินจริง เพื่อชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายยอม เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือความปลอดภัย และมาตรฐานงานจากแรงงาน อุปกรณ์เครื่องจักร ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องต้นทุนที่ถูกกดให้ต่ำสุด

ข้อเสนอกระดุม 3 เม็ด

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมเสนอทางออกเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด”

เม็ดแรก : ค้นหาความจริงโดยคนกลาง ต้องมีคณะกรรมการที่เป็นกลางจริง ๆ ไม่ใช่มาตรวจกันเอง แล้วหาสาเหตุเชิงลึกในทางวิศวกรรม ถ้าจุดเริ่มต้นบิดเบี้ยว เราจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้เลย

เม็ดที่สอง : บทลงโทษที่เด็ดขาด ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู บริษัทที่ทำผิดซ้ำต้องถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิงานประมูลอย่างถาวร

เม็ดที่สาม : เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย รัฐต้องรู้เท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา กฎกระทรวงที่เหมาะสมในสถานการณ์แบบนี้ กระทรวงคมนาคมสามารถออกได้ภายใน 6 เดือน ถ้าคิดจะทำจริง ๆ เพื่อบังคับการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพ

อย่าให้ขั้นตอนราชการกลายเป็นอุปสรรคหรือเป็นข้ออ้างอีกต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ปมเครนถล่ม ‘บกพร่องรุนแรง ไม่ใช่โชคร้าย’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...