โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักยานนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ผู้บุกเบิกการสำรวจดาวพลูโตและสุดขอบระบบสุริยะ

SPACEMAN

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.24 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

การทำความเข้าใจขอบเขตอันหนาวเหน็บและห่างไกลที่สุดของระบบสุริยะเคยเป็นเพียงความฝันของนักดาราศาสตร์ จนกระทั่งองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) ได้จุดประกายประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการส่งยานอวกาศนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ออกเดินทางไปสำรวจดาวพลูโต (Pluto) และวัตถุน้ำแข็งในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) เป็นครั้งแรก ภารกิจนี้ไม่เพียงแต่พลิกโฉมความรู้เดิมที่เราเคยมีต่อดาวเคราะห์แคระดวงนี้ แต่ยังเปิดประตูสู่การศึกษาโครงสร้างยุคกำเนิดระบบสุริยะที่ถูกแช่แข็งไว้นานกว่า 4,000 ล้านปี

ยานอวกาศนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 ด้วยจรวดขับดันที่ทรงพลังที่สุดในยุคนั้น ทำให้มันกลายเป็นยานอวกาศที่เดินทางออกจากโลกด้วยความเร็วเริ่มต้นสูงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา เป้าหมายหลักของภารกิจนี้คือการเดินทางข้ามระบบสุริยะเพื่อไปสำรวจอาณาเขตโซนที่ 3 ซึ่งเต็มไปด้วยวัตถุน้ำแข็งขนาดเล็กและดาวเคราะห์แคระมากมาย ในระหว่างการเดินทางอันยาวนาน ยานได้บินโฉบเข้าใกล้ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้เป็นเสมือนสลิงช็อตเหวี่ยงตัวยานให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางไปสู่เป้าหมายหลักได้ถึง 3 ปี พร้อมกันนี้ยานยังได้ทดสอบระบบอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเก็บข้อมูลพายุบนดาวพฤหัสบดีไปในตัว

ภาพถ่ายของดาวพลูโต ที่บันทึกโดยยานอวกาศนิวฮอไรซันส์ของนาซา ขณะบินผ่านระบบดาวพลูโตเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 โดยเข้าใกล้ดาวพลูโตในระยะ 12,500 กิโลเมตร

เครดิตภาพ: NASA/Johns Hopkins University Applied Physics Laboratory

ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์มาถึงในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เมื่อยานนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) บินโฉบเข้าใกล้ดาวพลูโตในระยะประชิดมากที่สุด หลังจากฝ่าฟันระยะทางกว่า 4,800 ล้านกิโลเมตรจากโลก ภาพถ่ายที่ส่งกลับมาสร้างความตกตะลึงให้กับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพราะสิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ก้อนหินน้ำแข็งที่ตายแล้วอย่างที่หลายคนคาดคิด แต่กลับเป็นโลกที่มีพลวัตสูง มีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่านเทียบเท่าเทือกเขาร็อกกี มีที่ราบน้ำแข็งไนโตรเจนรูปหัวใจอันโด่งดังซึ่งมีชื่อว่า ทอมบอเรจิโอ (Tombaugh Regio) รวมถึงมีชั้นบรรยากาศสีฟ้าที่บางเบา นอกจากนี้ยานยังได้สำรวจคารอน (Charon) ซึ่งเป็นดวงจันทร์บริวารดวงใหญ่ที่สุด และเปิดเผยให้เห็นหุบเหวลึกและขั้วดาวสีแดงที่แปลกประหลาด


ยานนิวฮอไรซันส์ของนาซา บันทึกภาพถ่ายสีแบบปรับปรุงให้คมชัดสูงภาพนี้ของดวงจันทร์คารอน (Charon) เพียงไม่นานก่อนเข้าใกล้ที่สุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การผจญภัยของยานลำนี้ไม่ได้สิ้นสุดแค่ที่ดาวพลูโต ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 ยานนิวฮอไรซันส์ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการบินโฉบวัตถุในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ที่มีชื่อว่า อาร์โรคอท (Arrokoth) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปไกลถึง 6,500 ล้านกิโลเมตร วัตถุอวกาศแห่งนี้มีรูปร่างคล้ายตุ๊กตาหิมะสีแดง เกิดจากการชนและรวมตัวกันอย่างนุ่มนวลของวัตถุสองก้อนในยุคเริ่มต้นของระบบสุริยะ การสำรวจครั้งนี้ถือเป็นการสังเกตการณ์วัตถุอวกาศที่อยู่ไกลที่สุดและมีความเก่าแก่ดั้งเดิมที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยส่งยานไปถึง

ปัจจุบัน ยานนิวฮอไรซันส์ยังคงเดินทางมุ่งหน้าลึกลงไปในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม ข้อมูลอนุภาค และความหนาแน่นของฝุ่นในห้วงอวกาศอันมืดมิด แม้จะอยู่ไกลแสนไกลจนสัญญาณวิทยุต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึงโลก แต่วีรบุรุษนักสำรวจลำนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ส่งข้อมูลอันล้ำค่ากลับมาอย่างต่อเนื่อง ภารกิจที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ขีดจำกัดของมนุษย์สามารถขยายออกไปได้ไกลตราบเท่าที่ความกระหายใคร่รู้ในเอกภพของเรายังคงอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...