โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เรื่องเล่า 34 ปี แบรนด์ “จระเข้” กับโจทย์ใหญ่ของ CEO คนใหม่ ในวันที่เกมวัสดุก่อสร้างไม่เหมือนเดิม

Thairath Money

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 09.50 น.
ภาพไฮไลต์

“ บ้านหนึ่งหลัง ใช้เวลาก่อสร้างไม่กี่เดือน แต่อายุการใช้งานนับสิบปี และในทุกตารางเมตรนั้น เชื่อไหมว่ามักจะมี แบรนด์ที่เราไม่เคยมองเห็น ซ่อนอยู่เสมอ ”

เพิ่งผ่านพ้นวันครบรอบการก่อตั้งไปไม่นาน สำหรับ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างสัญชาติไทย 100% ที่อยู่เบื้องหลังบ้าน คอนโดฯ ออฟฟิศ โรงเรียน และโรงพยาบาล แทบทุกที่ในชีวิตเรา

วันนี้ “จระเข้” เดินทางเข้าสู่ปีที่ 34 และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่มีอิทธิพลสูงสุดในอุตสาหกรรมก่อสร้างและตกแต่งอาคาร แต่ในจังหวะเดียวกัน นี่ก็เป็นการก้าวครั้งสำคัญขององค์กรเช่นกัน เมื่อบริษัทกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ ผู้นำคนใหม่ ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ไม่ได้ง่ายเหมือนวันวาน

จาก “เซอรา ซี-เคียว” ถึง “จระเข้” แบรนด์ที่โตมากับบ้านคนไทย

ย้อนกลับไปก่อนที่คนไทยจะคุ้นเคยกับคำว่า “กาวซีเมนต์” จระเข้ เริ่มต้นธุรกิจในชื่อ บริษัท เซอรา ซี-เคียว จำกัด ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ประกอบการไทย 100% ภายใต้แนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง “ครอบครัวจระเข้” เมื่อปี 2535 ที่โลกก่อสร้างของไทยยังไม่เหมือนวันนี้

จนกระทั่ง “กาวซีเมนต์จระเข้ถุงแรก” ถือกำเนิดขึ้น ด้วยเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมปูกระเบื้องไทย จากงานที่พึ่งพาฝีมือและประสบการณ์ล้วน ๆ สู่ยุคของ “มาตรฐาน”

ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ จระเข้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่กาวซีเมนต์ เพราะพอร์ตสินค้าขยายออกไปครอบคลุมตั้งแต่

  • กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง
  • กาวยาแนว
  • ระบบกันซึมและซ่อมแซมพื้นผิว
  • เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง
  • ไปจนถึงสีทาบ้านและตกแต่งผนัง

นี่เองที่ขอประเมินได้ว่า บ้านหนึ่งหลัง หรืออาคารหนึ่งตึก อาจมี “จระเข้” ซ่อนอยู่มากกว่าที่เจ้าของบ้านเคยรู้ตัว เรียกได้ว่า ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา จระเข้ คือหนึ่งในบริษัทที่ “เซตมาตรฐาน” ให้กับอุตสาหกรรมนี้ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และสร้างโปรดักส์ใหม่ ๆ ขึ้นมาจนกลายเป็น benchmark ของตลาด แม้จะมีคู่แข่งรายใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

34 ปีในวันที่เกมเปลี่ยน และผู้นำใหม่ก้าวเข้ามา

ต้นปี 2569 คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของจระเข้ เมื่อบริษัทประกาศการเปลี่ยนผ่านผู้นำอย่างเป็นทางการและแต่งตั้ง "จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์" ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 นี่ไม่ใช่ “คนนอก” ที่เพิ่งก้าวเข้ามารับไม้ต่อแต่เป็นผู้บริหารที่อยู่กับองค์กรนี้มานาน ในบทบาท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจในหลายภารกิจสำคัญมาต่อเนื่องหลายปี ภายใต้ความชำนาญในอุตสาหกรรมก่อสร้างมานานกว่า 25 ปี

อย่างไรก็ตาม การรับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติของวัฏจักรธุรกิจหากแต่เป็นจังหวะที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว กำลังซื้อเปราะบาง และการแข่งขันในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง “ดุเดือดกว่าที่เคย”

จึงกลายเป็นความท้าทายไม่น้อย เพราะ “จระเข้” ในวันนี้ มีมีพนักงานนับ1,500 คน อายุเฉลี่ยราว 40 ปี เป็นทีมงานที่อยู่กันยาว อยู่กันทน และขึ้นชื่อเรื่องความ “ถึก” สมชื่อแบรนด์ ต้องดูแล

ขณะเดียวกัน จระเข้ ยังมีบริษัทลูกในเวียดนาม และเค เซอรา จำกัด (ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานปูกระเบื้อง) ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ จระเข้, ชาลาวัน, เกรเตอร์, สีจระเข้ และ จระเข้ อีซี่ มีสินค้ารวมกันนับพัน SKU และแบ่งพอร์ตธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่

  • กลุ่มปูกระเบื้อง ปูน และยาแนว (คิดเป็นราว 80% ของพอร์ต)
  • กลุ่มเคมีก่อสร้าง
  • และกลุ่มสี

ผู้บริหารเล่าว่า ในอดีต ช่วงโควิด-19 เคยกลายเป็น “ปีทอง” ของบริษัท จากกระแสซ่อมบ้านและรีโนเวตที่อยู่อาศัย แต่วันนี้ ภาพตลาดเปลี่ยนไป บ้านใหม่ชะลอ ขณะที่ตลาดบ้านมือสองกลับมาคึกคัก แต่ก็นับเป็นข้อได้เปรียบของแบรนด์ที่ “ขายได้ทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า”

ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกก็ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดบริเวณชายแดนกัมพูชา ที่กระทบตลาดส่งออกและภาคก่อสร้างในพื้นที่ แรงงานที่หายไป ทำให้หลายโครงการต้องชะลอ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เวียดนามกลับกลายเป็นหัวหอกสำคัญของการเติบโตในภูมิภาค CLMV จนจระเข้ตัดสินใจตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศนั้นอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้นำคนใหม่ ไม่ใช่แค่การ “สานต่อ” แต่คือการเข้ามารับโจทย์ใหญ่ขององค์กรวัย 34 ปี ในการพาบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรากลึก เคลื่อนตัวให้ทันโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน

เกมใหม่ของจระเข้ รักษาเบอร์หนึ่ง บุกโลก และทำของยากให้ “ง่าย”

เจาะทิศทางที่จระเข้เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ สะท้อนชัดว่า เกมต่อไปของบริษัทไม่ใช่แค่ “ขายของเก่ง” แต่ต้อง “คิดเกมใหม่ให้ทั้งอุตสาหกรรม”

ต่อยอดที่ 1: รักษาเบอร์หนึ่ง และรุกเซกเมนต์ใหม่จระเข้ ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนวกว่า 50% และกำลังขยายเกมไปสู่กลุ่มเคมีก่อสร้างที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า พร้อมขยายเครือข่ายร้านค้ากว่า 3,000 แห่งในและต่างประเทศ

ต่อยอดที่ 2: โตให้พ้นประเทศไทยวันนี้ จระเข้ มีสินค้าจำหน่ายใน 17 ประเทศ เป้าหมายต่อไปคือการสร้างการเติบโตระยะยาวผ่านพันธมิตรท้องถิ่น และระบบกระจายสินค้าที่แข็งแรง โดยเชื่อว่าตลาดต่างประเทศคือ “เครื่องยนต์ใหม่” ขององค์กรในทศวรรษหน้า

ต่อยอดที่ 3: เปิดเกมใหม่ด้วย “จระเข้ อีซี่”

นี่อาจเป็นหมากที่น่าสนใจที่สุด การพาแบรนด์จาก “ของสำหรับช่าง” ไปสู่ “ของสำหรับคนอยู่บ้าน” เพราะกลุ่มผู้บริหาร เล่าว่า จระเข้ อีซี่ ถูกออกแบบให้เป็นวัสดุก่อสร้างที่คนทั่วไปใช้งานเองได้ง่าย ซื้อผ่านออนไลน์ แก้ปัญหาบ้านที่เคยดูยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้

ทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนจุดแข็งเดิมของแบรนด์ คุณภาพและนวัตกรรม แม้ราคาจะสูงกว่าบางรายในตลาด แต่จุดขายคือ “ทำเสร็จแล้วจบ ไม่ทิ้งปัญหาไว้ข้างหลัง”

ทั้งนี้ อายุ 34 ปี สำหรับคน อาจหมายถึงวัยที่รู้จักตัวเองดีขึ้นสำหรับองค์กร นี่คือวัยที่ต้องตัดสินใจว่า จะ “อยู่กับความสำเร็จเดิม” หรือ “สร้างความสำเร็จรอบใหม่” สำหรับจระเข้ การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้นำคนใหม่ในวันที่โลกธุรกิจไม่ง่าย อาจไม่ใช่เรื่องสบายแต่ก็อาจเป็นโอกาสสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง ในการนิยามตัวเองใหม่ จากผู้นำตลาดกาวซีเมนต์ สู่ บริษัทนวัตกรรมก่อสร้างของคนไทย ที่อยากมีบทบาทในระดับโลก

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรื่องเล่า 34 ปี แบรนด์ “จระเข้” กับโจทย์ใหญ่ของ CEO คนใหม่ ในวันที่เกมวัสดุก่อสร้างไม่เหมือนเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...