เป่าเปาคือบุตรสาวของนางร้าย [มี E-BOOK]
ข้อมูลเบื้องต้น
โปรย…
เด็กสาวทุกข์ระทมตลอดระยะเวลาสามปีที่พ่อแม่จากไปอย่างวันไม่มีวันหวนกลับ ทุกคืนวันแทบกินไม่ได้ นอนไม่หลับ วันจบการศึกษาระดับมัธยมปลายก็ยังไร้ซึ่งความสุข ด้วยความปรารถนาคือคำชื่นชมจากบุพการี
สุดท้ายชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงก็จบสิ้นไปพร้อมกับความตาย เด็กสาวตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสามขวบนาม ‘ถานเป่าเปา’ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนางร้ายในนิยาย
หนำซ้ำท่านพ่อยังเป็นพระเอกนิยายที่ต้องลงเอยกับนางเอก เพราะในใจไม่เคยรักนางร้ายมาก่อน เป่าเปาแก้มอวบอ้วนแทบอยากกุมขมับ!
แม้ได้พบหน้าพ่อแม่อีกครั้ง อุปสรรคประดังประเดเข้ามาไม่หยุด ไหนจะภารกิจที่ระบบในนิยายมอบให้ หากแต่เป่าเปาไม่ย่อท้อหรอก จะทำตัวน่ารัก ไม่ดื้อ ไม่ซน ขอเป็นกามเทพตัวน้อยทำให้ทั้งสองรักกัน
ฝาก Facebook fanpage : https://www.facebook.com/profile.php?id=100083004955142
เกิดใหม่ในร่างเด็กสามขวบ 1/2
บทที่ 1 [ตอนต้น]
พานซูไม่เคยทำใจได้สักวันว่าเธอสูญเสียพ่อและแม่ไปแล้วจริง ๆ ผ่านมาสามปีกระทั่งตอนนี้จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายก็ยังไม่อาจปล่อยวางได้
เพื่อน ๆ ต่างเฉลิมฉลองกับครอบครัวครบหน้า แต่เธอไม่มีใคร…
หญิงสาวยืนอยู่หน้ารูปถ่ายครอบครัว ก่อนจะหลั่งน้ำตา ไหล่เล็กสั่นระริก ตามจังหวะร้องไห้
วันนี้คือวันที่ตนเองประสบความสำเร็จ แต่พานซูไม่ได้ดีใจเลย เพราะคนที่อยากเห็นเธอเรียนจบไม่อยู่
พ่อ…แม่…จากโลกนี้ไปแล้ว…
ภาพในหัวพานซูค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เมื่อสามปีก่อนเธอไปเที่ยวประเทศไทยกับพ่อและแม่ สถานที่ที่เลือกก็คือเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล
เหตุผลที่เลือกไปเกาะหลีเป๊ะ เพราะทะเลน้ำใส ปะการังสวย แม้การเดินทางยากลำบาก ใช้เวลานานกว่าจะถึง แต่ก็คุ้มค่า
การเดินทางต้องนั่งเครื่องบิน ต่อด้วยรถและนั่งเรือไปยังเกาะไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ทว่าเมื่อไปถึง เธอ พ่อและแม่ต่างได้ผ่อนคลายชีวิต เพราะเมื่อทอดมองไกลแสนไกลก็เต็มไปด้วยน้ำใสสีฟ้าคราม
โดยไม่ทราบว่าวันเดินทางกลับ เรือที่ครอบครัวนั่งประสบอุบัติเหตุ เพราะคลื่นกลางทะเลสูงมาก ส่งผลให้เรือคว่ำกลางมหาสมุทร แม้จะสวมใส่เสื้อชูชีพ ทว่าก็ล่องลอยกลางทะเลไปเรื่อย ๆ
พานซูจำได้ว่าห่างจากพ่อและแม่ในตอนนั้น เพราะอยู่กลางทะเล และไม่ได้รับความช่วยเหลือ เธอตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งหนึ่งตัวคนเดียว ยังโชคดีที่บนเกาะมีน้ำจืดและผลไม้ป่าให้พอประทังชีวิต กว่าจะได้รับการช่วยเหลือก็ผ่านไปสามวัน
ทว่าเรื่องที่น่าเศร้ากว่านั้น เธอได้รับข่าวว่าพ่อกับแม่เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากลอยกลางทะเลหลายวัน ถูกแสงแดดแผดเผา หนำซ้ำร่างกายยังขาดน้ำ จึงไม่อาจทานทนไหว
ตอนนั้นพานซูร้องไห้จะเป็นจะตาย ราวกับโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า หัวสมองขาวโพลนนึกสิ่งใดไม่ออก ไม่รู้จะเอาอย่างไรต่อกับชีวิตที่เหลือ
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นอกจากจะสูญเสียบุพการีตลอดกาล พานซูก็ถูกปู่และย่ายักยอกเงินประกันชีวิตไป
เป็นเพราะเธอโง่เอง เชื่อว่าปู่และย่าจะเก็บเงินไว้ให้ คอยเลี้ยงดูหลานผู้นี้ ทว่าปู่และย่ากลับเอาเงินไปให้คุณอาของเธอจนหมด
กระนั้นพานซูก็ไม่อาจหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะเธอต้องมีผู้ปกครอง ดังนั้นแม้มีปู่และย่าในบ้านหลังนี้ หญิงสาวก็คิดว่าเธอเหมือนอยู่ตัวคนเดียว
ฉะนั้นทุกวันคืนผ่านไปอย่างยากลำบาก เธอคิดว่าหากเรียนจบมัธยมปลายก็จะไม่เรียนต่อ แต่เลือกทำงาน ย้ายออกไปมีชีวิตของตัวเอง
พรุ่งนี้…เธอจะหนีออกจากบ้านที่เหมือนขุมนรก
แต่วันจบการศึกษา เธออ่อนแอ เพราะอยากได้คำชมจากพ่อและแม่ หากทั้งสองยังอยู่ คงชื่นชมเธอไม่หยุดหย่อนแน่
น่าเสียดาย…ภาพที่ครอบครัวมีความสุขไม่มีวันเกิดขึ้นจริง เป็นแค่เพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น
พานซูเดินออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมายปลายทาง เมื่อพบเจอสนามเด็กเล่น หญิงสาวก็หยุดมอง
ฉับพลันภาพในอดีตก็ย้อนเข้ามาในหัว พ่อกับแม่รักเธอมาก ทะนุถนอมประหนึ่งไข่มุกในฝ่ามือ ไม่เคยได้รับความลำบากสักครั้ง ตอนที่เธอวิ่งเล่น บุพการีก็เฝ้ามองไม่ห่าง
ทำไมกัน…ไยเรื่องราวเลวร้ายจะต้องเกิดกับเธอด้วย
ตนเชื่อว่าตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมากระทั่งวันนี้ไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยทำชั่ว
สวรรค์…หากมีความยุติธรรมบนโลกใบนี้จริง ขอให้เธอได้พบพ่อและแม่อีกครั้งได้หรือไม่
เธอ…อยากพบพ่อและแม่จริง ๆ
ไหล่เล็กของพานซูสั่นระริก ร้องไห้สะอื้นไม่หยุดเมื่อนึกถึงบุพการี หญิงสาวเดินเรื่อยเปื่อยตามทาง
ทว่าขณะนั้น บนถนนเกิดอุบัติเหตุรถชน รถคันหนึ่งกระเด็นมายังทางเท้าและโดนตัวพานซู หญิงสาวเสียชีวิตคาที่….
“เป่าเปา!” น้ำเสียงร้อนรนเอ่ย ฉินหว่านตกใจที่ลูกกำลังจะจมน้ำ หญิงสาวไม่คิดอะไรทั้งสิ้น แม้ตนเองว่ายน้ำไม่เป็น กระโดดลงไปในนั้นเพื่อช่วยลูกเพียงคนเดียว
ทว่าคนว่ายน้ำอย่างไรก็ว่ายไม่เป็น แค่กระโดดลงไป ร่างฉินหว่านก็ดำดิ่งลงสู่เบื้องล่าง
พานซูรู้สึกหายใจไม่ออก แต่เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในน้ำ ด้วยสัญชาตญาณจึงรีบว่ายน้ำเข้าฝั่ง หญิงสาวนึกแปลกใจครามครัน เหตุใดการว่ายน้ำจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
กระทั่งขึ้นบกสำเร็จ พานซูก็เห็นคนกำลังจมน้ำ จึงหมายจะกระโดดลงไปช่วย ทว่าเมื่อเห็นแขนขาสั้นป้อมของตนเองที่สะท้อนในน้ำ จึงหยุดการกระทำไว้เพียงเท่านั้นแล้วเรียกคนอื่นมาช่วยแทน
สาวรับใช้นามชิงชิงได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงปรี่มาตามเสียง และเมื่อเห็นพระชายาอ๋องกำลังจมน้ำ ชิงชิงจึงกระโดดลงไปช่วยและพาขึ้นฝั่งได้ทันท่วงที
ฉินหว่านสำลักน้ำออกมาคำใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ามองบุตรสาววัยสามขวบแววตาอ่อน คราแรกนางตกใจมากจึงกระโดดลงน้ำ หลงลืมว่าตนเองให้อาจารย์สอนเป่าเปาว่ายน้ำจนสามารถว่ายได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แล้ว
“เป่าเปา เจ้าปลอดภัยหรือไม่” นี่คือความรักของคนเป็นแม่ สิ่งที่ห่วงมากที่สุดเป็นอันดับแรกก็คือลูกซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจ
พานซูสบสายตาคนที่เพิ่งถามตนเอง หัวสมองขาวโพลน ก่อนน้ำตาจะไหลออกมา “แม่…”
แม่…เธอได้พบแม่แล้ว เธอได้พบแม่แล้วจริง ๆ
ไม่รอช้า เด็กหญิงก้าวเข้าไปกอดคนเป็นแม่ แนบแก้มยุ้ยบนอ้อมอกอบอุ่น ก่อนจะปล่อยน้ำตารินไหลไม่ขาดสาย “ฮึก ฮือ ๆ”
************
หากมีคนอ่านขอกำลังใจด้วยนะคะ
เกิดใหม่ในร่างเด็กสามขวบ 2/2
บทที่ 1 [ตอนปลาย]
ฉินหว่านตกใจที่บุตรสาวร้องไห้หนัก มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปลอบลูก “เป่าเปา ร้องทำไมหรือ แม่ปลอดภัย ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…”
“แม่…” คำคำนี้เธออยากเรียกมานานแล้ว นับตั้งแต่พ่อและแม่จากไป ก็ไม่มีโอกาสเรียกต่อหน้าสักหน
ยามนี้แม่อยู่ตรงหน้า พานซูจะกอด จะหอมให้หายคิดถึง
“ปล่อยแม่ก่อน กอดแน่นไปแล้ว” ฉินหว่านเกือบหายใจไม่ออก จึงเอ่ยห้ามปรามลูก
พานซูเพิ่งเรียกสติตนเองกลับมาได้ จึงถอยห่างออกจากคนเป็นแม่ ยามนี้มองเห็นใบหน้าแม่ได้สะดวก ไม่ว่าคิ้ว ตา จมูก ปาก
คนตรงหน้าคือแม่จริง ๆ
สวรรค์กำลังคืนแม่มาให้เธอใช่หรือไม่?
ดวงตากลมโตยังคงคลอหน่วยด้วยน้ำตา
“รีบเข้าไปในห้องกันเถอะ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ฉินหว่านลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะจับจูงมือนุ่มนิ่มของลูก
ในยามนี้พานซูเรียกสติตนเองกลับมาได้ จึงยกมือสั้นป้อมปาดน้ำตาทิ้ง และร่างกายของเธอเหมือนจะเป็นเด็ก! เธอสูงถึงประมาณเอวคุณแม่…
พานซูเดินตามคนเป็นแม่ไปเรื่อย ๆ กระทั่งเข้ามาในห้อง เมื่อหยุดตรงหน้าคันฉ่อง เธอก็เห็นว่าตนเองคือเด็กหญิงคนหนึ่งจริง ๆ
หรือกำลังฝันนะ
เธอจึงหยิกตนเอง ทว่าความเจ็บปวดทำให้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป
“เป่าเปา หยิกตัวเองทำไม” ฉินหว่านตกใจที่จู่ ๆ บุตรสาวก็หยิกตนเอง คนเป็นแม่รีบห้ามปราม
พานซูเมื่อได้ยินชื่อ ‘เป่าเปา’ ก็รู้สึกว่าคุ้นหูนัก หนำซ้ำตอนนี้ทุกคนต่างแต่งกายแบบฉบับยุคโบราณ
ทันใดนั้นสรรพสิ่งรอบตัวพลันหยุดนิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งคนเป็นแม่และสาวรับใช้ ก่อนจะได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในหู
‘สวัสดี นี่คือระบบดูแลโลกนิยาย โฮสต์ได้รับภารกิจ ต้องผ่านด่านต่าง ๆ ตามคำสั่งระบบ หากผ่านด่านสำเร็จ เรื่องในนิยายจะดำเนินต่อ เมื่อจบเรื่องในนิยายแล้วจะมีสิทธิ์เปลี่ยนเส้นเรื่องนิยาย โลกแห่งนี้กลายเป็นโลกความจริง แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ โลกนิยายก็จะค่อย ๆ ถูกทำลาย อันดับแรก ระบบจะให้โฮสต์ได้รู้จักโลกนิยาย ก่อนจะส่งภารกิจให้ทำ ขอให้โชคดี’
สิ้นสุดเสียงระบบนิยาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาเคลื่อนไหวดังเดิม
ชิงชิงเดินไปหยิบเสื้อผ้าตัวใหม่มาสองตัว ก่อนจะยื่นไปตรงหน้านายทั้งสอง “พระชายา คุณหนู เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ตอนนี้เป่าเปากี่ขวบ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาสดใสและไพเราะเพราะพริ้ง ฟังแล้วน่ารักน่าเอ็นดู
ฉินหว่านยิ้ม เอื้อมมือไปบีบแก้มลูกเบา ๆ เพราะมันเขี้ยว “เป่าเปาของแม่สามขวบแล้ว เจ้าบอกว่าปีนี้โตมาก ๆ” เอ่ยแล้วก็ไม่ลืมหยอกเย้าลูก
พานซูท่องในใจว่าตนเองคือถานเป่าเปา ยามนี้อายุสามขวบ
ฉะนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นเรื่องราวในนิยายเท่านั้น
และคนตรงหน้าก็คือท่านแม่ของตนซึ่งเป็นนางร้ายในนิยายที่เกลียดนางเอกเข้ากระดูก
ท่านแม่ของเป่าเปาคือนางร้าย!
เป่าเปาไม่อยากยอมรับ ท่านแม่ของนางงดงามมาก จะเป็นนางร้ายได้อย่างไร
สวรรค์เมตตาให้พบแม่อีกครั้ง แต่ก็ยังส่งบททดสอบมาให้สู้ชีวิตอีก ใจร้ายเกินไปแล้ว!
และมิใช่ว่าท่านพ่อเป็นพระเอกนิยายนะ ไม่เช่นนั้นเป่าเปาจะเกลียดท่านพ่อ เพราะเนื้อเรื่องตามนิยาย พระเอกใจร้ายกับนางร้าย แต่แสนดีกับนางเอก เป่าเปายิ่งคิดยิ่งโมโห ไม่น่าหลวมตัวไปอ่านนิยายเรื่องนี้เพราะกำลังขึ้นชาร์ตเลย มีอย่างที่ไหน นางร้ายเป็นภรรยาของพระเอกแท้ ๆ แต่กลับได้เป็นนางร้าย ส่วนนางเอกคือลูกบุญธรรมของแม่พระเอกที่เลี้ยงดูมา ทำให้มีโอกาสใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เด็ก
นางร้ายเกลียดนางเอกมาก เพราะเข้าใจผิดคิดว่านางเอกเป็นคนทำร้ายลูกตัวเอง กระทั่งความจริงปรากฏว่านางร้ายเข้าใจผิด นางเอกที่ถูกทำร้ายเกือบปางตายก็ได้รับการช่วยเหลือจากพระเอก
นางร้ายที่ไม่อาจทนเห็นภาพบาดตาบาดใจก็ค่อย ๆ ตรอมใจ กระทั่งเสียสติ สุดท้ายจับนางเอกไป หมายจะสังหารทิ้ง
ด้วยเรื่องนี้นางร้ายกลายเป็นคนเลวโดยปริยาย พระเอกช่วยนางเอกทันและขอหย่ากับนางร้าย แน่นอนว่าเป่าเปาก็ได้อยู่กับพระเอกและนางเอก! เป่าเปาเรียกนางเอกว่าท่านแม่แทนที่มารดาตนเอง บ้าที่สุด!
ส่วนจุดจบของนางร้ายน่ะหรือ ตนอ่านแค่ผ่าน ๆ เพราะกลัวจะเสียน้ำตา
เนื่องจากเปิดไปหน้าสุดท้าย จึงทราบเพียงว่านางร้ายเสียชีวิต ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตไม่รู้ว่าด้วยเรื่องใด
เป่าเปายกมือสั้นป้อมกุมขมับแล้วส่ายศีรษะไปมา คิ้วเล็กชนกันจนยับย่น
ฉินหว่านเห็นบุตรสาวทำท่าทางประหลาดก็หัวเราะ “เป่าเปาเป็นอะไร” เด็กคนนี้ ทำไมน่ารักนักนะ นางรู้สึกว่ายิ่งอยู่กับลูกก็ยิ่งรักมากขึ้น
เป่าเปาออกจากภวังค์ความคิด เด็กหญิงเงยหน้ามองท่านแม่ “ท่านแม่ ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ไหนเจ้าคะ เป่าเปาอยากพบท่านพ่อ…”
ด้วยอยากรู้ว่าท่านพ่อมีหน้าตาแบบไหน เป่าเปาจึงเอ่ยถามเสียเลย
ฉินหว่านชะงักชั่วครู่ นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเฉไฉไปเรื่องอื่น “เป่าเปา เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“งื้อ…ท่านแม่ต้องสัญญาก่อน เป่าเปาเปลี่ยนเสื้อเสร็จ ต้องบอกว่าท่านพ่ออยู่ที่ไหน” พูดเสียงสดใสพลางฉีกยิ้มกว้างอวดฟันซี่เล็ก
ฉินหว่านนิ่งอึ้ง ลูกของนางตั้งแต่ตกน้ำก็แปลกประหลาด ดูเหมือนจะพูดเก่งขึ้นกว่าเดิมมากหลายส่วน
นางไม่ได้คิดไปเองใช่หรือไม่?
*****
เอาใจช่วยเป่าเปากันค่า
นางร้ายต้องชนะนางเอก 1/2
บทที่ 2 [ตอนต้น]
ฉินหว่านไม่อยากให้บุตรสาวอยู่ในชุดเปียกนาน หญิงสาวจึงผงกศีรษะยอมรับ “ได้ แม่รับปากเจ้า”
“เย่” เป่าเปากระโดดโลดเต้นดีใจ แล้วคว้าชุดของตนเองวิ่งไปด้านหลังฉากกั้นเพื่อรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า
ฉินหว่านส่ายศีรษะให้กับความซุกซนของลูก นางคว้าอาภรณ์ตนเอง ก่อนจะตามไปยังด้านหลังฉากกั้น
ถานเป่าเปากำลังถอดชุดที่เปียกออก เมื่อเห็นท่านแม่เดินมาใกล้ เด็กหญิงก็รีบยกมือปิดบังส่วนสงวนด้วยความเขินอาย
“รู้จักอายแม่แล้วหรือ?” ฉินหว่านยิ้มเอ็นดู
ถานเป่าเปาหน้าแดง นางลืมว่าตนเองยังเป็นเด็กสามขวบ จึงละล่ำละลักเอ่ย “เป่าเปาคิดว่าเป็นพี่ชิงชิงเจ้าค่ะ”
“สตรีเหมือนกันทั้งนั้น” ฉินหว่านกล่าวกับลูกจบก็ถอดอาภรณ์ที่เปียกน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ถานเป่าเปาเห็นเรือนร่างงดงามของท่านแม่
เด็กหญิงตาโต ทรวงอกอิ่ม เอวคอดกิ่ว หน้าท้องแบนราบ เรียวขางาม หากบุรุษคนใดได้เห็นคงมิอาจทานทนไหว
ถานเป่าเปายิ่งหน้าแดงไปกันใหญ่ เด็กหญิงตัวน้อยแต่แก้มทั้งสองอวบอ้วนรีบหันหลังให้ท่านแม่ มือสั้นป้อมรีบหยิบชุดของตนเองขึ้นมาสวมใส่
เด็กหญิงสวมใส่ชุดสีชมพู เมื่ออยู่บนตัวสั้นป้อมก็น่ารักน่าเอ็นดู ฉินหว่านสวมอาภรณ์ตนเองเสร็จก็จับจูงมือลูกไปนั่งหน้าคันฉ่อง
ถานเป่าเปามองตนเองในกระจก จึงเห็นว่าใบหน้านี้ช่างคล้ายกับตนเองตอนเด็กเสียจริง ดวงตากลมโต แก้มอวบอ้วน ริมฝีปากนุ่ม
แม้แต่แขนและขาก็สั้นป้อม งื้ออออ
แต่ไม่เป็นไร เป่าเปาจะทำให้ท่านแม่รักมากขึ้น ท่านแม่ทนไม่ไหวหรอกหากเป่าเปาเริ่มอ้อน
“ท่านแม่ เป่าเปาอยากทำผมเหมือนท่านแม่เจ้าค่ะ” ถานเป่าเปาเอียงคอพูด ท่านแม่ของนางสวยมาก หากเป่าเปาทำผมเหมือนท่านแม่ จะต้องออกมาสวยแน่นอน!
“เป่าเปา แม่แต่งงานแล้วนะ เจ้าจะทำผมเหมือนแม่ไม่ได้” ฉินหว่านลูบศีรษะลูกเพราะเอ็นดู หญิงสาวหยิบหวีไม้ขึ้นมาสางผมบุตรสาว ก่อนจะเกล้าเป็นมวยสองข้าง เมื่อเสร็จเรียบร้อย ภาพในคันฉ่องก็สะท้อนเงาเด็กหญิงใบหน้าอวบอ้วน
ถานเป่าเปายกมือจับแก้มตนเองแล้วบีบเบา ๆ หากนางเห็นเด็กวัยสามขวบมีแก้มย่อมอยากจับ ดังนั้นจึงจับแก้มตนเองเล่น
“เป่าเปา เสร็จแล้ว”
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ” แม้ท่านแม่ของนางเป็นถึงพระชายาอ๋อง ทว่าท่านพ่อไม่ใช่อ๋องเชื้อพระวงศ์ เป็นท่านอ๋องศักดินา เป่าเปาจึงตอบรับคำท่านแม่ตามปกติ ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์
“เป่าเปาไปนั่งรอแม่ที่ตั่งนิ่มก่อนนะ แม่จะทำผม”
“เจ้าค่ะ” ถานเป่าเปาพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย เด็กหญิงกระโดดลงจากเก้าอี้ แล้วเดินไปนั่งบนตั่งนิ่มสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
ชิงชิงเดินเข้าไปปรนนิบัติผู้เป็นนาย เนื่องด้วยพระชายาอ๋องแต่งงานแล้ว สาวรับใช้จึงเกล้าผมขึ้นครึ่งหัว ก่อนจะหยิบปิ่นเงินประดับไข่มุกปักลงไปยังเส้นผมดำขลับปิดท้าย
เมื่อทำผมเสร็จฉินหว่านก็ยืนขึ้น เดินไปหยุดหน้าถานเป่าเปา “เป่าเปา พ่อของเจ้าไม่ได้กลับจวนมาสามเดือนแล้ว งานที่ค่ายทหารยุ่งมาก เมื่อก่อนเจ้าถามแม่ก็เฉไฉ แต่ตอนนี้แม่อยากบอกเจ้าให้รับรู้”
“เจ้าค่ะ” ถานเป่าเปากะพริบตาปริบ ๆ พร้อมกับนึกถึงเรื่องราวในนิยาย
อันที่จริงนางเป็นนักอ่านที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก มักจะอ่านข้ามบทหรือข้ามคำบรรยาย เรื่องบางเรื่องก็ไม่ทราบ ฉะนั้นแม้อ่านนิยายจนถึงตอนจบแล้ว ก็ยังไม่อาจตั้งรับสถานการณ์ทุกอย่างได้
จริงสิ ช่วงนี้ท่านพ่อมีงานในค่ายทหารยุ่งจริง ๆ จึงไม่กลับจวน และท่านย่าอยากให้ลูกบุญธรรมแต่งเป็นอนุก็ส่งแม่นางเอกที่ชื่อหลูหมิ่นไปค่ายทหารเพื่อส่งอาหารเลิศรสให้ท่านพ่อ
แล้วท่านพ่อก็ยอมรับอาหารด้วย! ซึ่งอาหารที่นำไปส่งถึงค่ายทหาร นางเอกเป็นคนทำ
เชอะ! ทำอร่อยสู้ท่านแม่ของเป่าเปาได้หรือไม่ก็ไม่รู้
เด็กหญิงมั่นใจว่าท่านแม่ทำอาหารอร่อย เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง แม่ของตนทำอาหารออกมาน่ากินทุกอย่าง
“ท่านแม่ ไม่ทันแล้ว! รีบทำอาหารไปค่ายทหารเร็ว” เป่าเปาไม่อธิบายอะไรมาก เด็กหญิงเร่งมารดายิก ๆ เพราะต้องรีบทำอาหารไปให้ท่านพ่อ!
ฉินหว่านงุนงง ในค่ายทหารไหนเลยจะขาดพ่อครัว นางไม่จำเป็นต้องไปเสนอหน้า หากสามีไม่ยอมรับ นางจะเสียความรู้สึกเอาได้
ก็นางเป็นสตรีที่เขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานด้วย เพราะมาจากสมรสพระราชทาน เมื่อครั้งที่เขาชนะศึก คุณงามความดีครั้งนั้นฮ่องเต้ถูกพระทัย จึงมอบยศอ๋องแก่ถานจวิ้นเหวินจาก ‘แม่ทัพถาน’ จึงกลายเป็น ‘ถานอ๋อง’
ส่วนนางคือบุตรสาวจากตระกูลฉิน บิดาเป็นถึงราชเลขาธิการของราชสำนัก ฮ่องเต้อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้น จึงพระราชทานสมรสระหว่างถานอ๋องคุณหนูฉิน
ถานอ๋องเป็นอ๋องครองเมืองโยวโจว ณ ดินแดนเหนือ คุณหนูฉินหลังแต่งงานแล้วก็ต้องย้ายมายังเมืองโยวโจวทันที
แม้จวนของถานอ๋องอยู่ในเมืองโยวโจว กระนั้นก็ห่างจากค่ายทหารห้าสิบลี้ ต้องนั่งรถม้าราวหนึ่งชั่วยามจึงจะถึง
“ท่านแม่ นะ ๆ” ถานเป่าเปาจับแขนเสื้อมารดาแล้วเขย่าไปเขย่ามา
นางไม่อาจทนเห็นนางเอกนิยายชนะท่านแม่!
********
มีคนอ่านไหมเอ่ย