โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตะวันออกกลางยังไร้ข้อสรุป กดดันเงินบาทอ่อนค่า ตลาดลุ้นเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยสหรัฐฯ

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้!ตะวันออกกลางยังไร้ข้อสรุป กดดันเงินบาทอ่อนค่า ตลาดลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยภาพรวมความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์วันที่ 1-5 มิถุนายน 2569 โดยระบุว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลก

ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดรอดูพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก่อนที่เงินบาทจะเริ่มทยอยอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์

สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติ

ความกังวลดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไป หรืออาจต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบอีกครั้ง หลังเงินดอลลาร์ขาดปัจจัยหนุนใหม่ เนื่องจากตลาดรอประเมินตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

สำหรับสัปดาห์วันที่ 8-12 มิถุนายน 2569 ธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน ทั้งตัวเลขการส่งออก CPI และ PPI

หุ้นไทยบวกต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ แต่เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไร

ด้านตลาดหุ้นไทย SET Index ยังคงปิดบวกได้ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 แม้ว่าจะเผชิญแรงขายในช่วงท้ายสัปดาห์ก็ตาม

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากการซื้อคืนหลังการปรับพอร์ตตามการคำนวณดัชนี MSCI Rebalance เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ากระจายไปยังหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มอุตสาหกรรม

หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนโดดเด่นคือกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งยังได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก

ระหว่างสัปดาห์ SET Index สามารถทะลุระดับ 1,600 จุดได้ชั่วคราว และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี 2 เดือนที่ 1,607.25 จุด อย่างไรก็ตาม ดัชนีเริ่มลดช่วงบวกลงในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค

แรงกดดันสำคัญมาจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ โดยยังมีรายงานการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้

สำหรับสัปดาห์วันที่ 8-12 มิถุนายน 2569 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินว่า SET Index มีแนวรับที่ 1,560 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,610 และ 1,625 จุด

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ข้อมูล GDP ไตรมาส 1/2569 และดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออก และผลการประชุม ECB ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินทั่วโลกในระยะถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตลาดอสังหาฯเริ่มแผ่วแล้วจริงๆไหม? เพราะปี 69 ต่างชาติคาดซื้อคอนโดลดฮวบ 20%

คึกคัก! 2 วันแรก ผู้ถือ"บัตรคนจน"รายเดิม ยืนยันสิทธิแล้วกว่า 8.86 ล้านราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตะวันออกกลางยังไร้ข้อสรุป กดดันเงินบาทอ่อนค่า ตลาดลุ้นเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยสหรัฐฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...