ย้อนไทม์ไลน์ คนร้ายยิงโหด 3 ศพ พ่อแม่ลูก อ้างเหตุผลทำไปเพราะโกรธ
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ก.พ. 2568 เวลา 03.00 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 03.00 น. • The Bangkok Insightย้อนไทม์ไลน์ คนร้ายยิงโหด 3 ศพ พ่อแม่ลูก อ้างเหตุผลทำไปเพราะโกรธผู้ตายไม่ให้เงิน
จากคดี “ฆ่ายกครัว 3 ศพ” พ่อ-แม่-ลูก 7 ขวบ เพื่อนสนิทน้องชายผู้เป็นแม่ สารภาพแล้ว ยิง 3 ศพ อ้างเอาปืนมาจำนำ แล้วผู้ตายไม่ให้เงิน ก่อนส่งข้อความลวงไปให้น้องชายผู้ตาย ผลชันสูตรทั้ง 3 คน ถูกยิงที่ศีรษะทั้งหมด
ไทม์ไลน์ พ่อ-แม่-ลูก หายตัว
คดีสะเทือนขวัญนี้ ครอบครัวโชคร้าย มีด้วยกัน 3 คน นายวงศกร อายุ 37 ปี, นางสาวนันทกานต์ อายุ 35 ปี และ เด็กชายนัทกร อายุ 7 ปีพ่อ-แม่-ลูก ถูกฆาตกรรมหมกศพในรถกระบะ แล้วนำไปจอดไว้หน้าบ้านร้าง คลุมผ้าปิดรถมิดชิด ในพื้นที่ ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
โดยทั้ง 3 คน หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เย็นวันที่ 12 มกราคม 2568จนวันที่ 16 มกราคม 2568 ญาติจึงประกาศตามหาผ่านโซเชียล และแจ้งความที่ สภ.คลองขลุง กระทั่งวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ผ่านไป 1 เดือนเต็ม มีชาวบ้านไปพบศพทั้ง 3 คน ภายในรถกระบะ และนำไปสู่การค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ โดยตั้งปมถูกฆาตกรรมอำพราง รวมทั้งคาดว่า บุคคลที่ก่อเหตุ น่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิดกับผู้ตายทั้ง 3 รายด้วย
ย้อนเส้นทางการสืบหาพยานหลักฐานคลี่คลายคดี
หลังจากพบศพวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตำรวจเรียกพยานเข้ามาให้ปากคำ โดยเฉพาะนายศิริชัย หรือ “บอล” น้องชายของ นางสาวนันทกานต์ ผู้ตาย ซึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า มี SMS ที่อ้างว่าเป็นพี่สาวส่งมา แต่เบอร์โทรศัพท์ที่ส่งข้อความมา ไม่ใช่เบอร์ของพี่สาว และเนื้อหาข้อความก็มีจุดที่ผิดสังเกต เช่น เรียกน้องซันเดย์ ลูกชายว่า “ไอ้อ้วน” เรียกนายวงศกร สามีว่า “มัน” ซึ่งนายบอล บอกว่า จำข้อความทั้งหมดไม่ได้ เพราะข้อความถูกลบไปแล้ว แต่เชื่อว่า ข้อความดังกล่าว เป็นคนร้ายที่ส่งมาลวงว่าเป็นพี่สาว
วานนี้ (14 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายบอล พบเบอร์โทรศัพท์ ส่งข้อความผ่าน SMS มาหานายบอล เมื่อเวลา 22.25 น. ภายหลังจากที่ครอบครัวไปแจ้งความคนหายระบุว่า “พี่แจงนะ ไปแจ้งความทำไม เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่โต พี่มาทำธุระกับพี่ใหม่ มันมารอเอาเงินอยู่ตีนเขา พรุ่งนี้ตอนค่ำๆ ก็กลับแล้ว ดูบ้านด้วยนะ ตื่นเปิดร้านด้วย บอกพ่อด้วยไม่ต้องห่วงทางนี้ เค้าไม่ให้ใช้โทรศัพท์ เลยต้องพิมพ์ฝากข้อความนี้ให้คนอื่นออกไปส่ง ไม่ต้องให้ใครรู้นะว่าพี่มาทำอะไรกัน ไปถอนแจ้งความเลย เดี๋ยวพี่ใหม่จะโดนตรวจสอบการเงินเอา ลาครูให้ไอ้อ้วนด้วย ใครมาฝากเงินก็จดไว้ให้หน่อย เดี๋ยวพี่กลับไปเคลียร์เอง อ่านแล้วก็ลบด้วย ไม่ต้องติดต่อกลับมานะ พรุ่งนี้ได้โทรศัพท์คืน เดี๋ยวโทรไปเอง”
ส่วนฝั่งของนายบอล น้องชาย พิมพ์ตอบกลับไปว่า “ไม่ต้องบอกใช่ไหม” แต่ข้อความของนายบอล ส่งไปไม่ได้
เรียก ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้ปากคำ
จากนั้น ช่วงบ่าย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ประชุมชุดสืบสวน โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือค้นหาโทรศัพท์ระยะใกล้ หรือ เครื่องด๊อง มาใช้สะกดรอยเส้นทางการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ส่วนการชันสูตรศพ ก็พบความชัดเจนว่า ทั้ง 3 คน ถูกยิงที่ศีรษะทั้งหมด แต่ยังบอกไม่ได้ว่า ถูกยิงทั้งหมดคนละกี่นัด ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียด
พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงว่า เจ้าหน้าที่เชิญน้องชายผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติม ในประเด็น SMS และนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ โดย “ผู้ต้องสงสัย” รายนี้ให้การว่า นำปืนมาจำนำกับผู้ตาย ซึ่งตำรวจเชื่อว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ใช้ยิงผู้ตาย และผู้ต้องสงสัยรายนี้ มีความสนิทสนมกับนายบอล น้องชายของผู้ตายด้วย โดยปืนที่คาดว่าใช้ก่อเหตุ คือ ปืนบีบีกันดัดแปลง ซึ่งเป็นปืนที่ผู้ตายครอบครองอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่พบปืนกระบอกดังกล่าว
ส่วนเรื่องเบอร์โทรศัพท์ปริศนา เป็นเบอร์ที่ลงทะเบียนซิมโดยแรงงานชาวเมียนมา โดยคนไทยที่ยังเป็นปริศนา ซื้อซิมมาใช้ ส่งข้อความหาน้องชายผู้ตาย และยังมีเบาะแสเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น ๆ ด้วย
เค้นสอบ 6 โมง คนร้ายยอมเปิดปาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจเรียกตัว นายศิวกร อ่อนเกตุ หรือ โน๊ต เพื่อนของนายบอล น้องชายของผู้ตาย มาสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง เพราะมีข้อมูลว่า เป็นคนที่นำปืนมาให้ผู้ตาย โดยอ้างว่านำปืนมาจำนำกับผู้ตาย
จนกระทั่งเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่คุมตัวนายศิวกร หรือ โน๊ต มาเก็บดีเอ็นเอและตรวจร่างกายเพื่อหารอยตำหนิต่าง ๆ ซึ่งระหว่างที่ถูกคุมตัวออกจากห้องเก็บพยานหลักฐาน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายศิวกร ว่ามาให้ปากคำเรื่องอะไร แต่นายศิวกร ตอบว่า ตนไม่ใช่ผู้ต้องหา ยังไม่มีความผิด แค่มาให้ปากคำกับตำรวจเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการนำปืนไปจำนำผู้ตาย แต่นายศิวกรไม่ยอมตอบคำถาม และเมื่อถามว่า ได้โทรออก หรือรับสายเบอร์ปริศนาของชาวเมียนมาหรือไม่ นายศิวกร เผลอตอบมาว่า ตนโทรเป็นปกติทุกวันอยู่แล้ว แต่พอผู้สื่อข่าวย้ำว่าเบอร์โทรปริศนา นายศิวกรเหมือนได้สติ มีอาการเอะอะ และไม่ได้ตอบคำถามอะไรอีก แต่พูดสั้นๆ ว่า“ผมก็รู้พร้อมๆ กับพวกพี่” ก่อนจะเดินเข้าห้องสอบสวนไปอีกครั้ง
กระทั่ง เวลา 19.20 น. มีรายงานว่า นายศิวกร หรือนายโน๊ต ผู้ต้องสงสัย ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้สังหาร 3 พ่อแม่ลูก โดยอ้างว่าได้เอาปืนไปจำนำกับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้เงิน จึงโกรธและลงมือฆ่า โดยยืนยันว่าทำคนเดียว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ
คำสารภาพคนร้ายยิงโหด
นายศิวกร อ้างว่า ไม่พอใจที่นายวงศกร ผู้ตาย บอกว่าจะให้ยืมเงิน 1 แสนบาท เพื่อไปลงทุนทำธุรกิจทางการเกษตร แต่เมื่อลงทุนไปแล้ว ผู้ตายทำเฉยไม่ให้เงิน วันเกิดเหตุ มีการทวงถามเงินอีก แล้วเกิดทะเลาะวิวาท ก่อนจะคว้าปืนของตัวเองที่จำนำไว้กับผู้ตายและอยู่ในรถผู้ตาย เอามายิงนายวงศกร เสียชีวิตเป็นคนแรก จากนั้นยิงภรรยาและลูกชาย เพื่อฆ่าปิดปาก เพราะครอบครัวผู้ตายรู้จักตนเป็นอย่างดี
หลังจากยิงทั้ง 3 คนแล้ว ก็โทรไปหา “นายเข้” ให้มาช่วยยกศพขึ้นรถ แล้วพากันออกไปจากจุดเกิดเหตุ เพื่อเอาทองของผู้ตายไปขาย ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง โดยเจ้าของร้านทองโอนเงิน 1 แสนบาทเข้าบัญชีธนาคารนายศิวกร อ้างว่าทั้งหมดเป็นเหตุซึ่งหน้า ไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน
หลังจากนายศิวกร หรือ นายโน๊ต ยอมรับสารภาพ ว่าเป็นคนยิงและมีการซัดทอดไปถึงผู้ที่ช่วยเหลือหลังก่อเหตุ ช่วงค่ำวานนี้ (14 ก.พ.68) ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีกราย คือ นายนิรุธ หรือ “นายยศ” ซึ่งนายศิวกร ให้การว่า นายยศ คือคนที่ซื้อซิมโทรศัพท์จากชาวเมียนมา และเป็นคนส่งข้อความ SMS ไปบอกน้องชายของผู้ตาย
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายยศว่า รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ แต่เจ้าตัวปิดปากเงียบ ก่อนถูกคุมตัวเข้าห้องสอบสวน
ส่วน ‘นายเข้’ ที่นายศิวกรให้การซัดทอดว่า เป็นคนช่วยยกศพผู้ตายทั้ง 3 ราย ขึ้นรถ และเป็นคนขี่รถพานายศิวกรเอาทองไปขาย ตำรวจกำลังนำตัวมาสอบปากคำ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังคุมตัว นางสาวปาลิตา และ นายชัยณรงค์ สองแม่ลูกที่พบว่า โทรเข้า-ออกไปยังเบอร์โทรปริศนา มาสอบปากคำ เนื่องจากยังมีข้อพิรุธหลายส่วน รวมทั้งหลังจากที่พบศพผู้ตายแล้ว นายศิวกร หนีไปกบดานที่บ้านนายชัยณรงค์ เพราะรู้จักกัน
ต่อมา ตำรวจเปิดเผยผลสอบปากคำผู้ต้องสงสัยทั้งหมด ซึ่งรับสารภาพแล้ว 1 ราย และอยู่ระหว่างการขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนนายบอล หรือโป๊งเหน่ง น้องชายของผู้ตาย ไม่เกี่ยวข้องกับคดี รวมทั้งนายชัยณรงค์ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเช่นกัน
ญาติร่ำไห้รับศพ ฌาปนกิจ 17 กุมภาพันธ์
ขณะที่ศพผู้ตายทั้ง 3 ราย ช่วงเย็นวานนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างมาที่วัดศรีภิรมย์ โดยใส่ในถุงซิป ใส่ผงการบูรและน้ำมันก๊าซเทใส่ในโลง เพื่อดับกลิ่น โดยมีญาติๆ ที่มารอรับ พากันร่ำไห้ด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะน้องซันเดย์ วัย 7 ขวบ ที่ต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากนั้นญาตินำร่างพ่อแม่ลูก ใส่โลงเย็น เพื่อเตรียมสวดอภิธรรมศพคืนแรก โดยจะสวดพระอภิธรรมศพ 3 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจพร้อมกันทั้ง 3 ศพ ในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้
ขอบคุณภาพ อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ ,สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดผลชันสูตรพ่อแม่ลูก ดับ 3 ศพ ถูกยิงหัว ได้เบาะแสปืนบีบีกันดัดแปลง
- เทียบ 5 ข้อ ‘ตัดไฟ’ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ได้-คุ้มเสียหรือไม่?
- ด่วน! ที่ประชุม สมช. มีมติ ตัดไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน ให้ 'เมียนมา' 5 จุด
ติดตามเราได้ที่