โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เพิ่มโซนนิ่ง “แอลกอฮอล์” เสริมศักยภาพท่องเที่ยว-หนุนเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 09.45 น.
ธิปไตร แสละวงศ์-อัญชลี ภูมิศรีแก้ว-ทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์-รวัตร คงชาติ

ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง โดยภาคเอกชนทั้งสมาพันธ์สุราและไวน์นานาชาติแห่งเอเชียแปซิฟิก (APISWA), สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สมาคมโรงแรมไทย และสมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหารกลางคืน ไม่เพียงร่วมแชร์ผลจากการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้

แต่ยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยที่จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดท่องเที่ยวอาเซียน รวมถึงผลักดันเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น ในงานเผยผลวิจัย “การส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : อิทธิพลของประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มแบบพรีเมี่ยมที่มีต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง” ที่จัดโดย สมาพันธ์สุราและไวน์นานาชาติแห่งเอเชียแปซิฟิก และบริษัทที่ปรึกษาเศรษฐกิจ Oxford Economics

“เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์” นายกสมาคมโรงแรมไทย ฉายภาพว่า จากผลวิจัยของ Oxford Economics ซึ่งสำรวจนักท่องเที่ยวจำนวน 1,800 คน จาก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน, เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ที่ต้องการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพบว่า 71% ให้น้ำหนักกับประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม หรือแม้แต่การช็อปปิ้ง อีกทั้ง 75% ของนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูงให้ความสำคัญกับปัจจัยนี้เช่นกันนั้น

ชี้ให้เห็นศักยภาพและความสำคัญของประสบการณ์ด้านอาหาร-เครื่องดื่ม และจุดอ่อนที่ทำให้ไทยอาจเสียเปรียบคู่แข่ง เนื่องจากแม้จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงได้ เช่น บาร์บนดาดฟ้าอาคาร-โรงแรมหลายแห่ง แต่การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ จะทำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ทราบเรื่องนี้ได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีแทน และอาจนำไปบอกต่อสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อการท่องเที่ยว

ตรงกันข้ามกฎหมายนี้ กลับแทบไม่ส่งผลกับการดื่มของผู้บริโภคชาวไทยเพราะสามารถเตรียมการล่วงหน้า เช่น ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ก่อนได้

ควรปลดล็อกแบบบูรณาการ

นอกจากการปลดล็อกวัน-เวลาจำหน่ายแล้ว ภาคเอกชนยังเสนอให้มีการปลดล็อก-แก้ไขกฎหมายอื่น ๆ ควบคู่กัน เช่น การโฆษณา และการจัดโซนนิ่ง เพื่อความชัดเจน โปร่งใส และเกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจสูงสุด

“อัญชลี ภูมิศรีแก้ว” ผู้อำนวยการสมาพันธ์สุราและไวน์ฯ กล่าวว่า ภาครัฐควรปลดล็อกหรือเพิ่มความชัดเจนของข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การโฆษณา เนื่องจากแม้จะปลดล็อกให้สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์ได้ แต่การลงรูปภาพสินค้ากลับยังผิดกฎหมายการโฆษณา เป็นต้น ซึ่งจุดนี้ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ที่ต้องพึ่งการจำหน่ายผ่านออนไลน์เป็นหลัก ส่วนความกังวลด้านการเข้าถึงของเยาวชนนั้นเชื่อว่าสามารถนำโนว์ฮาวจากต่างประเทศมาปรับใช้ได้

สอดคล้องกับความเห็นของ “ธิปไตร แสละวงศ์” นักวิจัยอาวุโสทีดีอาร์ไอ เสริมว่า ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ ยังเผชิญปัญหาจากความซ้ำซ้อนของกฎหมายหลายด้าน เช่น ใบอนุญาตที่แยกย่อยจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจถูกต้องมีต้นทุนที่ไม่จำเป็นจนความสามารถในการแข่งขันลดลง หรือกฎเกณฑ์ด้านการโฆษณาที่มีความคลุมเครือหลายจุด และการให้รางวัลนำจับ ยังเปิดช่องให้เกิดการทุจริตอีกด้วย

แนะจัดโซนนิ่ง-ใบอนุญาต

“เรวัตร คงชาติ” กรรมการสมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหารกลางคืน เสริมว่า นอกจากการยกเลิกการห้ามในวันพระใหญ่ หรือห้ามขายช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็นแล้ว หากมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่เปิดผับบาร์ รวมถึงปรับระบบใบอนุญาตผู้ประกอบการใหม่ จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น

เนื่องจากปัจจุบันการจัดโซนนิ่งนั้นไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ตัวอย่าง เช่น ย่านข้าวสาร หรือเลียบด่วน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีที่สำคัญ กลับไม่ได้อยู่ในโซนนิ่ง ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องถือใบอนุญาตร้านอาหารที่เปิดทำการได้ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ระยะเวลาสั้นกว่าใบอนุญาตผับบาร์ที่เปิดได้ถึงตี 2 เมื่อรวมกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะมาใช้บริการหลังเลิกงาน หรือช่วงค่ำ เท่ากับมีเวลารองรับลูกค้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ดังนั้นการจัดโซนนิ่งใหม่ หรือสร้างใบอนุญาตชนิดใหม่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารกลางคืนที่สามารถเปิดดำเนินการได้ถึงตี 2 หรือตี 4 จะมีผลช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการได้มากกว่า ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการมีรายได้มากขึ้น ภาครัฐจะได้รายได้ทั้งจากการท่องเที่ยว และภาษีรายได้นิติบุคคลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกันการปรับปรุงข้อจำกัดในการจำหน่าย-โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ จากการที่ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ดีขึ้น และรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันกับต่างชาติ เช่น เวียดนาม ซึ่งกำลังผลักดันตัวเองเป็นเดสติเนชั่นท่องเที่ยวในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพิ่มโซนนิ่ง “แอลกอฮอล์” เสริมศักยภาพท่องเที่ยว-หนุนเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...