โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ไต้ฝุ่นไมสัก"สลายแล้ว-จีนวิกฤตหนักอ่างเก็บน้ำแตก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 57 นาทีที่แล้ว
พายุไมสักได้อ่อนกำลังแล้ว แต่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเวียดนามและจีน พายุโซนร้อนไมสัก ทำให้จีนฝนตกหนักหลายพื้นที่ มีรายงานอ่างเก็บน้ำหลิวหลาน ในเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วงแตกพังเกิดช่องโหว่กว้างถึง 50 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมรวดเร็ว ส่วนกรุมอุตุนิยมวิทยาของไทยประกาศเตือนพายุไมสักเป็นฉบับสุดท้ายเมื่อ 6 ก.ค.โดยยังเตือน 31 จังหวัดได้รับผลกระทบฝนตกหนักจากร่องมรสุม

ภูมิภาคตอนใต้ของจีน ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไมสักพัดถล่มเมื่อ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ส่งผลให้ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50-100 เซ็นติเมตร ในเมืองฝางเฉิงกั่ง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งอยู่ติดชายแดนเวียดนาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือยางเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง มีรายงานอ่างเก็บน้ำหลิวหลาน ในเมืองเหิงโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วงแตกพังทลายลง 2 ส่วน ทำให้เกิดช่องโหว่กว้างถึง 50 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็ว ทางการเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน ได้ประกาศยกระดับมาตรการรับมือฉุกเฉินเพื่อควบคุมอุทกภัยระดับสูงสุด เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักสะสม

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า พายุไมสักนี้จะทำให้มีฝนตกชุกต่อเนื่องในอีก 3 วันข้างหน้าหรือต่อเนื่องจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ในพื้นที่กว่างซีจ้วง มณฑลกุ้ยโจว และหูหนาน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจตามมา เช่น น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ส่วนเวียดนามได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นไมสัก ได้พัดถล่มพื้นที่แถบชายฝั่งจังหวัดกว๋างนิงห์ ทางตอนเหนือของเวียดนามเป็นรอบที่สองเมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เมืองหมงก๋ายได้รับผลกระทบหนักที่สุดของจังหวัดกว๋างนิงห์ ทั้งฝนตกหนักและไฟดับต่อเนื่อง หลังพายุพัดผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง เส้นทางจากคาบสมุทรจ่าโก๋ ซึ่งเป็นจุดขึ้นฝั่งเข้าสู่เมืองหมงก๋าย พบเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ทั้งต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น สิ่งปลูกสร้างพังเสียหาย เฉพาะในจังหวัดกว๋างนิงห์เพียงแห่งเดียว มีต้นไม้หักโค่นอย่างน้อย 1,000 ต้น ระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดนานกว่า 10 ชั่วโมง ฝนที่ตกสะสมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและดินถล่มตามมา เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ความเสียหายยังขยายวงกว้างไปยังจังหวัดไหลเจิว เซินลา และท้ายเหงียน สำนักอุตุนิยมวิทยาของเวียดนามเตือนว่า ดินอิ่มตัวน้ำสูงถึงร้อยละ 85 และได้ประกาศเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มอย่างเร่งด่วน ส่วนทางหลวงสายหลัก 32 ที่เกิดดินสไลด์ 19 จุด เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่จนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุโซนร้อนไมสัก (MAYSAK) ฉบับล่าสุด(6 ก.ค.)และเป็นฉบับสุดท้าย หลังจากไมสัก ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้วเมื่อเวลา 4 นาฬิกาวันนี้ ศูนย์กลางอยู่บริเวณมณฑลกว่างซี ประเทศจีน และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และจะสลายตัวบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในระยะต่อไป แต่จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” และร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะยังทำให้หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากรวม 31 จังหวัด สำหรับพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมากมี 8 จังหวัด ภาคเหนือ พื้นที่เสี่ยง จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และตากและภาคตะวันออกเฉียงเหนือพื้นที่เสี่ยง รวม 5 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม

ส่วนอีก 24 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคเหนือ กระทบมากที่สุดรวมกว่า 11 จังหวัดอาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ และสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสี่ยงฝนตกหนัก ในจังหวัด เลย และมุกดาหาร เช่นเดียวกับภาคกลางกระทบ 2 จังหวัดได้แก่ กาญจนบุรี และราชบุรี ส่วนภาคตะวันออก พื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัดอาทิ จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...