โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยยูเนี่ยน เปิดตัวนวัตกรรม ซองทูน่า รีไซเคิลได้ นำร่องในยุโรปภายใต้แบรนด์ John West

เดลินิวส์

อัพเดต 47 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ไทยยูเนี่ยนเดินหน้าพันธกิจ SeaChange® 2030 เปิดตัวนวัตกรรมซองทูน่า รีไซเคิลได้ เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม นำร่องในยุโรปภายใต้แบรนด์ John West

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าแปรรูปในบรรจุภัณฑ์ชนิดซอง (pouch) ที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียว (mono-material) และสามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งไทยยูเนี่ยนพัฒนาขึ้นร่วมกับ Mondi บริษัทวัสดุและบรรจุภัณฑ์ระดับโลก โดยนับเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเล การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมุ่งยกระดับประสบการณ์การรับประทานทูน่าในรสชาติและรูปแบบใหม่ๆ พร้อมมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภค โดยไม่ลดทอนคุณสมบัติในการนำไปรีไซเคิล ซึ่งนับเป็นความท้าทายทางเทคนิคที่ทลายข้อจำกัดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (flexible packaging) ในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปมาหลายทศวรรษ

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนพันธกิจภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 โดยไทยยูเนี่ยนตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้าทั้งหมดของบริษัทเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในรูปแบบกระป๋อง ECOTWIST® ภายใต้แบรนด์ John West ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 ไทยยูเนี่ยนได้บรรลุเป้าหมายการใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนภายใต้แบรนด์ของบริษัทไปแล้ว 91%

บรรจุภัณฑ์ชนิดซองนี้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ภายใต้แบรนด์ John West หนึ่งในแบรนด์อาหารทะเลแปรรูปชั้นนำของไทยยูเนี่ยนในยุโรป โดยวางจำหน่ายในชื่อ ‘Stir & Serve’ ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานที่มีให้เลือกสรรถึง 4 เมนู ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับรับประทานคู่กับข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือพาสต้าได้อย่างลงตัว โดยไทยยูเนี่ยนมีแผนต่อยอดคอนเซปต์ดังกล่าวไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภายใต้แบรนด์ของบริษัทในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปีนี้ สอดรับกับกระแสความนิยมในอาหารพร้อมทานและชุดอาหารพร้อมปรุง (meal kits) ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่

นายแอร์วอง วิลเฟอ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแบรนด์อาหารทะเลแปรรูป บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ไทยยูเนี่ยนมีความมุ่งมั่นในการขยายนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนให้กับสินค้ากลุ่มอาหารทะเลแปรรูปของบริษัท ประกอบกับในปัจจุบันเราเห็นกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่พกพาง่าย และตอบโจทย์ด้านความสะดวกมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์กลุ่ม ‘Stir & Serve’ ซึ่งมาในบรรจุภัณฑ์ชนิดซองที่สามารถรีไซเคิลได้ มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของอาหาร พร้อมทั้งนำเสนอรสชาติใหม่ๆ ที่อร่อยและตอบโจทย์มื้ออาหารในโอกาสต่างๆ ได้อย่างลงตัว การเปิดตัวในครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่าง Et Hop! ภายใต้แบรนด์ Petit Navire ในฝรั่งเศส และ Frigo ภายใต้แบรนด์ Mareblu ในประเทศอิตาลี1

เจาะลึกเบื้องหลังนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ Mono Material บรรจุภัณฑ์ชนิดซองนี้ผลิตจากพลาสติกพอลิโพรพิลีน (polypropylene) ซึ่งสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลผ่านระบบจัดการขยะของภูมิภาคยุโรป ด้วยเทคโนโลยีฟิล์มขั้นสูงที่มีชั้นป้องกันความหนาระดับนาโนเมตร (แทนที่ระดับมิลลิเมตรแบบเดิม) ช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ทูน่าในอุณหภูมิห้องได้ยาวนานถึง 18 เดือน นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนชั้นฟอยล์อะลูมิเนียมแบบเดิม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท retort pouch นั้นทำได้ยาก

ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดย Mondi เพื่อรองรับการใช้งานในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้อง และได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกับไทยยูเนี่ยนสำหรับนำไปใช้กับกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนและแรงดันสูง (retort processing) ในการผลิตอาหารทะเล ณ โรงงานในประเทศโปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร โดย Stir & Serve ถือเป็นสินค้ากลุ่มแรกที่นำบรรจุภัณฑ์รูปแบบดังกล่าวมาใช้จริงในเชิงพาณิชย์

ด้วยดีไซน์ที่เบาและขนาดกะทัดรัด โดยใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์น้อยกว่า 7 กรัม ต่อปริมาณผลิตภัณฑ์ 300 กรัม บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวจึงมีส่วนช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการขนส่ง รวมทั้งช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้นานถึง 18 เดือน ช่วยลดการเน่าเสียของอาหารทั้งในร้านค้าและครัวเรือน ซึ่งนับเป็นการยกระดับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไทยยูเนี่ยนมีแผนทยอยนำเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ mono-material มาใช้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ของบริษัทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 และเตรียมเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนเพิ่มเติมในปี 2570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...