โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

มะเร็งปากมดลูก-มะเร็งเต้านม เป็น 2 ใน 5 อันดับแรกที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากที่สุด

TODAY

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 01.54 น. • workpointTODAY

มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมเป็น2 ใน5 อันดับแรกของโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากที่สุด หญิงไทยเลี่ยงการตรวจคัดกรอง เนื่องจากภาระหน้าที่ในครอบครัวสูง เป็นอันดับ2 ในเอเชีย-แปซิฟิก เสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้น

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลในเดือนมีนาคมปีนี้ที่ทั่วโลกเฉลิมฉลองภายใต้ธีม“Accelerate Action” หรือการเร่งลงมือทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ส่งเสริมสิทธิสตรีและความเท่าเทียมในสังคม โรช ไดแอกโนสติกส์(ประเทศไทย) และ โรช ไทยแลนด์ จัดงานเสวนาในหัวข้อ“ร่วมส่งเสียงสตรีให้มีพลัง เพื่อผลักดันสุขภาพสตรีไทย” มุ่งเน้นความสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนการตรวจคัดกรองเพื่อสุขภาพหญิงไทย

โดยได้รับเกียรติจาก ศ.พญ.ศิริวรรณ ตั้งจิตกมล นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย พร้อมด้วย พญ. ศิริโสภา เตชะวัฒนวรรณา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมีบำบัด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคมะเร็งในผู้หญิงไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน และความท้าทายด้านสุขภาพที่ผู้หญิงไทยกำลังเผชิญ

ปัจจุบัน ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง หรือสาธารณสุข โดยเฉพาะในบทบาทของผู้ดูแลครอบครัว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจด้านสุขภาพ ข้อมูลล่าสุดจากRoche Diagnostics APAC Women Health Survey 2025 ในผู้หญิงภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก อายุ25-50 ปี มากกว่า300 ราย ระบุว่า ร้อยละ28 ของผู้หญิงไทยเคยเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการรักษาทางการแพทย์ เนื่องจากภาระหน้าที่ในครอบครัว โดยประเทศไทยสูงเป็นอันดับ2 รองจากอินเดีย ใน8 ประเทศในเอเชีย–แปซิฟิก

นอกจากนี้ มากกว่าร้อยละ80 ของผู้หญิงในประเทศโลกตะวันตกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการดูแลสุขภาพของครอบครัว ยิ่งกว่านี้ ผู้หญิงยังเป็นกำลังหลักในระบบสาธารณสุข โดยร้อยละ66ของผู้ดูแลคนป่วยในครอบครัวทั่วโลกคือผู้หญิง และร้อยละ71ของบุคลากรทางการแพทย์ก็คือผู้หญิงเช่นกัน อีกทั้งยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครอบครัวสูงถึงร้อยละ70

อย่างไรก็ตาม ภาระเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงไทยละเลยสุขภาพของตนเอง ส่งผลให้อัตราการเกิดมะเร็งในผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจากEconomist Impactเผยว่า ร้อยละ27.8 ของผู้หญิงไทยไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และร้อยละ24.9 ไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสาเหตุหลักมาจากการขาดความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสุขภาพ และความกังวลเกี่ยวกับผลตรวจ

ปัจจุบัน มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมเป็น2 ใน5 อันดับแรกของโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยมากที่สุด แม้ว่าการตรวจคัดกรองจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ แต่หลายคนยังลังเลหรือไม่สามารถเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ข้อมูลล่าระบุว่า1 ใน3 ของผู้หญิงไทยมองว่าการตรวจคัดกรองเป็นเรื่องที่ไม่เร่งด่วน ทำให้พลาดโอกาสในการป้องกันและรักษาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ศ.พญ.ศิริวรรณ ตั้งจิตกมล นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย เปิดเผยว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ2 ในผู้หญิงไทย มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งชนิดนี้วันละ13 คน ที่น่าตกใจคือ ประมาณร้อยละ85 ของผู้หญิงที่ยังมีเพศสัมพันธ์เคยติดเชื้อHPV และมากกว่าร้อยละ99 ของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูกมาจากการติดเชื้อนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่จะช่วยให้พบความผิดปกติของมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงต่อการพบมะเร็งในระยะลุกลามและเสียชีวิต

ผลสำรวจดังกล่าวพบว่า ร้อยละ55 เคยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อยละ12 วางแผนจะไปตรวจ ที่น่ากังวล คือ อีกร้อยละ33 ไม่ต้องการตรวจคัดกรองเลย เนื่องจากกลัวเจ็บและอาย ดังนั้น จึงมีวิธีการที่ช่วยให้ผู้หญิงก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้โดยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง(Self-Sampling HPV Test) พบว่า ร้อยละ65 ของสตรีที่ทำการสำรวจเห็นด้วยว่าการตรวจคัดกรองด้วยตัวเองนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ ซึ่งผลจากการศึกษาระดับนานาชาติและการศึกษาของสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยพบว่าการเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อHPV ด้วยตนเองและโดยแพทย์นั้น มีประสิทธิภาพทัดเทียมกันข้อมูลเหล่านี้ จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับสตรีเพื่อดูแลสุขภาพโดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยด้วยตนเองจากการเก็บตัวอย่างจากปากมดลูกเพื่อตรวจหาเชื้อHPV

พญ. ศิริโสภา เตชะวัฒนวรรณาอาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมีบำบัด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า“การตรวจคัดกรองสุขภาพสตรีมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติให้แนวทางไว้สำหรับผู้หญิงอายุ20+ ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง กลุ่มอายุ40-69 ปีนอกจากการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำแล้ว ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมทุก1 ปี

“ผู้หญิงไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพ เพราะมีการคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ15.9 และอัตราการเสียชีวิตเพิ่มจากปี2020 ขึ้นสูงถึงร้อยละ25.9 ภายในปี2030 สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่คาดว่าจะมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นร้อยละ21.1 เป็นมากกว่า2.7 ล้านคน และอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ25.2 เป็น857,319 คนในช่วงเวลาเดียวกัน”

นอกจากนี้ การสำรวจของโรชยังพบว่า ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่หรือประมาณร้อยละ52 ค้นหาข้อมูลด้านสุขภาพจากอินเทอร์เน็ต และร้อยละ48 หาข้อมูลจากโรงพยาบาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของแหล่งข้อมูลออนไลน์ในการให้ความรู้ด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติ ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยและดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

นายมิไฮ อิริเมสซู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ ประเทศไทย กล่าวว่า“จากผลสำรวจ เราพบว่าเหตุผลหลักที่ผู้หญิงไทยไม่ตรวจคัดกรองมะเร็ง เพราะคิดว่าไม่มีอะไรผิดปกติ(34%) กลัวเจ็บ(28%) และกลัวผลตรวจ(26%) ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง”

โรชมุ่งมั่นส่งเสริมโครงการด้านสุขภาพที่ดีของผู้หญิง เพื่อยกระดับสิทธิและความเท่าเทียมด้านสุขภาพในสังคมไทย โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการช่วยเหลือด้านสุขภาพสำหรับสตรีไทยที่จัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ให้ความรู้แก่พนักงานในโรงงาน และส่งเสริมการใช้ชุดเก็บรวบรวมด้วยตนเองผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีโครงการสัปดาห์ตรวจสุขภาพสตรีแห่งชาติ ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า60 องค์กรทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรมโรดโชว์ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและให้ความรู้แก่ผู้หญิง รวมถึงโครงการCancer Care Connect ที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งทุกชนิดสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ตอกย้ำการตระหนักรู้และความสำคัญของการดูแลสุขภาพในผู้หญิงยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ

ทั้งนี้ โรชตั้งเป้าว่า ปีนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศ(Centers of Excellence) ในโรงพยาบาลต่างๆ จะมีการตรวจวินิจฉัยและแนวทางการรักษาแบบใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้มีการวินิจฉัยตรวจพบโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกๆ เพิ่มขึ้น10%

นายมิไฮ ย้ำทิ้งท้ายว่า“โรชให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ และการตรวจคัดกรองด้านสุขภาพมาโดยตลอด ไม่เพียงแต่ในเดือนแห่งวันสตรีสากล แต่มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีในทุกๆวัน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...