INTO THE NEW WORLD WITH WOMEN VISION เพราะผู้หญิงขับเคลื่อนสังคมได้มากกว่าที่คิด ด้วยแนวคิดและการทำงานของพวกเธอ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บางกอกไพรด์มีโอกาสได้รับเชิญจาก Bangkok Post ให้มาร่วมงาน Bangkok Post Women Vision 2025 “HER STORY, OUR STORY” ซึ่งภายในงานวันนั้นเราได้พบกับมุมมองจากบุคคลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมุมมองในการพูดเรื่องเพศศึกษา มุมมองต่อการรณรงค์การล่วงละเมิดทางเพศ การต่อสู้ของนางงามทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงความหลากหลายทางเพศอีกด้วย
บางกอกไพรด์ไม่รอช้า ขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจจากงานวันนั้นมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าวันนั้นแต่ละคนมีมุมมองในการขับเคลื่อนอย่างไรบ้าง และพวกเธอมีวิธีการขับเคลื่อนตัวเองอย่างไรบ้างเพื่อทำให้ตัวเอง สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างดีขึ้น มาเข้าใจมุมมองของพวกเธอกันดีกว่า
Cindy Sirinya Bishop,
นักแสดง นางแบบ และทูตสันถวไมตรีของ UN Women
พิธีกร: คุณกำลังทำโครงการอะไรอยู่ หรือเคยทำโครงการอะไรบ้าง?
ซินดี้: ในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UN Women ประจำเอเชียและแปซิฟิก งานหลักของฉันคือการให้ความสำคัญและเน้นย้ำถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้หญิงยังคงเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำด้านค่าจ้าง โอกาสทางเศรษฐกิจ และอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ฉันมุ่งเน้นและให้ความสำคัญมากที่สุดคือการต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศ
ฉันเริ่มแคมเปญ "Don't Tell Me How to Dress" ในปี 2018 เพื่อต่อต้านแนวคิดที่ว่าเสื้อผ้าของผู้หญิงเป็นสาเหตุของการล่วงละเมิดทางเพศ แคมเปญนี้นำฉันไปสู่การให้ความสำคัญกับการศึกษา เพราะฉันเชื่อว่ารากฐานของปัญหานี้มาจากสิ่งที่เราสอน (หรือไม่ได้สอน) ให้กับเด็กผู้ชาย เราต้องสอนพวกเขาว่าการเคารพสิทธิของผู้อื่นเป็นเรื่องสำคัญ และการยินยอมเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อแก้ปัญหานี้ ฉันจึงเขียนหนังสือสำหรับเด็กชื่อ "My Body, My Rules" เพราะในเวลานั้นยังไม่มีหนังสือภาษาไทยที่สอนเกี่ยวกับการยินยอม (consent) ความเคารพ และสิทธิในร่างกายของตนเอง นอกจากนี้ ฉันยังดำเนินโครงการ "Period Power" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพประจำเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังขาดแคลนในประเทศไทย ปัจจุบัน ฉันได้ให้ความรู้แก่เด็กหญิงมากกว่า 3,000 คนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
พิธีกร: อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเริ่มแคมเปญนี้?
ซินดี้: ฉันไม่เคยตั้งใจจะเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิของผู้หญิง มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ วันหนึ่ง ฉันอ่านพาดหัวข่าวใน Bangkok Post ที่เขียนว่า "อย่าแต่งตัวโป๊ กรมเตือนผู้หญิง" ซึ่งเป็นช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ ตอนแรกฉันหวังว่าบทความนี้จะมีคำเตือนสำหรับผู้กระทำผิด หรือเบอร์โทรศัพท์สายด่วนให้ความช่วยเหลือผู้หญิง แต่เปล่าเลย มันแค่บอกว่าถ้าผู้หญิงไม่ใส่สายเดี่ยว ก็จะปลอดภัย นั่นทำให้ฉันโกรธมาก เพราะมันกระตุ้นความทรงจำในอดีตของฉัน
ฉันเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศในช่วงสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร ตอนนั้นฉันอายุ 17 ปี เป็นเวลากลางวันแสก ๆ และฉันสวมเสื้อหลวม ๆ กับกางเกงขาสั้น ฉันเพิ่งได้รับตำแหน่ง Miss Thailand World เมื่อฉันอ่านพาดหัวข่าวนั้น ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกข้อความว่า "อย่าบอกฉันว่าต้องแต่งตัวยังไง จงบอกผู้ชายให้รู้จักเคารพ" แล้วฉันก็โพสต์คลิปและวางโทรศัพท์ไว้ เมื่อกลับมา ฉันพบว่ามันกลายเป็นกระแสไวรัล ผู้หญิงทั่วประเทศไทยออกมาแบ่งปันเรื่องราวของตัวเอง ภายในหนึ่งสัปดาห์ มันกลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวระดับประเทศ BBC และ Time magazine เรียกมันว่า 'Thailand’s answer to #MeToo'
พิธีกร: สุดท้ายนี้ คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ บ้าง?
ซินดี้: พวกเราโชคดีที่ได้อยู่ที่นี่ ในประเทศนี้ ที่เรามีสิทธิที่ค่อนข้างเท่าเทียมกัน แต่เราไม่ควรลืมว่าผู้หญิงหลายคนทั่วโลกยังคงอยู่ในสังคมที่กดขี่ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกนี้ ทุก ๆ 10 นาที มีผู้หญิงหรือเด็กหญิงถูกฆ่าตายเพราะความรุนแรงทางเพศ มีผู้หญิงที่ออกจากบ้านไม่ได้ ถูกปฏิเสธการศึกษา และไม่มีสิทธิ์ควบคุมร่างกายของตัวเอง ผู้หญิงเหล่านั้นคือแรงบันดาลใจของฉัน
ถึงผู้หญิงทุกคน—จงใช้เสียงของคุณ หากคุณมีสิทธิพิเศษ จงใช้มันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หากคุณกำลังเผชิญความยากลำบาก จงรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และสำหรับคนรุ่นใหม่ ฉันหวังว่าคุณจะสานต่อการต่อสู้ครั้งนี้ อนาคตอยู่ในมือของคุณ
***ซูริ ซูซานนา เรย์โนลด์ส (Suri Susanna Reynolds)
รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024***
พิธีกร: คุณกำลังทำโครงการอะไรอยู่ หรือเคยทำโครงการอะไรบ้าง?
ซูริ: ฉันยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองชนะเลิศอันดับหนึ่งของ Miss Universe Thailand 2024 และได้กลับมาทำงานในฐานะนักแสดง ฉันเพิ่งรับงานแสดงใหม่กับช่องวัน
ในหัวข้อของแรงบันดาลใจวันนี้ ฉันอยากแบ่งปันสิ่งที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน หลายคนสงสัยว่าตอนที่ฉันยืนจับมือกับผู้เข้าประกวดอีกคนบนเวที ก่อนที่จะประกาศผู้ชนะ ฉันคิดอะไรอยู่? ตอนที่ชื่อของฉันไม่ได้ถูกเรียก สิ่งแรกที่ฉันคิดคือ ‘ขอบคุณพระเจ้า ในที่สุดฉันก็จะได้นอนแล้ว’
พิธีกร: อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเข้าประกวดนางงาม?
ซูริ: ฉันเป็นนักแสดงมาตลอดชีวิต และเมื่อตอนอายุ 31 ปี ฉันตัดสินใจเข้าประกวดนางงามโดยไม่มีประสบการณ์มาก่อน ฉันไม่เคยแข่งขันอะไรเลย คนรอบข้างบอกว่า ‘ไม่เป็นไรหรอก เธอหุ่นดีอยู่แล้ว เดี๋ยวก็ทำได้’ แต่นั่นไม่จริงเลย ฉันต้องกินคลีนเป็นเวลา 6 เดือน และบางวันฉันร้องไห้เพราะอยากกินของหวาน ซึ่งฉันชอบมาก
ตอนที่ฉันเข้าประกวด ฉันไม่ใช่คนที่ตัวสูงที่สุด และไม่ได้เป็นตัวเต็ง แต่ฉันตั้งใจทำเต็มที่ ฉันอยากเป็นตัวแทนของผู้หญิงในวัยเดียวกัน ปีนั้นเป็นปีแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงอายุมากกว่า 28 ปีสามารถเข้าประกวดได้ ฉันอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต และคิดว่า ถ้าฉันทำได้ มันจะไม่ใช่แค่เพื่อตัวฉันเอง แต่มันจะเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่คิดว่าตัวเอง ‘แก่เกินไป’ ที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ แม้ว่าฉันจะไม่ได้มงกุฎ ฉันก็ยังภูมิใจมาก แม้ไม่มีเสียงปรบมือ ฉันก็ยังเดินต่อไป ฉันสวมชุดที่หนักมาก เดินลำบาก แต่เมื่อฉันเห็นสีหน้าของคนที่เชื่อในตัวฉัน ทุกอย่างก็คุ้มค่าแล้ว
พิธีกร: มีผู้หญิงคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณไหม?
ซูริ: ฉันโชคดีที่ได้พบกับผู้หญิงเก่ง ๆ มากมายตลอดเส้นทางอาชีพและชีวิตของฉัน แต่ละคนให้บทเรียนที่ฉันสามารถเรียนรู้ได้ แต่ถ้าต้องเลือกเพียงคนเดียว ฉันขอเลือกแม่ชีเทเรซา คำพูดหนึ่งของเธอที่ฉันจำและสอนลูกเสมอคือ ‘ถ้าคุณอยากเปลี่ยนโลก จงกลับบ้านและรักครอบครัวของคุณ’ ครอบครัวคือรากฐานของสังคม ถ้าเรามีครอบครัวที่แข็งแกร่ง อนาคตก็จะดีขึ้น
พิธีกร: สุดท้ายนี้ คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ บ้าง?
ซูริ: ถึงผู้หญิงทุกคน—คุณมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องพยายามให้พอดีกับกรอบที่สังคมกำหนด คุณเป็นผู้กำหนดคุณค่าของตัวเอง จงกล้าหาญ เดินหน้า และอย่าให้ใครบอกว่าคุณ ‘แก่เกินไป’ หรือ ‘สายเกินไป’ ที่จะไล่ตามความฝัน ถ้าคุณเชื่อในตัวเองจริง ๆ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้
ติช่า กันติชา ชุมมะ
Influencer, Actress, Model, and Founder of I Can Teachand Flow Days**
What projects are you currently working on or have worked on before?
ติช่า:
ตอนนี้ฉันกำลังทำช่อง YouTube ของตัวเองชื่อ I Can Teachซึ่งเป็นรายการที่พูดถึงเพศศึกษาในรูปแบบที่ให้ความรู้และสนุกไปพร้อมกัน อีกโปรเจกต์หนึ่งของฉันคือ Flow Daysแบรนด์ที่ส่งเสริมการใช้ถ้วยอนามัยและให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์
What inspired you to start talking about sex education?
ติช่า:
ตอนแรกฉันไม่เคยคิดเลยว่าเพศศึกษาจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องพูดถึง แต่วันหนึ่งฉันได้ไปออกรายการ Talk with Toyแล้วบทสนทนาก็พาไปถึงหัวข้อหนังโป๊ ฉันพูดขึ้นมาว่า หนังโป๊ของแต่ละประเทศสะท้อนค่านิยมและทัศนคติต่อเรื่องเพศของประเทศนั้น ๆ คลิปนั้นกลายเป็นไวรัล และฉันก็สังเกตเห็นช่องว่างในสังคมไทย—ผู้คนไม่พูดเรื่องเพศกันอย่างเปิดเผย
ฉันเลยตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น ฉันอยากพูดถึงเรื่องเพศในแบบที่น่าสนใจและเป็นเรื่องจริง ฉันไม่ใช่นักการศึกษา แต่ฉันมีประสบการณ์ และฉันเชิญแขกมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา เป้าหมายของฉันคือการสร้างพื้นที่ที่คนสามารถเรียนรู้เรื่องความยินยอม การป้องกัน และความสัมพันธ์ผ่านเรื่องราวในชีวิตจริง
What inspired you to start Flow Days?
ติช่า:
ต่างจากเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ที่มักจะสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง ฉันไม่เคยรู้เลยว่า "ความไม่สบายตัวในช่วงมีประจำเดือน" เป็นปัญหา—เพราะเราไม่พูดถึงมันมากพอ เราแค่ยอมรับว่าการมีประจำเดือนเป็นเรื่องที่ต้องทนไป
แล้ววันหนึ่งฉันก็ได้ลองใช้ Menstrual Cupและมันเปลี่ยนชีวิตฉัน มันให้ความรู้สึกเป็นอิสระมาก ฉันเลยสงสัยว่า ทำไมผู้หญิงถึงไม่ใช้สิ่งนี้กันมากกว่านี้?นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ Flow Daysเพื่อให้ผู้หญิงมีทางเลือกมากขึ้น และเพื่อเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับประจำเดือน
Is there a woman who has inspired you?
ติช่า:
แม่ของฉันคือแรงบันดาลใจแรกของฉัน—เธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและสง่างาม แต่ถ้าพูดถึงหัวข้อวันนี้ "แรงบันดาลใจ" ฉันไม่สามารถเลือกได้แค่คนเดียว
ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากผู้หญิงทุกคนที่มาก่อนฉัน จากผู้หญิงที่ทำลายกำแพง สร้างความเปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ แต่สิ่งที่พวกเธอทำได้เปิดทางให้เรายืนอยู่ตรงนี้ได้ และตอนนี้ มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะสานต่อสิ่งนั้นให้คนรุ่นต่อไป
Lastly, what message would you like to share with other women?
ติช่า:
ถึงผู้หญิงทุกคน เสียงของคุณมีความหมาย จงกล้าพูดออกมา จงกล้ายืนในที่ของตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับกรอบที่สังคมกำหนดให้
หากมีสิ่งใดที่คุณหลงใหล—ไม่ว่าจะเป็นเพศศึกษา สุขภาพอนามัย หรือประเด็นใดก็ตาม จงทำมันด้วยความกล้าหาญ เพราะสิ่งที่เราทำในวันนี้ จะมีผลต่อผู้หญิงรุ่นหลังเรา
Ann Chumaporn (Waaddao)
Co-Founder of Bangkok Pride
พิธีกร: ย้อนกลับไปในวัยเด็ก คุณเป็นเด็กแบบไหน?
วาดดาว (ไทย):
ขอบคุณมากที่เชิญฉันมาที่นี่ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นตัวแทนของ Bangkok Prideและชุมชน LGBTQ+ในประเทศไทย งานนี้มีความหมายกับพวกเรามาก
ฉันเติบโตมาในชนบท และการค้นพบว่าตัวเองเป็นเลสเบียนตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเรื่องยากมาก ในเวลานั้น การรักเพศเดียวกันถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติและการขาดการยอมรับจากสังคมทำให้พวกเราหลายคนต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริง
ไม่ใช่แค่เลสเบียนอย่างฉันเท่านั้น เด็กข้ามเพศก็ต้องเผชิญกับการถูกมองข้ามและถูกปฏิเสธไม่มีใครยอมรับพวกเขาในฐานะผู้หญิงข้ามเพศหรือผู้ชายข้ามเพศ และพวกเขาไม่ได้รับสิทธิ์ในการแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
สังคมไทยเพิ่งเริ่มเปิดรับความหลากหลายทางเพศเมื่อไม่นานมานี้ แค่สัปดาห์ที่แล้ว จังหวัดหนึ่งในประเทศไทยเพิ่งอนุญาตให้นักเรียนสามารถสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนตามอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองได้ แต่ในยุคที่ฉันเป็นเด็ก ฉันไม่มีสิทธิ์แบบนั้น
พิธีกร: ตอนนี้คุณกำลังทำงานอะไรที่คุณไม่มีวันยอมแพ้?
วาดดาว :
ฉันเป็นนักเคลื่อนไหวด้าน ความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชนสิ่งหนึ่งที่ฉันบอกตัวเองเสมอคือ นี่คือลมหายใจของฉัน
ฉันใช้เวลากว่า 12 ปีทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อผลักดัน กฎหมายสมรสเท่าเทียมสิ่งที่ทำให้ฉันไม่เคยยอมแพ้คือความเชื่อที่ว่า "เราทุกคนเกิดมาเสรีและเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีและสิทธิ"
สำหรับคนที่เป็นชนกลุ่มน้อย "ศักดิ์ศรี"สำคัญมาก 10 ปีที่แล้ว ไม่มีใครเชื่อว่า ประเทศไทยจะผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้แต่ฉันเลือกที่จะไม่ยอมแพ้
ฉันไม่ได้สู้แค่เพื่อตัวเอง ฉันสู้เพื่อ ทุกคนในชุมชน LGBTQ+และในที่สุด ประเทศไทยก็กลายเป็น ประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสมรสเท่าเทียมอย่างแท้จริง
พิธีกร: มีผู้หญิงคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณ?
วาดดาว :
ในฐานะ นักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์ฉันอยากขอบคุณอาจารย์คนแรกของฉัน อวยพร เขื่อนแก้ว
เธอทำงานเพื่อ ขบวนการรากหญ้าและสอนนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ โครงสร้างอำนาจและ แนวทางของเฟมินิสต์
พวกคุณอาจไม่รู้จักเธอ เพราะเธอเลือกทำงานกับ คนชายขอบมากกว่าคนที่มีอภิสิทธิ์
เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันเข้าใจโลกใบนี้ในมุมที่แตกต่าง
พิธีกร: สุดท้ายนี้ คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ บ้าง?
ฉันมี 3 ข้อความที่อยากฝากไว้:
- สำหรับผู้หญิงที่มีอภิสิทธิ์—ฉันอยากเชิญคุณให้เปิดใจฟังเสียงของผู้ที่ถูกกดขี่ และใช้พลังของคุณเพื่อช่วยเหลือคนอื่น
- สำหรับผู้หญิงและ LGBTQ+ ที่เผชิญกับความรุนแรง—ฉันขอส่งพลังให้คุณ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว
- สำหรับคนรุ่นใหม่—ฉันใช้เวลากว่า 10 ปีเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าให้พวกคุณ อนาคตอยู่ในมือของคุณแล้ว
***Hoàng Kim Hồng
Miss Global 2025***
พิธีกร: ย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ คุณเป็นเด็กแบบไหน?
หงส์: ฉันเป็นเด็กหญิงไร้เดียงสาที่เติบโตมาในเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นเมืองบนภูเขา ฉันใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางภูเขา ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่คนเดียว ฉันตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุ 17 ปี และกลายเป็นแม่ตอนอายุ 18 ตอนนั้นฉันคิดว่าความฝันทั้งหมดของฉันจบลงแล้ว ชีวิตเหลือแค่การเอาตัวรอด—เลี้ยงดูลูกและหาหนทางเพื่ออยู่รอด แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ฉันผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ฝ่าฟันพายุชีวิต และฉันก็แข็งแกร่งขึ้น ฉันตระหนักว่านี่ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดอีกต่อไป แต่มันคือการสร้างความฝัน และทิ้งมรดกบางอย่างให้กับตัวเองและผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เคยเผชิญสถานการณ์แบบเดียวกัน เพื่อให้พวกเขารู้ว่าชีวิตยังมีความหวัง ฉันรู้ว่าฉันสามารถช่วยผู้อื่นได้ด้วยการแบ่งปันเรื่องราวของตัวเอง
พิธีกร: ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ที่คุณตั้งใจจะไม่ยอมแพ้?
หงส์: ฉันเพิ่งได้รับตำแหน่ง Miss Global เมื่อสามวันก่อน ทุกอย่างยังสดใหม่อยู่ในใจ สิ่งที่ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ในตอนนี้คือเวที Miss Global ตอนที่ฉันสมัครเข้าร่วมการประกวด ฉันมีคำถามมากมายในหัว—ฉันคู่ควรกับตำแหน่งนี้หรือไม่? ฉันจะทำให้มันสำเร็จได้หรือเปล่า? ฉันจะทำให้ประเทศของฉันภูมิใจได้ไหม? การถือสายสะพายประเทศบนอกเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ ฉันมาถึงจุดที่ฉันตระหนักว่าฉันต้องใช้ชีวิตเพื่อตามหาสิ่งที่ฉันใฝ่ฝัน ฉันต้องก้าวไปข้างหน้า เชื่อมั่นในความฝันของตัวเอง และหยุดฟังเสียงในหัวที่บอกให้ฉันยอมแพ้ หยุดคิดว่าฉันไม่คู่ควร มันไม่ใช่แค่การเพิกเฉยต่อคำดูถูกของคนอื่น แต่รวมถึงความสงสัยในตัวเองด้วย ฉันต้องไล่ตามความฝันของฉัน และนั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ ฉันคือ Miss Global 2025 และฉันจะไม่มีวันยอมแพ้
พิธีกร: มีช่วงเวลาที่คุณรู้สึกอยากยอมแพ้ไหม? แล้วอะไรที่ทำให้คุณก้าวต่อไป?
หงส์: การมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเรื่องยากมาก แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็เป็นโชคดีของฉัน เพราะลูกทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น ฉันต้องรับผิดชอบมากขึ้น และพวกเขาคือเหตุผลที่ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ แน่นอนว่าทุกคนต้องเผชิญกับเรื่องแย่ ๆ ความเกลียดชัง และช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เพราะลูกของฉันต้องการให้ฉันเข้มแข็ง ฉันจึงต้องเข้มแข็งเพื่อตัวเองก่อน แล้วฉันก็กลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อคนที่รักฉันและต้องการฉันมากที่สุด
ช่วงเวลาที่ยากที่สุดของฉันคือการต่อสู้กับสุขภาพจิต ฉันเป็นเด็กสาวอายุน้อยที่มีลูก และต้องเผชิญกับเรื่องใหม่ ๆ มากมายที่ฉันไม่เคยคาดคิด มันหนักหนามาก แต่ฉันโชคดีที่มีคนรอบข้างที่รักและเชื่อมั่นในตัวฉัน โดยเฉพาะแม่ของฉันที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ ตอนนี้ลูก ๆ ของฉันเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีความกตัญญู ใจดี และน่ารัก ฉันรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
พิธีกร: สุดท้ายนี้ คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ บ้าง?
หงส์: "ความฝันของคุณไม่มีวันหมดอายุ" คุณสามารถเริ่มต้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในจุดไหนของชีวิต หรือมีสถานะอย่างไร คุณก็สามารถไล่ตามความฝันของคุณได้
"เชื่อฉันเถอะ—เมื่อคุณซื่อสัตย์กับตัวเองและทำให้ดีที่สุด ความสำเร็จจะมาหาคุณ ไม่มีคำว่าสายไป มีแค่คุณจะลองหรือไม่เท่านั้น เวลาของคุณคือ 'ตอนนี้'"