โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อันตรายถึงชีวิต รู้แล้วลูกอะไร ผลไม้ป่า ที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย กินแล้วคลื่นไส้ แน่นหน้าอก น้ำลายฟูมปาก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 07.02 น. • สยามนิวส์
อันตรายถึงชีวิต รู้แล้วลูกอะไร ผลไม้ป่า ที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย กินแล้วคลื่นไส้ แน่นหน้าอก น้ำลายฟูมปาก

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ศูนย์กู้ภัยตาขุนพนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกินผลไม้ป่าในพื้นที่อุทยานธรรมเขานาในหลวง ต.ต้นยวน อ.พนม แล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก น้ำลายฟูมปาก จำนวน 5 ราย โดยในเวลาต่อมา มีการนำเสนอข่าวว่า ผลไม้ป่าที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียกินเข้าไปนั้นคือลูกจันดง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา นายวรดล แจ่มจำรูญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนุกรมวิธานพืช หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ว่า มีเจ้าหน้าที่พื้นที่เกิดเหต ส่งตัวอย่างผลไม้ป่าที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียกินเข้าไปมาให้ดู โดยดูแล้วไม่ใช่ลูกจันดง เป็นคนละชนิดกัน เป็นชนิดที่มีผลใกล้เคียงกันและมีฤทธิ์เมาเหมือนกัน

แต่ผลไม้ป่าที่เป็นสาเหตุให้นักท่องเที่ยวเจ็บป่วยคือ มะเกลือ 3 เกลอ (Diospyros trianthos Phengkhai) เป็นพืชในวงศ์มะเกลือ (Ebenaceae) ลักษณะเป็นไม้ต้น เปลือกต้นสีดำ ผลสุกสีเหลือง พบกระจายพันธุ์ในจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี

ผลดิบของพืชวงศ์นี้มักใช้เป็นยาถ่ายพยาธิและมี tannin จำนวนมากอาจมีฤทธิ์เบื่อเมา ผลที่สุกแล้วจะมีพิษมาก รับประทานเข้าไปจะมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายบิด ถ้าแพ้มาก ก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้

นายวรดล กล่าวต่อว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ทราบว่า ผลไม้ป่าชนิดนี้ มีพิษ ไม่มีใครรับประทาน คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะไปเที่ยวกันเอง แล้วทดลองกิน จึงเกิดอาการดังกล่าวขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...