‘ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์’ สะท้อนแนวคิดนอกกรอบ ผ่านแบรนด์จิวเวลรี่อันเป็นที่รัก
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • HELLO! Magazine Thailandภายใต้ความเชื่อมั่นว่าการเป็นตัวของตัวเอง ย่อมเปรียบเสมือนการได้ค้นพบเพชรเม็ดงามล้ำค่า ผสานกับความกล้าประกาศตัวตนที่แตกต่างออกมาอย่างชัดเจนของคุณแอม-ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์ สิ่งเหล่านี้ล้วนถ่ายทอดมาสู่การทำงานในฐานะ Managing Director ของ PRYYA แบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่ที่ยืนหนึ่งโดดเด่นในแวดวงเครื่องประดับไทยมายาวนานกว่า 10 ปี
“PRYYA ออกเสียงว่า ‘พรียา’ มาจากสองพยางค์แรกของชื่อแอม มีความหมายว่า ‘ที่รัก’ เป็นไฟน์จิวเวลรี่ในดีไซน์ที่มีความสมัยใหม่ สนุกขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่าจิวเวลรี่ของเรามันจะต้องอยู่กับเราได้ในทุกๆ วัน”
อีกทั้งความหมายของคำว่า ‘ที่รัก’ ยังบ่งบอกถึงความรักและความหลงใหลที่คุณแอมมีให้ต่องานจิวเวลรี่ดีไซน์อย่างเต็มหัวใจ
PRYYA ออกเสียงว่า ‘พรียา’ มาจากสองพยางค์แรกของชื่อแอม มีความหมายว่า ‘ที่รัก’
จากนักเรียนการละครสู่เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่
ในวัยเรียนคุณแอมเป็นอดีตนิสิตสาขาการละคร เกียรตินิยมเหรียญทองจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนพ่วงดีกรีปริญญาโทสาขา Theatre Arts จาก California State เมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นสาขาวิชาที่ไม่น่าเชื่อมโยงมาสู่การงานในปัจจุบันได้ หากแต่คุณแอมกลับบอกว่าในฐานะเด็กละคร นี่คือการปูทางสำคัญสู่การเป็นเธอเฉกเช่นในทุกวันนี้
“โชคดีที่แอมได้เรียนเอกละคร เพราะแอมได้รับการปลูกฝังหล่อหลอมให้คิดนอกกรอบ ให้กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ และทำไปให้สุดทาง ทำให้ได้เรียนรู้ว่าเราก็สามารถคิดอะไรที่มันแปลกแตกต่างไปจากขนบโดยที่ไม่ได้ผิดอะไร พอมาทำ PRYYA จะคิดคอนเซปต์อะไรสักอย่าง มันก็ทำให้เรากล้าที่จะคิดแตกต่าง ทำให้เรามองได้ไกล กล้าคิดนอกกรอบ ฉีกกฎออกไปเลย”
ด้วยแนวคิดนอกกรอบนี้เอง ที่เป็นหัวใจสำคัญในการปั้นตัวตนและเอกลักษณ์ให้แก่แบรนด์นับตั้งแต่ก้าวแรก กอปรกับการแสวงหาความรู้ด้านการออกแบบจิวเวลรี่เพิ่มเติมอย่างจริงจัง อีกทั้งยังได้แรงสนับสนุนเต็มกำลังจากคุณพ่อคุณแม่เจ้าของธุรกิจอัญมณี การเติบโตของ PRYYA จึงพัฒนาไปสู่เส้นทางที่เฉิดฉาย และไม่มีใครเหมือน
“เอกลักษณ์ที่แตกต่างของเรา คือการนำแฟชั่นมารวมกับความลักซ์ชัวรี แอมมองว่าทุกวันนี้ร้านจิวเวลรี่ก็ยังสื่อสารด้วยการยึดติดอยู่กับคำว่าเรียบโก้ ซึ่งแอมรู้สึกว่าจิวเวลรี่มันมีความสนุกมากกว่านั้น ทุกครั้งที่แอมทำคอลเลกชั่นเสร็จ แอมจะกลับมาถามตัวเองและทีมว่ามันสนุกพอหรือยัง หรือมันน่าเบื่อไปแล้ว
“คำว่าสนุกในมุมมองของแอม มันก็จะต้องอยู่ในความไม่ล้ำเวอร์จนใส่ในชีวิตประจำวันไม่ได้นะ เพราะเราก็ยังยึดคอนเซปต์ว่ามันต้องใส่ได้จริง อย่างน้อยถึงเราจะไม่ได้ใส่ไปงานแต่งงานหรืองานราตรีเลิศหรู แต่เราก็ใส่ไปปาร์ตี้ได้ มันต้องเก๋ ต้องแฟชั่น ต่อให้จะหวานมันก็ต้องหวานซ่อนเปรี้ยว คนเดินผ่านแล้วต้องหันมามองแล้วรู้สึกว่าอุ๊ย สวยอะ
“แล้วแอมก็ทำสำเร็จในหลายๆ คอลเลกชั่น อันนี้แอมไม่ได้พูดเอง แต่ลูกค้าบอกเลยว่า วันนั้นที่ใส่ชิ้นนี้ไป มีแต่คนชม มีแต่คนบอกว่าต่างหูสวยจัง เก๋จัง พอลูกค้าได้รับคำชมก็รู้สึกภูมิใจ เราก็ดีใจที่นอกจากการขายจิวเวลรี่แล้ว เรายังสามารถสร้างคาแร็กเตอร์ให้ลูกค้า ได้มีความรู้สึกแตกต่างอย่างโดดเด่น มันคือการที่เราขายรสนิยมด้วย”
แรงบันดาลใจจากความรัก
ด้วยความที่ชื่อแบรนด์เชื่อมโยงไปถึงความรัก สอดประสานกับความเชื่อและศรัทธาต่อความงดงามของความรักในทุกรูปแบบของเจ้าตัว ทุกคอลเลกชั่นของ PRYYA จึงรังสรรค์มาจากประกายแรงบันดาลใจแห่งรัก
“จุดร่วมหนึ่งที่ซ่อนไว้ในแก่นของแบรนด์ก็คือความรัก ดังนั้นแอมจะเอาความรักมาเล่นในทุกคอลเลกชั่น อย่างคอลเลกชั่นแรก ชื่อ‘Compelling Love’ เป็นการตีความจากรูปงู ที่หมายถึงกิเลสตัณหาและความหลงใหล รังสรรค์เป็นลายเส้นคดโค้งเพื่อให้เกิดมูฟเมนต์ต่างๆ หรือแม้แต่คอลเลกชั่น ‘Love is Knotting’ เป็นความรักที่ผูกพันกันไว้ โดยสื่อผ่านสัญลักษณ์ขดเชือก หรือคอลเลกชั่น‘The Soulmate’ ถ่ายทอดความแตกต่างที่ลงตัว หรือความเหมือนที่แตกต่าง แต่เติมเต็มกันและกัน ออกแบบเป็นงานสองชิ้นอย่างแหวนสองวงที่นำมาใส่ด้วยกันก็สวย หรือจะใส่แยกกันในบางวันก็ได้”
จะเห็นได้ว่าจิวเวลรี่ฝีมือคุณแอม ล้วนเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่แอบซ่อนรายละเอียดลูกเล่นแสนแตกต่าง ในขณะเดียวกันก็ยังใช้งานได้จริงในทุกวันและหลากหลายโอกาส ซึ่งเราอาจเคยผ่านตาเครื่องประดับชิ้นซิกเนเจอร์ฝีมือคุณแอมอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น กำไลโซ่ แหวนนิ้วก้อยทรงยาว และแหวนเล็บ
“อย่างกำไลโซ่จากคอลเลกชั่น ‘Love is Knotting’ แอมทำออกมาเป็นชิ้นทดลองในช่วงโควิด คิดว่าถ้าเกิดขายไม่ได้เราก็ใส่เอง ปรากฏว่าขายดีมีคนชอบ เราก็เลยต่อยอดนำมาขยายเป็นคอลเลกชั่น โดยที่กำไลรุ่นนั้นก็ยังมีขายอยู่หน้าร้านตลอด และขายดีมาจนถึงทุกวันนี้
“ความแตกต่างของเราคือเป็นกำไลลายโซ่หลากหลายรูปทรงเรขาคณิตขนาดเล็กใหญ่สลับกันในวงเดียว ลูกเล่นของมันคือดีไซน์ที่ลวงตาว่าเป็นสร้อยข้อมือสองเส้นติดกัน แต่จริงๆ คือกำไลชิ้นเดียว รวมถึงดีไซน์ที่ออกแบบให้มันห้อยได้ตามแรงโน้มถ่วง
“อีกสองชิ้นคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ที่คนเห็นแล้วจำได้ก็คือ แหวนนิ้วก้อยทรงยาว ตั้งใจดีไซน์ให้เป็นแหวนที่ค่อยๆ เลื้อยนิ้วลงมา จุดเริ่มต้นมาจากทำใส่เองเหมือนกัน เพราะเราชอบ ปรากฏว่ามีลูกค้ามาขอซื้อจากนิ้วมือเราเลย แล้วก็มีแหวนเล็บ สำหรับสวมไว้ที่ปลายนิ้วตำแหน่งเล็บ”
จุดร่วมหนึ่งที่ซ่อนไว้ในแก่นของแบรนด์ก็คือความรัก ดังนั้นแอมจะเอาความรักมาเล่นในทุกคอลเลกชั่น
ความสำเร็จไม่มีวันสิ้นสุด
แม้ว่าแบรนด์ PRYYA จะเดินทางอย่างเจิดจรัสมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม ทว่าคุณแอมกลับออกตัวว่าความสำเร็จยังเป็นเรื่องของอนาคต
“เรียกว่าเราพอใจดีกว่า เพราะเราไม่รู้หรอกว่าความสำเร็จจริงๆ แล้วมันอยู่ตรงไหน แต่แบรนด์เราก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตัวตนชัดเจนมากขึ้น แอมรู้สึกว่ามันเป็นจุดที่เราพัฒนาตัวเองไปได้ แต่ถามว่าความสำเร็จมันไม่มีที่สิ้นสุดนะ
“อนาคตถ้าเป็นไปได้ ถ้าเรามีกำลังพอ ถ้าเราพร้อมก็อยากพาแบรนด์ไปเติบโตในต่างประเทศบ้าง มองไว้ว่าเป็นแถบตะวันออกกลาง แอมเคยมีลูกค้าจากตะวันออกกลางมาถามว่ายูเคยเอาแบรนด์ไปออกบูธงานแฟร์ที่ประเทศในโซนตะวันออกกลางมั้ย แล้วพูดกับแอมหลายคนด้วยนะ เขาบอกว่าดีไซน์ของแบรนด์ยูมันเหมาะกับแถบนั้นมาก ถ้ายูไปไอคิดว่ามันน่าจะดี” คุณแอมเผยถึงหมุดหมายในวันข้างหน้าของแบรนด์จิวเวลรี่อันเป็นที่รักยิ่งของเธอ
สไตล์ที่ถ่ายทอดถึงตัวตน
ในฐานะที่ทำงานอยู่ในแวดวงแฟชั่น ต้องยอมรับว่าคุณแอมคือผู้หญิงยุคใหม่ที่นำเสนอการแต่งกายได้อย่างมีสไตล์เป็นตัวของตัวเอง โดยเธอหยอดรายละเอียดที่ว่าด้วยการคิดนอกกรอบลงในเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้อย่างน่าสนใจ
“แอมไม่มีสไตล์ที่ตายตัว ขอแค่อย่างเดียวเลยคือแอมไม่หวาน ต่อให้แอมใส่กระโปรงระบายมันก็จะมีอะไรบ้างอย่างมาเบรกกันนิดนึง ให้มีความเปรี้ยวเก๋ แอมใส่เสื้อกล้ามกางเกงยีนส์บ่อยมาก แต่ก็จะเลือกเสื้อกล้ามที่มีรายละเอียดหรือแพตเทิร์นบางอย่างที่มันดูเปรี้ยวหน่อย เป็นสีเมทัลลิกอะไรอย่างนี้ บางวันมาแบบเปรี้ยว บางวันดูเท่ บางวันสบายๆ แต่จะมีรายละเอียดบางอย่างที่มันโดดเด่นออกมา สมมุติวันนี้ใส่ชุดสีเดียวกันทั้งชุด ก็อาจจะมีรองเท้าที่สีหลุดออกไปหน่อย เรียกว่าแต่งตัวตามความสนุกและอารมณ์ในแต่ละวัน
“ส่วนชิ้นที่ขาดไม่ได้ แน่นอนว่าต้องเป็นจิวเวลรี่ ส่วนมากเป็นชิ้นซิกเนเจอร์ของร้าน อย่างแหวนนิ้วก้อย แหวนเล็บ และกำไลโซ่ ไม่ว่าจะไปสมบุกสมบันแค่ไหน แต่อย่างน้อยต้องมีแหวนนิ้วก้อยกับแหวนเล็บ หรือต้องมีกำไลโซ่สักชิ้น
“ถ้าไม่มีเครื่องประดับเลยจะรู้สึกโล่งๆ ไม่ค่อยมั่นใจ เหมือนผู้หญิงไม่แต่งหน้า ไม่ถือว่าหมดความมั่นใจ แต่มันแค่รู้สึกว่าเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป”
คำตอบปิดท้ายสมกับเป็นทั้งจิวเวลรี่ดีไซเนอร์และผู้บริหารสาวแห่งแบรนด์ PRYYA
ขอขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ Oriental Residence Bangkok