โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เล็บสั้น VS เล็บยาว : Ashley Shim ติ๊กตอกเกอร์ผู้สร้างบทสนทนาไวรัลว่าด้วยความยาวของเล็บ

Mirror Thailand

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 12.01 น.
ภาพไฮไลต์

บางทีเล็บสั้นๆ หรือความยาวเล็บตามธรรมชาติ อาจดูจืดชืดสำหรับใครหลายคน เพราะการมีเล็บยาวๆ นั้นให้ความรู้สึกเริ่ดกว่าเป็นไหนๆ ทั้งช่วยเสริมบุคลิก ถ่ายรูปก็สวย เอาไว้ถ่ายคลิปขยับนิ้วก๊อบๆ แก๊บๆ แบบแกลมๆ หรือเคาะเล็บบนโปรดักต์ตามแบบฉบับของอินฟลูสายรีวิวก็จึ้ง ถือเป็นตัวคอมพลีตแพ็กเกจความเป็นสาวเก๋ได้เป็นอย่างดี และนั่นทำให้บางคนเลือกจะต่อเล็บหรือไว้เล็บให้ยาว ซึ่งแน่นอนว่าบางทีมันก็ไม่ได้กระทบเฉพาะเงินในกระเป๋า แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพเล็บด้วย

นั่นจึงทำให้ติ๊กตอกเกอร์อย่าง Ashley Shim สาวชาวนิวยอร์กวัย 26 ปี ออกมาพูดเรื่องเล็บสั้น vs เล็บยาว ซึ่งกลายเป็นไวรัล มีคนเข้าชมกว่า 2 ล้านวิว ทั้งยังมาคอมเมนต์ถกเถียงและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเล็บสั้นและเล็บยาวกันให้สนั่นจนเธอเองก็ยังเซอร์ไพรส์

เธอเขียนจั่วหัวเอาไว้ในติ๊กต่อก @ashley.shim ว่า “Short nails theori is too real” หรือ “ทฤษฎีเล็บสั้นมันโคตรจะจริง” พร้อมอธิบายถึง unpopular opinion ของเธอว่า “พูดถึงผู้หญิงทุกคนที่ไว้เล็บสั้นๆ คุณต้องรู้ไว้เลยว่าพวกเธอไม่ได้แคร์ความคิดเห็นคนอื่น พวกเธอแค่กำลังใช้ชีวิตอย่างดี พวกเธอเป็นคนเก๋ได้ และพวกเธอโคตรจะมั่นใจเลยล่ะ”

คลิปสั้นๆ ของเธอมีคนมาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย บางคนมาเสริมทัพเรื่องข้อดีของการไว้เล็บสั้น เช่น

“และคนเก๋ๆ น่ะมักจะไว้เล็บสั้นและไม่ทาสีอะไรเลยด้วย”

“เล็บสั้นน่ะทำความสะอาดง่ายกว่ามากเลย”

“การไว้เล็บสั้นมันหมายถึงเราไม่ได้ต้องการให้ใครมาติ๊กถูกใส่เราน่ะ”

“ฉันชอบดูคนที่ไว้เล็บยาวสวยๆ นะ แต่ฉันไม่สามารถไว้เล็บยาวเองได้แฮะ เพราะงั้น ฉันเห็นด้วย”

ขณะที่บางคนมาแชร์ถึงวิถีการใช้ชีวิตที่ทำให้การไว้เล็บสั้นนั้นตอบโจทย์กว่า

“ฉันทำงานด้านการแพทย์น่ะ”

“ฉันที่ชอบทำขนม ทำงานในห้องฉุกเฉิน และเรียนไวโอลินด้วย ไอ้มาตรฐานเรื่องการไว้เล็บยาวนี่กวนใจฉันมากเลย”

“ก็พวกเราเป็นเลสเบี้ยนน่ะสิ”

ส่วนบางคนก็แชร์มุมมองที่แตกต่างออกไป เช่น

“คนที่ไว้เล็บยาวก็อาจจะไม่ได้แคร์ความคิดเห็นคนอื่นและแค่กำลังใช้ชีวิตอย่างดีเหมือนกัน”

“มีแต่คนไว้เล็บสั้นที่ออกมาพูดแบบนี้ คนไว้เล็บยาวไม่เคยเห็นจะออกมาขิงเลย”

“จะเล็บสั้นหรือเล็บยาวพวกเราก็เป็นคนเก๋ไปด้วยกันได้ไม่ใช่เหรอ”

อย่างไรก็ตาม Ashley เคารพในความคิดเห็นที่เข้ามาแชร์กัน และเธอยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าส่วนตัวแล้วเธอยังคงเป็นทีมเล็บสั้น เสมอมา และตลอดไป

“ฉันไว้เล็บสั้นมาตลอดชีวิตเลยค่ะ และฉันก็เคยรู้สึกเหมือนว่าการไม่ได้มีเล็บยาวๆ มันแปลว่าเราไม่เริ่ด หรือไม่มีสไตล์เอาซะเลย แต่เมื่อผ่านเวลามา ฉันก็ได้พบว่าความมั่นใจคนเรามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยาวของเล็บหรอกค่ะ เล็บสั้นๆ มันให้ความรู้สึกว่าฉันเป็นตัวเองและมันก็เท่ด้วยค่ะ” เธอบอกกับเว็บไซต์ Newsweek

“มันง่ายมากที่จะไหลกับกับค่านิยมที่ว่าเล็บยาวนั้นเป็นมาตรฐานที่ปกติ และทุกคนควรมีเล็บยาว ฉันคงโกหกถ้าบอกว่าไม่เคยมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่ฉันก็อยากมีเล็บยาวๆ เก๋ๆ กับเขาบ้าง ทุกวันนี้ฉันก็ยังชอบได้เห็นสีเล็บหรือลวดลายสวยๆ แต่ฉันก็ยืนยันกับตัวเองได้ว่ามันไม่ใช่ฉันนี่นา และมันก็ไม่เป็นไรเลย” เธอกล่าว

และในมุมมองของแพทย์ผิวหนังอย่าง David Johnson เขาเห็นด้วยกับข้อเสนอของ Ashley “จากที่ได้เห็นเคสเรื่องผิวหนังและเล็บเป็นประจำทุกวัน ผมเข้าใจสิ่งที่เธอพูด และเห็นด้วย” พร้อมเล่าถึงประสบการณ์การรักษา ที่คนไข้บางคนติดเชื้อจากการไว้เล็บยาวแล้วเล็บฉีก บางคนเล็บเป็นโพรง (Onycholysis) หรืออาการที่เล็บแยกตัวออกจากฐานเล็บ จนเห็นเป็นโพรงบริเวณใต้เล็บ ซึ่งแพทย์ผิวหนังท่านนี้แนะนำว่าวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการไว้เล็บสั้นและรักษาความสะอาดเล็บให้ดีนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การจะไว้เล็บสั้นหรือเล็บยาวก็ล้วนแต่เป็นทางเลือก คนไว้เล็บสั้นไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าตัวเองไม่เริ่ด และขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าคนไว้เล็บยาวทุกคนจะต้องมีปัญหากับการรักษาความสะอาด คุณเองคิดเห็นอย่างไร ลองมาแชร์กัน

อ้างอิง

https://www.newsweek.com/gen-z-short-nail-theory-viral-2056139

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...