โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DITP ชี้เป้าขายอาหารสัตว์เลี้ยงตลาดสหรัฐฯ หลังคนยังนิยมเลี้ยงสัตว์เหมือนคนในครอบครัว

The Better

อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 02.49 น. • THE BETTER
DITP ชี้ช่องส่งออกไทย! ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสหรัฐฯ โตไม่แผ่ว คาดมูลค่าพุ่งแตะ 1.9 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2573 แนะแบรนด์ไทยเจาะกลุ่ม Gen X ที่กำลังมาแรง ควบคู่กับการคุมมาตรฐาน U.S. FDA

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังชาวอเมริกันยังเลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว และพร้อมเปย์เพื่อสัตว์เลี้ยง แต่เริ่มมองหาสินค้าคุณภาพ และคุ้มค่า แนะผู้ส่งออกไทยผลิตสินค้าคุณภาพ มาตรฐาน มีโอกาสขายได้เพิ่มขึ้นแน่

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า
และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวปิยะฉัตร พิมจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐฯ ถึงการสำรวจตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง และขนมสัตว์เลี้ยง

ในสหรัฐฯ และโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง แม้จำนวนผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจะอยู่ในระดับทรงตัว โดยข้อมูลจากรายงาน “2026 State of the Industry” ของสมาคม American Pet Products Association (APPA) พบว่า มูลค่าตลาดรวมในปี 2568 อยู่ที่ 158,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตร้อยละ 3.7 จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดที่ยังคงขยายตัวได้อย่างสม่ำเสมอท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

โดยโครงสร้างตลาดอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง พบว่า กลุ่มอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นกลุ่มหลักที่มีสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.2 ของมูลค่าตลาดรวม หรือประมาณ 68,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 รองลงมา คือ กลุ่มบริการด้านสัตวแพทย์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีมูลค่า 41,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 กลุ่มอุปกรณ์ สัตว์มีชีวิต และยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC) มีมูลค่า 34,400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.8 กลุ่มบริการอื่น ๆ เช่น การดูแลและฝากเลี้ยงสัตว์ มูลค่า 14,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1

ส่วนแนวโน้มการเติบโต สมาคม APPA คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 165,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปถึง 197,900 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2573 สูงกว่าประมาณการเดิมในรายงานปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกในครอบครัว โดยร้อยละ 71 ของครัวเรือนในสหรัฐฯ หรือประมาณ 94 ล้านครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสัดส่วนคงที่จากปี 2568 และจำนวนประชากรผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีสัตว์เลี้ยงมีจำนวนมากกว่า 187 ล้านคน
ส่วนสุนัขและแมว ยังคงเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีการเลี้ยงสุนัข จำนวนร้อยละ 53 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 51 และการเลี้ยงแมวมีจำนวนร้อยละ 39 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 37 และครัวเรือนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจำนวนหลายชนิด มีร้อยละ 65 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 63

สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง พบว่า กลุ่ม Millennials หรือ Gen Y มีอายุระหว่าง 30-45 เป็นฐานลูกค้าหลัก กลุ่ม Gen X อายุ 46-61 มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 28 ของผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งหมด และมีการขยายการเลี้ยงสัตว์หลายประเภท ทั้งสุนัข แมว รวมถึงสัตว์ขนาดเล็ก เช่น นก สัตว์เลื้อยคลาน และปลา กลุ่ม Gen Z อายุ 14-29 มีการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกลุ่ม Baby Boomers อายุ 62-80 มีสัดส่วนลดลง

ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง พบว่า เริ่มมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ก็ยังมีการใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 773 เหรียญสหรัฐต่อปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 โดยกลุ่ม Gen Z และ Millennials ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของพวกเขา และยังพบว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่จำเป็น เช่น อาหารและการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง รวมทั้งมองหาสินค้าที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น

“ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดที่มีความมั่นคงและมีศักยภาพสูงและการเติบโตในระยะยาว Pet Humanization ยังเป็นแรงขับหลักของตลาด ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว แม้จะลดการจ่ายใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย แต่คงยังต้องลงทุนในสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ต่อไปในอนาคต คือ การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความจำเป็นพื้นฐาน เนื่องจากอาหารสัตว์เลี้ยง และขนมสัตว์เลี้ยงมีความหลากหลายทั้งด้านรูปแบบ รสชาติ และฟังก์ชัน การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่อย่าง Gen X การปรับกลยุทธ์ด้านราคา และความคุ้มค่าเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง การศึกษาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ US Food and Drugs Administration (U.S. FDA) จะทำให้สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเจาะเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น”นางสาวสุนันทากล่าว

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...