ตะลึงกะโหลกมนุษย์เกยตื้นกระจายเขื่อนมูลบนจำนวนมาก
ตะลึงกะโหลกมนุษย์พร้อมชิ้นส่วน เกยตื้นกระจายบริเวณหางเขื่อนมูลบนจำนวนมาก คาดเป็นมนุษย์โบราณ
เมื่อข่าวบ่ายวันที่ 30 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเครือข่ายนักอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่า มีชาวบ้านพบโครงกระดูกจำนวนมากอยู่บริเวณทางเขื่อนมูลบน ท้องที่บ้านตลิ่งชันหมู่ที่ 9 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมกับประสานไปยังผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ครบุรี รวมถึง เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.6 ป่าครบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ
ซึ่งจุดที่พบนั้นเป็นบริเวณหางเขื่อนมูลบน ที่ตอนนี้น้ำกำลังลดระดับลงจนเป็นหาดดิน เว้าแหว่งเป็นบริเวณกว้าง ริมหาดส่วนหนึ่งพบโครงกระดูก ซึ่งมีทั้งเป็นหัวกะโหลกสมบูรณ์ และส่วนต่างๆถูกน้ำซัดกระจัดกระจาย และฝังอยู่ในชั้นดินเป็นจำนวนมากตลอดริมหาดดิน ระยะทางประมาณ 500 เมตร
นอกจากนี้ยังพบภาชนะเครื่องปั้นดินเผาในลักษณะถูกฝังอยู่ในชั้นดิน และเป็นเศษแตกกระจายอยู่บริเวณ รวมถึงมีก้อนดินขนาดเท่าไข่ห่าน ลักษณะคล้ายเบ้าหลอมโลหะในสมัยโบราณอยู่โดยรอบอีกเป็นจำนวนมาก
จากการสอบถามนายสุรศักดิ์ หน่างเกษม อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่นำควายไปเลี้ยงอยู่บริเวณนั้น ได้เป็นผู้พบเห็นโครงกระดูกดังกล่าว บอกว่าวันนี้ขณะนำควายมากินหญ้าอยู่บริเวณดังกล่าว ก็มาพบกับโครงกระดูกที่เป็นหัวมนุษย์ ตอนแรกก็ตกใจอย่างมาก แต่ก็พยายามเดินเข้าไปดูและก็เห็นเพิ่มเติมอีกหลายส่วน กระจายอยู่ทั่วบริเวณ จึงประสานไปยังทีมเครือข่ายพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่มีชุดเคลื่อนที่เร็วก็ระวังช้างป่าอยู่บริเวณนั้น ให้ช่วยเข้ามาตรวจสอบและแจ้งเจ้าหน้าที่
ขณะที่ทางพระอาจารย์ประจวบ ทมตะขบ ประธานเครือข่ายพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลาน เล่าว่า บริเวณจุดที่พบโครงกระดูกนี้อยู่ใกล้เคียงกับชุมชนบ้านกอโจด ที่เดิมทีเป็นชุมชนในพื้นที่ตำบลจระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อนมูลบนขึ้น แล้วได้อพยพไปอยู่ที่อำเภอโชคชัย ในปัจจุบัน ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะเป็นโครงกระดูกที่อยู่ภายในป่าช้าดั้งเดิม แต่จุดที่พบนั้นอยู่ห่างจากป่าช้าออกมาไกล และยังเป็นจุดที่ของชุมชนเดิม ซึ่งในระหว่างที่มีการตั้งรกรากของชุมชนอยู่นั้นก็เคยมีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 8 ศอก มาก่อนแล้ว จึงคิดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่อยู่ในยุคเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ ไม่น่าจะเป็นโครงกระดูกของมนุษย์ในป่าช้าเดิม เพราะได้มีการทำพิธีล้างป่าช้าไปจนหมดแล้วก่อนที่จะมีการก่อสร้างเขื่อน อีกทั้งยังพบเศษภาชนะเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่อยู่บริเวณเดียวกัน และข้าวของเครื่องใช้รวมถึงก้อนดินกลมๆโบราณอีกจำนวนมาก
เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีอยู่ 3 – 4 ร่างเป็นอย่างน้อย ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องรอให้มีการประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อยู่ในเบื้องต้นได้มีการประสานงานส่งรูปภาพและรายละเอียดไปยังทางเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ให้ช่วยวิเคราะห์ และได้รับคำตอบว่าเป็นโครงกระดูกที่น่าสนใจและจะต้องลงไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณ และอาจจะมีเครื่องมืออีกหลายชนิด หลายยุคสมัยที่น่าศึกษา และจะนำทีมลงพื้นที่ในเร็ววันนี้