โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องแนวโน้มบ้าน 100 ตารางวา กับการเปลี่ยนแปลงผังเมืองกรุงเทพมหานคร

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 เม.ย. 2567 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 04.33 น. • The Bangkok Insight

จับตาแนวโน้มบ้าน 100 ตารางวา ระดับราคา 10 ล้าน เมื่อข้อจำกัดในการพัฒนาลดลง จากการเปลี่ยนแปลงผังเมืองกรุงเทพมหานครที่ผ่อนปรนมากขึ้น

โครงการบ้านจัดสรรบางโครงการในบางพื้นที่เปิดขายในราคาที่ค่อนข้างสูง โดยอาจจะเริ่มต้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หรืออาจจะมีราคาขายเริ่มต้นที่มากนั้น แล้วประชาสัมพันธ์ว่า บ้านในโครงการของพวกเขานั้น สร้างบนที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไป ราคาขายเริ่มต้นจึงอาจจะมากกว่าโครงการอื่น ๆ ในพื้นที่หรือทำเลอื่น ๆ

ผังเมืองกรุงเทพมหานคร

จริง ๆ แล้วการที่ผู้ประกอบการต้องพัฒนาบ้านในโครงการจัดสรรของตนเองด้วยที่ดินที่มีขนาดเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 100 ตารางวานั้น เพราะข้อบังคับในผังเมืองกรุงเทพมหานคร ฉบับปี 2556 ระบุว่า เป็นพื้นที่สีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว จัดเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีรหัสกำกับคือ ก.2

ทั้งนี้ ตามวัตถุประสงค์ของผังเมือง คือ ต้องการให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่รับน้ำ เนื่องจากมีความสูงจากระดับน้ำทะเลค่อนข้างน้อย หรือเป็นพื้นที่ต่ำของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ที่มีรหัสกำหับคือ ก.4 ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว หรือจัดเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมก็มีข้อกำหนดเรื่องของการพัฒนาบ้านต้องเริ่มที่ขนาด 100 ตารางวาเช่นกัน

สำหรับพื้นที่หรือทำเลเหล่านั้น เช่น บางพื้นที่ในเขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค บางบอน บางขุนเทียนหนองจอก คลองสามวา มีนบุรี และลาดกระบัง และไม่สามารถพัฒนาบ้านประเภทอื่น ๆ ได้เลย ซึ่งมีผลให้โครงการบ้านจัดสรรในบางพื้นที่ต้องมีที่ดินขั้นต่ำต่อ 1 แปลงหรือ 1 ยูนิตไม่ต่ำกว่า 100 ตารางวา

หรือถ้าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ ก.1 และ ก.3 ก็ต้องสร้างบ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางวา แต่ผู้ประกอบการไม่ได้เลือกที่ดินในพื้นที่เหล่านี้มาพัฒนา

บ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาด 100 ตารางวานั้น ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถพัฒนาหรือก่อสร้างบ้านได้เต็มพื้นที่ เพราะบ้านในโครงการที่อยู่ในพื้นที่ที่มีข้อบังคับเหล่านี้ ต้องมีอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวมหรือ OSR อยู่ในช่วงระหว่าง 40% ของพื้นที่อาคารรวม ซึ่งถือว่าต้องมีพื้นที่ว่างอยู่เยอะมาก

ข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ว่างดังกล่าว จะแตกต่างจากพื้นที่ประเภทที่อยู่อาศัยอาศัยหนาแน่นน้อย และหนาแน่นปานกลางซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ประกอบการที่มีอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวมหรือ OSR อยู่ในช่วงระหว่าง 6-40% ของพื้นที่อาคารรวมแล้วแต่พื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 20% ของพื้นที่อาคารรวม

ราคาขายของบ้านในพื้นที่เหล่านี้จึงค่อนข้างสูง โดยอาจจะมีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทบ้าง แต่ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และส่วนใหญ่หรือกว่า 30% มีราคาขายเริ่มต้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อยูนิต และประมาณ 28% มีราคาขายในช่วง 10-20 ล้านบาทต่อยูนิต

แต่บ้านในระดับราคานี้ก็ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ หรือต้องการต่อเติมบ้าน รวมไปถึงห้องเพิ่มเติมบนที่ดินที่อาจจะมีพื้นที่ว่างอีกไม่น้อย อีกทั้งพื้นที่ที่อยู่ในข้อบังคับเหล่านี้ เป็นพื้นที่ที่ไม่ไกลจากพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน หรืออยู่ในพื้นที่ตามแนวถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกทำให้การเดินทางสะดวก

บ้านที่พัฒนาภายใต้ข้อกำหนดตามผังเมืองเหล่านี้ มีความเป็นไปได้ที่อาจจะหายไปจากตลาดหรือลดน้อยลงในอนาคต หรือในปี 2568 เพราะบางพื้นที่ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีที่ดินไม่ต่ำกว่า 100 ตารางวา สำหรับบ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรร 1 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนข้อกำหนด ซึ่งจากการเปิดเผยข้อมูลล่าสุดของผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ในบางพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีข้อกำหนดดังกล่าวสามารถพัฒนาบ้านได้ทุกประเภท โดยที่ไม่มีเงื่อนในเรื่องของขนาดของที่ดิน หรือเรื่องของอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวมแบบในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปี 2556

ตัวอย่างเช่น พื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (ก.2) ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา และบางแค ซึ่งมีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร คือ ขนาดที่ดินต่ำสุดในโครงการจัดสรรต้องไม่ต่ำกว่า 100 ตารางวา และห้ามบ้านที่มีความสูงเกิน 12 เมตร

สุรเชษฐ กองชีพ

แต่ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ข้อกำหนดมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพื้นที่ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดนี้ ให้เป็นพื้นที่ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยหรือพื้นที่สีเหลืองในผังเมืองกรุงเทพมหานคร เปิดทางให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรขนาดเล็กลง โดยสามารถพัฒนาบ้านได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์ และเมื่อพัฒนาบ้านได้ทุกประเภท ขนาดของที่ดินเล็กลงราคาขายย่อมต่ำลดลงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาอาคารที่อยู่อาศัย รวมทั้งแบบที่มีพื้นที่อาคารรวมมากกว่า 1 หมื่นตารางเมตร และต่ำกว่า 1 หม่นตารางเมตร แล้วแต่ว่าถนนผ่านหน้าของที่ดินมีความกว้างมากกว่าหรือน้อยกว่า 30 เมตร แต่ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) ยังคงข้อจำกัดในการพัฒนาได้แค่บ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 100 ตารางวาเช่นเดิม

พื้นที่บางส่วนในเขตบางขุนเทียน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.4) และ (ก.5) ตามข้อกำหนดในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปี 2556 ซึ่งสามารถสร้างบ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาด 100 ตารางวาได้เท่านั้น ไม่สามารถพัฒนาบ้านประเภทอื่น ๆ ได้ หรือไม่สามารถพัฒนาอาคารพักอาศัยรวมได้

แต่ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดให้สามารถพัฒนาบ้านได้ทุกประเภท และสามารถพัฒนาอาคารพักอาศัยรวมที่มีพื้นที่อาคารรวมไม่เกิน 1 หมื่นตารางเมตร เพราะมีการเปลี่ยนประเภทของที่ดินเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (ก.3)

บทความโดย สุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...