โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ปชน.” เหน็บ “นายกฯ” ยุบสภาดีกว่า หากแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายหาเสียงไม่ได้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 08.37 น.

“ปชน.” เหน็บ “นายกฯ” ยุบสภาดีกว่า หากแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายหาเสียงไม่ได้ ลั่น เดินทางตรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินอ้อม อ้างเหตุผลดูดี ต้องการให้ญัตติแก้ รธน. ถูกตีตก ยก3 ปัญหาหลักของชาติ ไร้เจตจำนงทางการเมือง, ขาดความเป็นนิติรัฐ ซ้ำไม่เคารพเสียงประชาชน “พริษฐ์” ตอกลิ่ม อ้างกลัวผิดกฎหมาย หรือขัดแย้งในพรรคร่วม รบ.ขัดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลกันแน่

วันที่ 14 ก.พ. 2568 ที่ รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านฯ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน พร้อมสส.พรรคประชาชน ร่วมกกแถลงหลังการประชุมรัฐสภาล่มเป็นวันที่ 2 ทำให้ไม่สามารถพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ได้ โดยนายนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคผิดหวังมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้จะเป็นด่านสุดท้ายที่คิดว่า หากสามารถเดินหน้าแก้ไขได้ ก็มีโอกาสที่จะได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันต่อการเลือกตั้งปี 2570 เราเชื่อว่า หากเดินหน้าแก้ไขตามกระบวนการที่ตรงไปตรงมาก็ไม่จำเป็นต้องเดินอ้อม เพราะเราไม่เชื่อว่าการเดินอ้อมอย่างที่เป็นอยู่จะนำไปสู่ปลายทางที่ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ระหว่างพักการประชุมได้มีการหารือ 2 ฝ่าย ถึงข้อกังวลที่ฝ่ายรัฐบาลเดี่ยวกับข้อกฎหมาย เพื่อให้มีการเปิดอภิปรายเพื่อให้สังคมและเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจมากขึ้น แต่ผลปรากฏว่า เมื่อมีการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล พบว่าฝั่งรัฐบาลกลับยังเดินหน้าที่จะให้มีการนับองค์ประชุมต่อ จนนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์สภาล่มตามที่ปรากฏ แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าเราจะพยามเดินอย่างไร ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหา 3 เรื่องหลัก คือ 1.การขาดเจตจำนงทางการเมือง หากก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างจริงจัง ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาควรเป็นร่างของ ครม. แต่ปรากฏว่าร่างที่เสนอเข้ามาเป็นร่างของพรรคเพื่อไทย จนทำให้ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เคยหารือเรื่องนี้กับพรรคภูมิใจไทย เพื่อพยายามผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อให้เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความจริงใจที่จะผลักดันเรื่องนี้ ส่วนที่บอกว่าต้องเดินอ้อมเพื่อทำให้รัฐสภาล่ม เพื่อให้ญัตตินี้ยังคงค้างอยู่ในรัฐสภา เชื่อว่าเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง

2.การขาดเจตนารมณ์ความเป็นนิติรัฐ เราจะเห็นสมาชิกรัฐสภาหลายส่วนออกมาให้ความเห็นมีข้อกังวลในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญในภายหลังซึ่งจะมีผลพัวพันทางกฎหมาย ทั้งที่เวทีรัฐสภาควรเป็นเวทีที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งปัจจุบันความเป็นนิติรัฐไม่ได้ถูกปกครองภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่เราอยู่ภายใต้กฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกลายเป็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใหญ่กว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ สมาชิกรัฐสภาควรที่จะกล้าใช้กฎหมายและกล้าตีความ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อประโยชน์ของประชาชนก็ต้องวิ่งกลับไปเพื่อสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้มองว่าเป็นปัญหาและจำเป็นต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 3.สำหรับการไม่เคารพเสียงของประชาชน ที่ผ่านมาในการหาเสียงเลือกตั้งทุกพรรคการเมือง มีข้อเสนอเดียวกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และยังเป็นนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ดังนั้นวิธีหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ หากนายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาล และถืออำนาจสูงสุดในการยุบสภา นายกฯ สามารถเข้าไปเจรจาพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลและแสดงเจตจำนงชัดเจนเพื่อให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเคารพเสียงของประชาชน แต่หากไม่สามารถทำได้ นายกฯ ก็มีอำนาจในการยุบสภาเพื่อคืนเสียงให้กับพี่น้องประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าว

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า พรรคประชาชนยืนยันว่า ต้องการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ สส.แก้ปัญหาประชาชนได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น ตนเข้าใจถึงบทบัญญัติเงื่อนไขในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยให้เหตุผลว่ากังวลใจในการเดินหน้าแก้ไข หากมีการลงมติจะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทยและเสียง สว. แต่ตนขอตั้งคำถามว่า สาเหตุของอุปสรรคนี้ที่เราไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย เป็นเพราะข้อกฎหมายจริง หรือเป็นความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลกันแน่ หากเป็นเรื่องทางกฎหมาย พรรคประชาชนยืนยันว่าสิ่งที่รัฐสภาดำเนินการ ไม่ได้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564
หากพรรคเพื่อไทยร่วมเป็นองค์ประชุมก็จะมีโอกาสได้ชี้แจงว่า เพราะอะไรจึงไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยดังกล่าว และเมื่อส่งเรื่องไปก็ไม่มีอะไรรับประกันว่า จะได้รับคำตอบ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการส่งเรื่องไปแล้ว 2 ครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับวินิจฉัย เพราะเคยวินิจฉัยในปี 2564 ไปแล้ว

“แต่หลักฐานที่ชัดเจนที่เราไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย และสว. ไม่ใช่เรื่องของข้อกฎหมาย เพราะทั้ง 2 กลุ่มไม่ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุนให้ยื่นญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญ หลักฐานต้นตอและสาเหตุที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากทั้ง 2 กลุ่ม คือความขัดแย้งพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่แค่เรื่องรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น กฎหมายกลาโหม พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นต้น ดังนั้นถ้าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทางออกจึงไม่ใช่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทางออกอยู่ที่นายกฯ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร หัวหน้ารัฐบาลผสมที่ต้องรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหาความคิดเห็นที่แตกต่างและผลักดันนโยบายของรัฐบาล หากนายกฯ ไม่สามารถเป็นเจ้าภาพและแก้ปัญหาความแตกต่างในรัฐบาล หรือใช้อำนาจในฐานะนายกฯ ได้ก็ควรยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะเดินต่อไปอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเรามองย้อนเหตุการณ์กลับไปในภาพรวม ถ้าพรรคเพื่อไทยมีเจตจำนง ในการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ที่ผ่านมาจะต้องมีการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะยิ่งพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องแก้ไขสถานการณ์ในเรื่องนี้
ขณะที่ นายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า เราแยก 2 ขั้นตอน คือขั้นตอนแรก เราไม่เห็นถึงเหตุผล หรือความจำเป็นที่ต้องยุติการประชุม เพราะมีนัดประชุมรัฐสภาแล้ว หากกังวลว่า เมื่อเข้าญัตติแล้วปลายทางเมื่อมีการลงมติ เสียงสนับสนุนไม่เพียงพอเมื่อถึงขั้นที่ต้องลงมติ ก็สามารถหารือได้อีกครั้งหนึ่งว่า จะเลื่อนการลงมติออกไปหรือไม่ เพราะเสียเวลา 2 วันเต็มๆ แทนที่จะได้ใช้พื้นที่รัฐสภาเพื่อสื่อสารกับประชาชนที่รอฟังอยู่ และการที่นายอนุทินและนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ที่แตกต่างนั้น ตนขอฝากคำถามกับสื่อมวลชนไปด้วยว่า ตกลงใครพูดความจริงกันแน่

เมื่อถามว่า หากมีการส่งคำร้องอื่นที่ไม่ซ้ำกับ สว. พรรคประชาชนมีจุดยืนอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราศึกษาข้อมูลกฎหมายมาแล้ว พรรคประชาชน ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 สามารถเดินหน้าได้เลย ไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องชะลอ เรื่องนี้ไว้ โดยการส่งไปศาลก่อน ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าจะผ่าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คำว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าให้ตนตอบตามข้อเท็จจริงตามระบบของการเมืองปัจจุบัน แน่นอนปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็คือฝั่งของพรรคภูมิใจไทย และต้องตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า อาจจะไม่ผ่าน มีแนวโน้มสูง

เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องเสียง สว.นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สุดท้ายก็กลับมาที่เรื่องของการควบคุมเสียงทั้งฝั่งรัฐบาล ถ้าพรรคเพื่อไทยยืนยันจริงๆ ว่า สิ่งที่พรรคต้องการในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือความชัดเจนของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไปเชิญชวนพรรคภูมิใจไทยให้มาลงมติสนับสนุนการส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...