โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

การตรวจมะเร็งนรีเวชระดับชีวโมเลกุล กุญแจสำคัญสู่การรักษาที่ตรงจุด

Bumrungrad International

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 03.08 น.

การตรวจมะเร็งนรีเวชระดับชีวโมเลกุล กุญแจสำคัญสู่การรักษาที่ตรงจุด

มะเร็งนรีเวชเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของอวัยวะสืบพันธุ์ผู้หญิง ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่และมะเร็งช่องคลอด ในปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยและการรักษามะเร็งนรีเวชมีความซับซ้อน ละเอียดละอ่อนและก้าวหน้ามากขึ้นในทุกมิติ ทำให้มีโอกาสรักษามะเร็งเหล่านี้ได้หายขาดหรือสามารถยับยั้งการเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งช่วยให้คนไข้มีโอกาสมีชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต

การตรวจมะเร็งระดับชีวโมเลกุลคืออะไร

ในปัจจุบัน เราทราบแล้วว่ามะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ที่ปกติในร่างกาย ซึ่งการกลายพันธุ์มีได้หลายวิธี การตรวจมะเร็งระดับชีวโมเลกุล เป็นการตรวจความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ในระดับชีวโมเลกุล ของยีน (Gene) การตรวจความผิดปกติเหล่านี้ สามารถเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ช่วยในการวินิจฉัยและการตอบสนองต่อการรักษา ของยาจำเพาะเจาะจงบางชนิด โดยแพทย์จะทำการตรวจจากชิ้นเนื้อ, จากก้อนมะเร็งที่ผ่าตัดตัดออกมา และ/หรือตรวจจากเลือดของผู้ป่วย ก่อนที่จะนำมาวิเคราะห์หาความผิดปกติในระดับชีวโมเลกุล

ข้อดีของการตรวจมะเร็งระดับชีวโมเลกุลมีอะไรบ้าง

การตรวจมะเร็งระดับชีวโมเลกุลมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชในหลายด้าน ดังนี้

  • การคัดกรองความเสี่ยง ช่วยระบุยีนที่เชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ เช่น การกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับมะเร็งรังไข่ หรือการตรวจหาการกลายพันธ์ของ Lynch syndrome ซึ่งพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว
  • การวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยวินิจฉัยและแยกแยะสาเหตุของการเป็นมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้ทราบว่าเซลล์ของผู้ป่วยกลายพันธ์ไปด้วยวิธีการใด
  • การพยากรณ์โรค ผู้เชี่ยญชาญพบว่า ได้พบว่าลักษณะทางชีวโมเลกุลของชุดพันธุกรรมและการกลายพันธ์ของยีนต่างๆ จะช่วยบ่งบอกถึงการพยากรณ์โรคที่แตกต่างกันได้
  • การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ทำให้แพทย์ทราบแนวทางการรักษาและสามารถเลือกใช้ยาต่อต้านการกลายพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคล รวมถึงการผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (targeted therapy) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลที่จำเพาะในเซลล์มะเร็ง อีกทั้งช่วยให้ภูมิต้านทานของผู้ป่วยที่สูญเสียประสิทธิภาพในการดักจับเซลล์มะเร็งที่ไม่ดีกลับมาฟื้นตัว และทำงานใหม่ ภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) นำไปสู่การรักษาที่แม่นยำและจำเพาะ (precision medicine) ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงน้อยที่สุด
  • การติดตามผลการรักษา การตรวจชีวโมเลกุลสามารถใช้ในการติดตามผลการรักษาและประเมินการตอบสนองต่อยา มีประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่กลับมาเป็นมะเร็งซ้ำที่ดื้อยาเดิม ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้ยาใหม่ที่ได้ผลกับการกลายพันธุ์นั้น

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจมะเร็งระดับชีวโมเลกุล

ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งนรีเวชในทุกระยะ ตั้งแต่ระยะที่หนึ่ง ควรได้รับการตรวจมะเร็งระดับชีวโมเลกุล เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนและกำหนดวิธีการรักษาแบบเฉพาะบุคคลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ประกอบด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช แพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์พันธุศาสตร์และนักพันธุศาสตร์ เรามีห้องปฏิบัติการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนที่ได้รับการรับรองจาก CAP Certified Laboratory จาก The College of American Pathologists (CAP) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่รับรองความถูกต้องแม่นยำและคุณภาพที่สม่ำเสมอของผลการตรวจวินิจฉัยและผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ

ข้อมูลเพิ่มเติม

Molecular Testing: How it Works, Its Uses, and Advancements
คัดกรองระดับชีวโมเลกุล ช่วยรักษามะเร็งได้ดีทุกระยะ
precision-med-for-cnacer.aspx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...