‘ทราย สก๊อต-แม่’ ไกล่เกลี่ยนัดแรกไม่สำเร็จ ศาลนัดอีกครั้ง 16 มิ.ย.
แฟ้มภาพ
ยังไม่สำเร็จ ทราย สก๊อต ขึ้นไกล่เกลี่ย คดีลูกเนรคุณ ศาลนัดอีกครั้ง 16 มิ.ย. ก่อนเดือดฉีกสัญญาปิดปากแลกเงิน 5 ล้าน ขณะที่ทนายเผยแม่เครียดหนักจนต้องกินยา ยันไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก
10 มิถุนายน 2569 - ที่ศาลแพ่งพระโขนง ภายหลังจากศาลแพ่งพระโขนงมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต จำเลยเรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 และจำเลยยื่นคำให้การแล้ว
โดนวันนี้นายสิรณัฐ ได้เดินทางเข้ามาพร้อมกับ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือทนายปุย และนายคมสัน โพธิ์คง ก่อนจะเดินทางขึ้นไปยังห้องพิจารณาเพื่อไกล่เกลี่ยในเวลา 13.30 น. หลังจากที่ทำการไกล่เกลี่ยในวันนี้เสร็จสิ้น ศาลได้นัดทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.2569 เวลา 09.00 น.
หลังจากที่ลงมาจากห้องพิจารณานายสิรณัฐ เปิดเผยว่า ตนได้นำสัญญาที่ทำไว้เมื่อปี 2023 โดยเป็นสัญญาที่ทำขึ้นมาเพื่อปิดปากตัวเอง ตอนที่ตนโดนพี่เลี้ยงข่มขืน ทั้งที่ตนเองไปขอความช่วยเหลือ ขอความรักจากครอบครัว แต่กลับได้สัญญาปิดปาก ห้ามไม่ให้พูดเนื้อหาที่โดนกระทำ เพื่อรักษาเกียรติยศของครอบครัว มองว่าเป็นสัญญาปิดปากที่ซื้อความเป็นมนุษย์ของตน โดยในสัญญาระบุว่าจะให้ปีละ 5 ล้านบาท และมีข้อระบุชัดเจนว่าผู้รับสัญญาจะตกลงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของตระกูลภิรมย์ภักดี ซึ่งเรื่องนี้คนในครอบครัวก็รับรู้ ในวันเดียวกันตนก็ได้เล่าเรื่องที่ถูกพี่ชายกระทำให้ครอบครัวได้รับรู้ ซึ่งในสัญญานี้ระบุไว้ด้วยว่าหากทำผิดสัญญาจะหยุดให้เงิน โดยวันนั้นตนได้เซ็นสัญญาไปด้วยความไม่รู้ พอโตขึ้นมาจึงรู้ว่าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงิน ความจริงไม่มีวันตาย
ก่อนที่นายสิรณัฐจะทำการฉีกสัญญาฉบับดังกล่าว พร้อมบอกว่าตนไม่เล่นแบบนี้ ความเป็นมนุษย์ซื้อไม่ได้ และหลังจากที่ฉีกสัญญาใบนี้แล้ว จะนำไปใส่ถังขยะรีไซเคิล เพื่อทำประโยชน์ให้มากกว่านี้
นายสิรณัฐ กล่าวอีกว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ตนไปเจอพินัยกรรมของคุณตาและคุณยายที่ทนายความช่วยคัดให้ จึงได้พบเอกสารดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเห็นมาก่อน พอไปถามคนในครอบครัว เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไร แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินหลายอย่างที่ไม่เคยรู้เลยว่าคุณยายทิ้งไว้ให้ และไม่เคยรู้ว่า “นา” ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของตน มีชื่อเป็นพยานอยู่ในพินัยกรรมฉบับนั้น ส่วนรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ตนจะโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดในคดี ตนไม่สามารถให้ข้อมูลได้ คู่กรณีก็ไม่สมควรที่จะพูดอะไร นอกจากเรื่องที่มีการนัดไกล่เกลี่ยกันในอาทิตย์หน้า
เมื่อถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายสิรณัฐ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ไม่มีคำบรรยายใดมาแทนความรู้สึกได้ ไม่สามารถมีใครมาซื้อเสียงของตนเองได้ ไม่ว่าเงินหรืออำนาจจะมากแค่ไหนก็ตาม
ด้านนายคมสัน เปิดเผยว่ารายละเอียดในการไกล่เกลี่ยวันนี้ศาลไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าใช้บังคับได้หรือไม่ เพราะที่อยู่ที่ศาลพิจารณา แต่สัญญาดังกล่าวถือว่าขัดต่อเสรีภาพในการพูด
ขณะที่ ดร.ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร เปิดเผยว่า วันนี้เป็นขั้นตอนในการไกล่เกลี่ยยังไม่มีใครแพ้หรือชนะ และแม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาร่วมไกล่เกลี่ยแต่มาไม่ได้เนื่องจากเครียดรับประทานยาเข้าไปโดยขั้นตอนในการพิจารณาไกล่เกลี่ยในวันนี้ไม่ให้เปิดเผย รายละเอียด โดยจะมีการพิจารณาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิถุนายนเวลา 09:00 น. ส่วนคุณแม่จะเดินทางมาด้วยหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ส่วนทางแม่จะมีความยืดหยุ่นมากแค่ไหนนั้น ระบุว่าส่วนตัวไม่รู้ แต่มีแนวโน้มที่ดีในการไกล่เกลี่ย เพราะทั้งสองฝั่ง จะนำข้อเสนอของแต่ละฝั่งไปพิจารณากัน ทนายยังระบุด้วยว่าแม่ของนายสิรณัฐขณะนี้มีความเครียด และต้องทานยาเพราะเรื่องที่เกิดเกี่ยวข้องกับคนที่แม่รัก และยืนยันว่าไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก