โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิเคราะห์ BDMS หุ้นคุณค่ากลุ่มโรงพยาบาล

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 00.47 น. • The Bangkok Insight

วิเคราะห์ BDMS หุ้นคุณค่ากลุ่มโรงพยาบาล ลุ้น All Time-High ทั้งรายได้และกำไร

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลดลงมาแล้ว 20% ใกล้เคียงกับ SET ที่ลดลง 23% ถือเป็นการร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ของหุ้นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของไทย เนื่องจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติและกองทุนรวมตามสภาวะขาลงของตลาดหุ้นไทย และปัจจัยกดดันจากประเด็นบริษัทประกันปรับรูปแบบกรมธรรม์เป็นแบบ Co-Payment เกิดความกังวลว่าอาจจะกระทบต่อรายได้ของ BDMS

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าตั้งแต่ต้นปี 2568 ราคาหุ้น BDMS เริ่มกลับมายืนแบบมีทรงได้มากขึ้น ผลตอบแทน Year to Date เหนือกว่า SET แม้ว่าจะยังติดลบอยู่ประมาณ 5% ก็ตาม แต่ทว่าภาพของโมเมนตัมเริ่มดูดีขึ้นชัดเจน (ราคาหุ้น ณ วันที่ 11 เมษายน 2568)

วันนี้เราจะพามาวิเคราะห์เจาะลึกกันว่า BDMS กลับมาน่าสนใจหรือยัง จุดเด่น-จุดอ่อนคืออะไร มูลค่าของราคาหุ้นน่าเข้าซื้อไหม แล้วมีปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจอะไรที่ยังน่ากังวลบ้าง บทความนี้สรุปมาให้แล้ว?

BDMS

BDMS หุ้นโรงพยาบาลไทย ผู้นำในกลุ่ม Health Care

BDMS เป็นหุ้นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ติดท็อป 10 บริษัท ที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย Market Cap. กว่า 368,694 ล้านบาท โดยบริษัทประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของประเทศ ด้วยเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 50 แห่ง เช่น กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ, กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลบี เอ็น เอช, กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท, กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล อีกทั้งยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น

จุดแข็งของ BDMS คือการเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในกลุ่ม Health Care จากเครื่อข่ายโรงพยาบาลที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่ม Medical Tourism กลับมาฟื้นตัวแรงหลังโควิด-19

ในขณะเดียวกันธุรกิจโรงพยาบาลคือหนึ่งในธุรกิจที่ ไม่ได้เติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (Non-cyclical) หมายถึงไม่ว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยหรือฟื้นตัว ความต้องการด้านสุขภาพยังคงมีอยู่เสมอ และจากแนวโน้มประชากรสูงวัย (Aging Society) ในไทยและทั่วโลก BDMS จึงอยู่ในจุดที่พร้อมเติบโตในอีกหลายปีข้างหน้า

นักลงทุนหลายคนจึงมองว่า BDMS คงเป็นหุ้นที่ “น่าลงทุนแม้ราคาย่อตัว” เพราะในโลกของการลงทุนที่ความผันผวนเป็นเรื่องปกติ มีหุ้นบางตัวที่แม้ราคาจะปรับลง แต่คุณค่าในระยะยาวกลับไม่ได้ลดลงตาม

เป้าหมายการเติบโต BDMS ปี 2568

หันมาดูแผนการเติบโตของบริษัทกันบ้าง ทั้งนี้ ผู้บริหาร BDMS ตั้งเป้าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 รายได้จากผู้ป่วยคนไทยคาดว่าจะเติบโตระดับ Mid Single-Digit ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติน่าจะเติบโต Double Digit สำหรับอัตรากำไร EBITDA น่าจะอยู่ที่ระดับ 24-25% เทียบจากปีที่แล้ว 24.3% ภาพรวมทิศทางการดำเนินงานค่อนข้างดี

โดยทั้งปี 2568 มองว่ารายได้จะเติบโตราว 7% จากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโต 11% พร้อมกับประมาณการรายได้ผู้ป่วยคนไทยอย่าง Conservative โต 5% จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว คาดจำนวนเตียงเพิ่มขึ้น 5% เป็น 9,200 เตียงจากการขยายโรงพยาบาล นอกจากนี้ BDMS จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จากการลงทุน BOI ทำให้เสียภาษีลดลง หนุนกำไรเติบโตดีขึ้น

BDMS

All Time-High รายได้และกำไรในไตรมาส 1/68

บทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ คาดว่ากําไรสุทธิของ BDMS ในไตรมาส 1/2568F จะอยู่ที่ 4.38 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY และเพิ่มขึ้น 1.1% QoQ ซึ่งเมื่ออิงตามประมาณการของเราจะคิดเป็น 25.4% ของประมาณการกําไรเต็มปีที่ 1.72 หมื่นล้านบาท เติบโต 7.9% จากปีก่อน

ผลการดําเนินงานที่แข็งแกร่งจะมาจาก

1. จํานวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทั้งผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ (ตะวันออกกลาง, ยุโรป และ CLMV)

2. จํานวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม

3. สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการประหยัดพลังงาน ซึ่งได้รับจาก BOI ทําให้อัตราภาษีลดลงเหลือ 17% จาก20% ในไตรมาส 1/2567

ขณะที่อัตรากําไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 34.8% จาก 34.4% ในช่วงปีก่อน สำหรับมาร์จินที่เพิ่มขึ้น YoY เป็นเพราะจํานวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รวมถึงผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ด้วย

สรุปคำแนะนำการลงทุน บล. เคจีไอ เลือก BDMS เป็นหนึ่งในหุ้นเด่น แนะนํา “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39 บาทต่อหุ้น เพราะกําไรมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ทําสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2567 ส่วนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล >3% ต่อปี ประกอบกับสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง คาดว่า ROE อยู่ที่ 16.8% ในปี 2568 และ 18.2% ในปี 2569

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...