โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดอายุจริง อดีตพระยันตระ ญาติเตรียมรับร่างกลับไทย

สยามนิวส์

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • สยามนิวส์
เปิดอายุจริง อดีตพระยันตระ ญาติเตรียมรับร่างกลับไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก Suññataram California Monastery PhraAjahn Yantra Amaro โพสต์แจ้งข่าว อดีตพระยันตระ หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ เสียชีวิตแล้ว โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่าขอน้อมถวายความอาลัย น้อมส่งหลวงพ่อสู่พระนิพพาน พระอาจารย์ยันตระ อมโร ประธานสงฆ์และผู้นำทางจิตวิณญาณวัดสูญญตาราม ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2025 ณ วัดสุญญตาราม เอสคอนดิโด้ Sunnataram California Monastery9560 West Lilac Rd. Escondido CA 92026 สิริรวมอายุ 73 ปี พรรษา 51 ซึ่งโพสต์ดังกล่าวสร้างความเสียใจให้บรรดาลูกศิษย์และญาติโยมที่นับถืออดีตพระอาจารย์ยันตระ เป็นอย่างมาก มีการแสดงความคิดเห็นแสดงความเสียใจอย่างกว้างขวาง และติดตามรอการับร่างอดีตพระยันตระกลับเมืองไทยในวันไหนต่อไป

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 10 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่บ้านเกิดนายวินัย ละอองสุวรรณ หรือ อดีตพระยันตระ ที่บ้านเลขที่ 229/9 บ้านสุญญาคาร ชุมชนบ้านต้นหาด ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พบว่าในบ้านเป็นไปด้วยเงียบ หลังญาติทราบข่าวการเสียชีวิตของอดีตพระยันตระ เมื่อคืนวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา แล้ว ทราบว่าญาติกำลังยุ่งอยู่กับการประสานนำร่างอดีตพระยันตระ กลับบำเพ็ญกุศลศพที่เมืองไทย โดยญาติแจ้งเบื้องต้นว่า หากนำร่างอดีตพระยันตระกลับเมืองไทยจะตั้งบำเพ็ญกุศลศพจัดงานที่เจ้าสำนักป่าสุญญตาราม สถานปฏิบัติธรรมชื่อดังที่อดีตพระยันตระ พำนักเป็นประจำ ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อย่างไรก็ตามญาติยังไม่ยืนยันว่าจะจัดงานศพที่ไหนกันแน่ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกับบรรดาลูกศิษย์ เพื่อยืนยันสถานที่และเวลารับร่างอดีตพระยันตระที่ชัดเจน

แม่ชีมิตร อายุ 70 ปี ลูกศิษย์คนสนิทอดีตพระยันตระที่พักอาศัยที่บ้านเกิดของอดีตพระยันตระ กล่าวว่า ตอนเช้าวานนี้เวลาที่ประเทศอเมริกา ลูกศิษย์ได้ไปเรียกอดีตพระยันตระเพื่อเรียกไปฉันข้าว เมื่อเปิดประตุเข้าพบว่าอดีตพระยันตระ ละสังขารแบบสงบแล้ว ขณะนี้ลูกศิษย์และญาติกำลังประสานงานด้านเอกสารต่างๆเพื่อเตรียมนำร่างอดีตพระยันตระกลับเมืองไทย แล้วขอให้รอติดตามความคืบหน้าจากลูกศิษย์และญาติ สำหรับสาเหตุการละสังขารแบบกะทันหัน น่าจะเกิดจากโรคประจำตัวบางโรคของอดีตพระยันตระที่รักษามาหลายปี

สำหรับประวัติอดีตพระยันตระ นายวินัย ละอองสุวรรณ เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2494 ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ปฏิบัติตนเป็นนักพรตฤๅษีอยู่หลายปีจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ต่อมาได้อุปสมบทเป็นภิกษุในธรรมยุติกนิกายเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ณ พัทธสีมาวัดรัตนาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระวินัย เมื่ออุปสมบทมักใช้คำแทนตัวว่า พระยันตระ ซึ่งแปลว่าผู้ไกลจากกิเลส ที่เคยใช้มาตั้งแต่ยังเป็นฤๅษียันตระ เมื่อบวชแล้วเป็นที่รู้จักดีทำให้มีผู้ศรัทธาบวชเพื่อเข้าเป็นลูกศิษย์มากมาย ทำให้เขามักแวดล้อมไปด้วยพระสงฆ์คอยอุปัฏฐากอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ศรัทธาสร้างสำนักวัดถวายเขาหลายแห่ง โดยทุกวัดที่สร้างในสำนักเขาจะใช้คำว่า สุญญตาราม ประกอบด้วยเสมอ สำนักที่เป็นที่รู้จักดีคือ วัดป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี และยังมีสำนักวัดป่าสุญญตารามของเขาในต่างประเทศอีกหลายแห่ง เช่นที่ วัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้พระวินัยถือเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น มีการตีพิมพ์เผยแพร่คำสอนรวมถึงได้รับนิมนต์ไปเทศนายังที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คำสอนของเขาเน้นแนวทางปฏิบัติกรรมฐานซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการศาสนาว่าถูกต้องกับพระไตรปิฎก

อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2537 เขาได้ถูกฟ้องร้องหลายข้อหาและถูกตั้งอธิกรณ์ว่าล่วงละเมิดเมถุนธรรมปาราชิกาบัติ อันเป็นหนึ่งในจตุตถปาราชิกาบัติที่ทำให้ขาดจากความเป็นพระภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ โดยมีการต่อสู้ด้วยพยานหลักฐานมากมายตามสื่อต่าง ๆ เป็นข่าวโด่งดังในสมัยนั้น จนในที่สุดเขาได้ถูกมติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ก่อนที่นายวินัยจะลักลอบจะหลบหนีออกจากประเทศไทยไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง ทำให้นายวินัยสามารถหลบหนีคดีความอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจ

ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...