โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ระบอบสีน้ำเงิน’

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มาเป็นสเตปครับ…

จากวิจารณ์องคมนตรี กระทบไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

จากแถลงการณ์ที่สรุปเอาว่าสถาบันพระมหากษัตริย์แทรกแซงรัฐบาลผ่านองคมนตรี

วานนี้ (๒๒ พฤษภาคม) วันครบรอบรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ "หัวหน้าเท้ง" โพสต์ข้อความ หัวข้อ "จากรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สู่การเมือง 'ระบอบสีน้ำเงิน' ผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' " เนื้อหาชวนให้ตะลึง!

--------------

วันนี้ (๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗) ๑๒ ปี นับจากการรัฐประหาร ยึดอำนาจโดยกองทัพได้สำเร็จเป็นครั้งสุดท้าย

ถึงแม้เป็น ๑๒ ปีที่เราไม่ได้เห็นภาพรถถังบนท้องถนน แต่ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชน ยังไม่หยุดลง แต่กำลังเกิดขึ้นทุกวัน มีการดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ คดี มีการล้อมปราบประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติอย่างน้อย ๗๔ ครั้ง และมีการยุบพรรคการเมืองสำคัญอย่างน้อย ๗ พรรค

นี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนในยุคสมัยนี้ ไม่ได้เบาบางลง แต่กำลังหนักหน่วง และแนบเนียนขึ้น

แม้ว่าวันนี้ประเทศไทยจะไม่อยู่ภายใต้รัฐบาล คสช.อีกแล้ว แต่สังคมการเมืองไทยยังอยู่ภายใต้ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ๖๐ ซึ่งเป็นมรดกของการรัฐประหาร และระบอบนี้กำลังกัดกินอนาคตของสังคมไทย

ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” พวกเขาจัดวางสถาบันทางการเมืองและระบบกฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้อำนาจของชนชั้นนำที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน อยู่เหนือกว่าอำนาจที่มาจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ

พวกเขาจัดวางสถาบันทางการเมือง และระบบกฎหมายใหม่เพื่อทำให้ผลประโยชน์ของชนชั้นนำอยู่เหนือกว่าผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ

พวกเขาจัดวางสถาบันทางการเมือง และระบบกฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้อนาคตของประเทศถูกกำหนดโดยกลุ่มชนชั้นนำส่วนน้อย ไม่ได้ถูกกำหนดโดยความต้องการของประชาชนคนส่วนใหญ่

ภายใต้ระบอบนี้ ใครก็ตามที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจและผลประโยชน์ของพวกเขา จะถูกขัดขวาง ถูกโดดเดี่ยว หรือถูกทำลายด้วยกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วุฒิสภา หรือกระบวนการยุติธรรม

ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา จึงไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่กำลังทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ทำลายหลักที่ยึดถือให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ทำลายหลักที่รัฐต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง

ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา พร้อมจะใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล บิดเบือน เพราะประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนพวกเขาไม่ได้

ผู้มีอำนาจใน “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ เพราะพวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน แต่พวกเขามีความมุ่งหมายในการ “กินรวบประเทศ” ทั้งในทางการเมืองและในทางเศรษฐกิจ

พวกเขากินรวบในทางการเมืองผ่านการแต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ผู้นำกองทัพ ตำรวจ ผู้พิพากษา และข้าราชการ

พวกเขากินรวบในทางเศรษฐกิจด้วยการสนับสนุนกลุ่มทุน ที่เป็นเสาค้ำยันให้กับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ผ่านการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ผ่านการใช้จ่ายงบประมาณ และการดำเนินนโยบายรัฐโดยผลักภาระให้ประชาชน

การเมืองในระบอบนี้ จึงไม่มีเจตจำนง ไม่มีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการของประชาชน การปฏิรูปเชิงโครงสร้างไม่เดินหน้า กระบวนการยุติธรรมไม่เป็นที่เชื่อมั่น การศึกษาและการพัฒนาคนในชาติล้าหลัง มีแต่การผูกขาดของกลุ่มทุนใหญ่ การทุจริตคอร์รัปชันและความเหลื่อมล้ำ ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วันนี้ พวกเขาจะสามารถยึดกุมอำนาจรัฐ สถาบันการเมืองในระบบได้แทบทั้งหมด แต่นั่นคือสนามของพวกเขา

สนามของพวกเรา คือสนามการเมืองแห่งความหวังและสนามการเอาชนะใจประชาชน มีแต่สนามนี้ที่ไม่มีใครเป็นผู้ “ผูกขาด” กติกา เพราะไม่มีระบอบใดจะห้ามความคิดของประชาชนให้หวังถึงอนาคตที่ดีกว่าได้

ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันสร้าง “พลังของประชาชน” เพื่อนำพาสังคมไทยออกจาก “ระบอบสีน้ำเงิน” และประตูบานแรกคือการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง

มาช่วยกันแสดงพลังของคนส่วนใหญ่ ว่าเราต้องการรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย เราต้องการประเทศที่เป็นของประชาชน เราต้องการสังคมที่ทุกคนมีความเท่าเทียม และมีอนาคตให้ลูกหลาน ให้พวกเราทุกคนครับ

---------------

สรุป…รัฐบาลอนุทินคือมรดกบาปจากคณะรัฐประหารคสช.!

คือทายาทเผด็จการ!

หลังการทำรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งมาแล้ว ๓ ครั้ง

ครั้งแรกปี ๒๕๖๒ ได้รัฐบาลประยุทธ์

ครั้งที่สองปี ๒๕๖๖ พรรคก้าวไกลเกือบจะได้เป็นรัฐบาล เกือบจะมีนายกฯ ชื่อ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" แต่ทุกอย่างพังครืนเพราะพรรคก้าวไกลยืนกรานจะแก้ ม.๑๑๒

ประเทศไทยได้รัฐบาลเศรษฐาแทน

และล่าสุดครั้งที่ผ่านมา ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ คะแนนนิยมพรรคส้มดิ่งลงอย่างน่าใจหาย

การเลือกตั้งทั้ง ๓ ครั้งในสายตาพรรคส้มไร้ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง เพราะระบอบน้ำเงินเป็นมรดกของการรัฐประหาร ที่กำลังกัดกินประเทศไทย

องค์กรอิสระ กลุ่มทุน มีความฉ้อฉลเป็นเสาค้ำให้ระบอบสีน้ำเงิน

จัดวางสถาบันทางการเมือง และระบบกฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้อนาคตของประเทศถูกกำหนดโดยกลุ่มชนชั้นนำส่วนน้อย ไม่ได้ถูกกำหนดโดยความต้องการของประชาชนคนส่วนใหญ่

ครับ…ดูเหมือน "เท้ง" หลับลึกอยู่ในจินตนาการสังคมยูโทเปีย

ตื่นครับ เลิกเถอะครับวลีที่ว่า มัวแต่โทษตัวเอง แล้วเมื่อไหร่คนอื่นจะผิด เลยโทษแต่คนอื่น ไม่ดูว่าตัวเองทำผิดอะไรไว้

ประชาชนส่วนใหญ่เป็นใคร

ถ้าหลังเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ก็พอจะอ้างเสียงส่วนใหญ่ได้ เพราะพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งได้ สส.มากที่สุด

แต่ พ.ศ.นี้ พรรคภูมิใจไทยเขาได้ สส.มากกว่าเมื่อครั้งที่พรรคส้มเคยได้มากที่สุดด้วยซ้ำ

อย่าหลงอยู่กับกระแสในอดีต

อย่าคิดว่าตัวเองถูกต้องเพียงฝ่ายเดียว

และที่ต้องเลิกอย่างเด็ดขาดคือ เลิกโยงใยสถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองได้แล้ว

แล้วกลับไปเก็บกวาดบ้านตัวเองให้เรียบร้อย

เอาสมาชิกพรรคสีเทา สส.กินรวบลูกเมียผู้อื่น ออกจากพรรคให้หมดก่อน แล้วค่อยมาพูดเรื่องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

จะได้ไม่เป็นภาระคนรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...