โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สุดรันทด ตาซดน้ำยาซักผ้าขาวหวังตายตามเมีย ถูกไล่พ้นห้องเช่า ต้องกางมุ้งนอนท้ายรถเพื่อนบ้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 เม.ย. 2567 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2567 เวลา 01.13 น.

อนาถ! ลุงซดไฮเตอร์หวังตายตามภรรยา ออกจากโรงพยาบาลมาไร้ที่อยู่ ถูกเจ้าของห้องเช่าขนของออกมากองไว้ข้างนอก วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

จากกรณีที่ นายเสกสรรค์ วงศ์คำจันทร์ อายุ 69 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ กินน้ำยาซักผ้าขาวหวังฆ่าตัวตายตาม นางยุววีร์ แสนสุข อายุ 69 ปี ภรรยาที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ แต่หลังกินไฮเตอร์เข้าไปกลับไม่เสียชีวิตเพราะอาเจียนออกมา จนสลบไปกว่า 12 ชั่วโมง ฟื้นขึ้นมาก็นั่งเฝ้าศพภรรยาต่อ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลบางบัวทอง เพื่อล้างท้อง เหตุเกิดที่บ้านเช่าในพื้นที่ ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 เมษายน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จนท.ช่วยได้ทัน ตาวัย 69 ซดน้ำยาซักผ้าขาวหวังลาโลก เล่านาทีสิ้นหวัง เมียช็อกดับต่อหน้า

ล่าสุด เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายสราวุธ ไทยบู่ อายุ 46 ปี เจ้าของรถอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา อาชีพขับรถรับจ้างทั่วไป และ น.ส.อารีรัตน์ พรมมาลุม อายุ 33 ปี ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนอนุบาลสหศึกษาบางบัวทอง เพื่อขอความช่วยเหลือระบุว่า นายเสกสรรค์ วงศ์คำจันทร์ อายุ 69 ปี ว่าหลังออกจากโรงพยาบาลกลับมาเมื่อเวลา 15.00 น.วันเดียวกันนี้ แต่ไม่มีที่พัก เนื่องจากเจ้าของห้องเช่าได้ขนข้าวของออกจากห้องเช่า มากองไว้ที่โคนต้นไม้ใกล้ห้องเช่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ทำให้ไม่มีที่พัก จึงกางมุ้งให้นอนที่ท้ายรถกระบะของเพื่อนบ้านไปก่อน อยากให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือลุง

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบ นายเสกสรรค์ นั่งอยู่ที่ท้ายรถกระบะคันดังกล่าว ใกล้กันพบข้าวของกองอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ทั้งเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องไฟฟ้า เสื้อผ้า ที่นอน ลังพลาสติก นอกจากนี้ ยังพบว่าชาวบ้านนำมุ้งมากางให้ที่ท้ายรถกระบะ เพื่อให้นายเสกสรรค์ได้ใช้หลับนอนในคืนนี้เป็นการชั่วคราวก่อน

นายสราวุธ ไทยบู่ เจ้าของรถกระบะที่ให้อาศัยนอน กล่าวว่า หลังจากภรรยาลุงเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำลุงส่งโรงพยาบาลเพื่อล้างท้องและรักษาตัว ต่อมาวันที่ 17 เมษายน ลูกชายของภรรยาลุงได้เผาศพภรรยาลุงไป ทางเจ้าของห้องเช่าได้ขนของใช้ในห้องออกมากองไว้ที่ต้นไม้ กระทั่งลุงออกมาจากโรงพยาบาลเมื่อบ่ายวันนี้ และไม่มีที่พัก ตนเห็นแล้วก็สงสารลุง จึงกางมุ้งให้นอนที่ท้ายรถของตนไปก่อน เพราะไม่รู้จะให้ไปอยู่ที่ไหน ตนก็เช่าห้องอยู่แล้วห้องก็เล็ก ก็อยากให้หน่วยงานมาช่วยเหลือ เบื้องต้นวันนี้ได้มีการโทรประสานไปบ้างแล้ว ตอนนี้ลุงก็แก่แล้ว ขาก็เดินไม่ค่อยไหว เมื่อก่อนลุงก็อยู่กับภรรยาสองตายาย มีอาชีพขับแท็กซี่

น.ส.อารีรัตน์ พรมมาลุม กล่าวว่า วันนี้เห็นลุงก็สงสารอยากให้ลุงมีที่อยู่ ก็อยากให้หน่วยงานมาช่วยเหลือลุง แกแก่แล้วเกือบ 70 ปี ลูกหลานพี่น้องก็ไม่มี วันนี้ก็ได้มอบเงินซื้ออาหารและน้ำมาให้ลุง โดยครูที่โรงเรียนรวบรวมเงินมาช่วยเหลือลุงหลังจากทราบว่าแกไม่มีเงินไม่มีที่พัก

จากการสอบถาม นายเสกสรรค์ทราบว่า วันนี้พอออกมาจากโรงพยาบาลกลับมาพบข้าวของกองอยู่ พอตรวจดูพบว่าของหายไปหลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือซ่อมรถ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่าง วันนั้นที่ตนกินยาและไฮเตอร์เข้าไปเพราะภรรยาเสียชีวิต ตนหวังจะได้นอนกอดภรรยาตายตามกันไป แต่ชาวบ้านได้แจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือ โดยการล้างท้อง

นายเสกสรรค์เล่าอีกว่า ตนได้คุยกับเจ้าของห้องว่าหลังจากออกจากโรงพยาบาลจะจ่ายเงินค่าเช่าห้องภายในวันที่ 30 เมษายน แต่พอวันนี้ออกจากโรงพยาบาลมาเวลา 15.00 น. พบว่าข้าวของออกมากองอยู่ข้างนอก หมอและเจ้าหน้าที่เห็นข้าวของกองอยู่ก็ถามชาวบ้านจนพบว่าของถูกขนออกมากองตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน คุณหมอได้ไปคุยกับเจ้าของบ้าน แต่เจ้าของบ้านแจ้งว่าไม่มีเงินจ่ายก็ช่วยไม่ได้ ตนอยากให้คนรู้ว่าเจ้าของบ้านทำแบบนี้ได้ไหม ตนยอมรับว่าค้างค่าเช่า 3-4 เดือน แต่ตนป่วยและได้คุยตกลงกันแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดรันทด ตาซดน้ำยาซักผ้าขาวหวังตายตามเมีย ถูกไล่พ้นห้องเช่า ต้องกางมุ้งนอนท้ายรถเพื่อนบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...