โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ฟื้นO-NETเข้ามหา’ลัยเรื่องยาก อธิการบดี มรภ.นครราชสีมาแนะศธ.ใช้เข้าเรียนต่อม.1/ม.4

Eduzones

อัพเดต 23 มี.ค. 2568 เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2568 เวลา 06.21 น. • eduzones
อธิการบดี มรภ.นครราชสีมาแนะศธ.ใช้เข้าเรียนต่อม.1/ม.4

นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาและนักวิชาการทางการศึกษา เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หารือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต มาใช้ในการเข้ามหาวิทยาลัย ว่า ส่วนตัวมองว่า การเลือกใช้โอเน็ตในการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มหาวิทยาลัย มากกว่าศธ. ปัญหาที่เกิดขึ้นแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนแปลงบ่อย สร้างความสับสน และที่ผ่านมาก็เคยใช้โอเน็ตเป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียน 2. การที่ศธ.มองว่า เด็กไม่ให้ความสำคัญกับการสอบโอเน็ต จึงอยากให้มีการใช้ประโยชน์ โดยนำมาเชื่อมกับระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้เกิดความสับสนมากขึ้น นายอดิศร กล่าวต่อว่า ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ อาจต้องไปดูที่วัตถุประสงค์การสอบซึ่งมีเป้าหมายในการวัดผลการเรียนรู้ตลอดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยที่ผ่านมาศธ. ก็เคยมีการนำผลสอบโอเน็ตมาใช้ในการเข้าเรียนต่อชั้น มัธยมศึกษาปีที่1 และม.1 ซึ่งหากต้องการให้เด็กเห็นความสำคัญของการสอบโอเน็ต ศธ.สามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนต่อม.1และม.4 ได้ เพราะอยู่ในอำนาจของศธ. ส่วนการนำผลโอเน็ตไปใช้ในการเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แตกต่างออกไป ไม่ใช่อำนาจของศธ. ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะนำโอเน็ตกลับมาใช้เป็นองค์ประกอบในการเข้ามหาวิทยาลัย “ถ้าไม่มีความหมายเหล่านี้เด็กก็ไม่ตั้งใจสอบ แต่ในส่วนของการนำไปใช้เข้ามหาวิทยาลัยก็คงจะอยู่ที่การตัดสินใจของทปอ. ส่วนตัวผมอยากให้การสอบโอเน็ตมีความหมายต่อเด็ก โดยนำมาวัดคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีข้อสอบกลาง ที่มีคุณภาพมากพอในการวัดคุณภาพการศึกษาของประเทศ ทั้งนี้หากไม่สามารถนำโอเน็ตมาเป็นองค์ประกอบในการเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ก็อยากให้หาวิธีการอื่นในการสร้างแรงจูงใจ เพราะทปอ.คงจะต้องพิจารณาอย่างหนัก และสังคมเองก็คงมีคำถามในเรื่องนี้อย่างแน่นอน”นายอดิศร กล่าว. ที่มา : https://www.matichon.co.th/local/education/news_5099058

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...