เด้ง 3 ตำรวจพัทยาเข้ากรุ เซ่นนักท่องเที่ยวคูเวต ร้องโดนรีดเงินค่าปรับ 3-5 พันบาท ทิ้งบิลเงินสดไว้ดูต่างหน้า
เมื่อค่ำวานนี้ (14 กรกฎาคม 2569) กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวตกว่า 10 คน อายุ 20 - 30 ปี เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวหลังในช่วงระหว่าง 1 เดือนที่ผ่านมา เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในเมืองพัทยา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจับกุมในเรื่องของการกระทำผิดกฎจราจรบ่อยครั้ง จนสงสัยว่าเป็นการรีดทรัพย์ เพราะต้องจ่ายค่าปรับมากถึง 3,500 - 5,000 บาทต่อครั้ง ใบเสร็จรับเงินก็เป็นเพียงบิลเงินสดธรรมดา และไม่ยอมให้ไปจ่ายที่โรงพัก แถมยังเรียกไปปรับในที่เปลี่ยวลับตาคน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวต เปิดเผยรายละเอียดผ่านล่ามแปลภาษาว่า พวกตนมาเที่ยวพัทยาบ่อยครั้ง จนกระทั่งช่วงวันหยุดของปีนี้ ได้พากันเดินทางตามปกติ และรู้ดีว่าห้ามกระทำผิดกฎหมาย ทั้งในเรื่องของการขับขี่รถจักรยานยนต์ หากถูกดำเนินคดีอย่างถูกต้องก็ยอมรับผิด แต่หลายครั้งที่ถูกจับมองว่าไม่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของการถูกแจ้งข้อกล่าวหา แล้วถูกปรับในอัตราที่แพงมหาโหด 3,500 - 5,000 บาท ในแต่ละค่ำคืนถูกจับ 2 - 5 ครั้ง หลังถูกจับก็จะถูกเรียกให้ไปชำระค่าปรับในที่เปลี่ยวลับตาคน โดยจะมีชายนิรานามทำหน้าที่รับเงินค่าปรับแทน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนคุมเชิงอยู่ ที่สำคัญคือต้องเป็นเงินสดเท่านั้น แต่ที่สร้างความสงสัยให้กับพวกตน คือ เมื่อขอไปจ่ายค่าปรับที่โรงพัก กลับถูกปฏิเสธเสียงแข็ง และยังต้องจ่ายค่ายกเก็บรักษารถด้วย หากอยากได้ใบเสร็จจะต้องเสียค่าใบเสร็จแยกอีก 500 บาท แล้วก็ได้รับเป็นบิลเงินสดรับเงิน แบบที่ร้านโชว์ห่วยออกให้ แต่มีรายละเอียดระบุข้อหาและค่าปรับอย่างชัดเจน พอนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่รายอื่นก็ได้รับคำชี้แจงว่าของปลอม จนต้องยอมถูกจับปรับซ้ำๆ มิหนำซ้ำเคยมีกรณะขับขี่เฉี่ยวชนกันล้ม ก็ถูกเจ้าหน้าที่กลุ่มเดิม 2 - 3 คนที่เคยจับปรับนั้น เรียกไปจับแล้วเปรียบเทียบปรับในลักษณะเดิมจนเป็นภาพจำทุกวัน ทั้งที่ไม่รู้ว่าตนเองทำผิดอะไร
เ
กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวต ยังระบุอีกว่า เคยมาเที่ยวประเทศไทยหลายครั้ง โดยเฉพาะเมืองพัทยา รู้สึกว่าเมืองพัทยามีความปลอดภัยในเรื่องของการปราบปรามโจรผู้ร้าย แต่มาในปีนี้ มาเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้ สลับสับเปลี่ยนกันมาจับทุกวันหลังเที่ยงคืน แล้วทำพฤติกรรมแบบนี้ทุกครั้ง พวกตนรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก ที่จะต้องมาหวาดกลัวตำรวจมากกว่าโจรเสียอีก และยังกล่าวทิ้งทายอีกว่า ไม่อยากให้เสียภาพลักษณะ และอยากให้เมืองพัทยาน่าเดินทางมาเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา กลุ่มนักท่องเที่ยวได้มอบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่แอบถ่ายขณะเจรจากับคนรับเงิน และบิลใบเสร็จที่อ้างว่าปลอมให้กับสื่อมวลชน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทั้งในระดับพื้นที่และระดับสูง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาเมืองไทยล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ท.โกสละ งามผ่อง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการจำนวน 3 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป. สภ.เมืองพัทยา เป็นประธานกรรมการ พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สว.จราจร สภ.เมืองพัทยา เป็นกรรมการ ร.ต.อ.อิทธิพร ตั้งชูทวีทรัพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมกันนี้ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ 3 นาย ซึ่งปรากฏรายชื่อในข้อกล่าวหา ได้แก่ 1.ด.ต.กิตติคุณ ฝนเรือง 2.จ.ส.ต.ณุตดล มาลี และ 3.ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ แสนปฐม ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองพัทยา (ศปก.สภ.เมืองพัทยา) เป็นการชั่วคราว โดยให้ พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นมาตรการเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและไม่กระทบต่อการปฏิบัติราชการ โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป