ประโยชน์ “โอเมก้า 3” วิจัยพบช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม แถมลดคอเลสเตอรอล
โอเมก้า 3 (Omega 3) สารอาหารที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ โอเมก้า 3 จำเป็นต่อร่างกายของคนทุกวัย มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง สายตา และระบบหัวใจและหลอดเลือด มีการศึกษาพบว่า การได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติเกี่ยวกับระบบการทำงานของสมอง หัวใจและหลอดเลือด ทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดการอักเสบ
อาหารแก้ลำไส้แปรปรวน ใยอาหารต่ำ โปรตีนย่อยง่าย ช่วยระบบย่อยเข้าที่
กะหล่ำปลี ผักวิตามินซีสูง ควรกินสุกหรือดิบ และประโยชน์ต้านมะเร็ง
การอักเสบเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น ลดการอักเสบของกระดูก และข้อต่าง ๆ นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงการพัฒนาของกลุ่มโรคทางระบบประสาทและสมอง ด้วย
ผลวิจัยชิ้นหนึ่งจากประเทศอังกฤษระบุว่า การรับประทานปลาที่มีไขมันสูง สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สามารถลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้
สำหรับรายงานดังกล่าวได้รับการ ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษ หรือ บีเอ็มเจ ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย 26 ชิ้น โดยรวบรวมจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้หญิงกว่า 800,000 คน ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ผลปรากฎว่า ผู้ที่รับประทานปลาที่มีกรดไขมัน "โอเมก้า 3" เฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่า ผู้ที่ไม่รับประทานปลาเหล่านี้ ถึง 14%
ทั้งนี้เป็นเพราะในปลามีกรดไขมันชนิด DHA และ EPA ที่จัดอยู่ในกลุ่มโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการพัฒนาสมอง อีกทั้งยังช่วยชะลอหรือป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามโอเมก้า 3 คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทาน อาหาร เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเอง แหล่งอาหารสำคัญของกรดไขมันชนิดนี้คือ ปลาและอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาทู ปลาช่อน ปลาสวาย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบโอเมก้า 3 ได้ในพืช เช่น วอลนัท บล็อคโคลี ดอกกะหล่ำ เต้าหู้ น้ำมันรำข้าว น้ำมันละหุ่ง เมล็ดฟักทอง น้ำมันคาโนลา และถั่วเหลือง
"น้ำผึ้ง" ความหวานจากธรรมชาติ แก้ไอเจ็บคอ และลักษณะน้ำผึ้งที่ดี
ปัจจุบันมีหลายท่านที่แพ้อาหารทะเล แพ้ถั่ว หรือแพ้นม ก็อาจจะทำให้ได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่เพียงพอ การเสริมอาหารด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นสิ่งที่นักโภชนาการไม่นิยมแนะนำสำหรับบุคคลทั่วไป เนื่องจากหากบริโภคในปริมาณที่เกินกำหนดอาจจะทำให้เกิดโทษได้ ดังนั้นการกินอาหารให้เหมาะสม เราจะได้รับสารอาหารที่หลายหลายและครบถ้วน สารอาหารที่ได้ยังช่วยส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกันด้วย ทั้งปัจจุบันโอเมก้า 3 ยังมีในแหล่งอาหารใหม่อย่างเนื้อสัตว์ที่ราคาไม่แพงและอยู่ในอาหารทุกมื้อ
ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
“วิตามินซี” ทานแบบไหนเพิ่มการดูดซึม ดึงประสิทธิภาพสูงสุด
แหล่งวิตามิน ที่ดีต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ เซฟสุขภาพไม่ป่วยโรคเรื้อรัง