ยกโมเดลอังกฤษ
นอกจากทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายให้รัฐบาลแล้ว "อ.ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังมักนำเสนอความรู้ด้านกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก "ปกรณ์ นิลประพันธ์ - Pakorn Nilprapunt"อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นข้อถกเถียงในสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความสับสนทางความคิด
ล่าสุด "อ.ปกรณ์" ยกกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องบทบาทองคมนตรีเข้าร่วมประชุมแก้ปัญหาภัยแล้งกับ รัฐบาลผ่านกระทรวงมหาดไทย ว่าสามารถกระทำได้หรือไม่ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
"อ.ปกรณ์"ได้หยิบยกตัวอย่างจากระบบกฎหมายอังกฤษมาอธิบาย โดยไม่ได้อ้างอิงกรณีของประเทศไทยโดยตรง
ผ่านโพสต์หัวข้อ “#Audience” อ.ปกรณ์ระบุว่า หลักรัฐธรรมนูญอังกฤษไม่ได้มีเพียงแนวคิด “The King reign but not govern.” หรือ “The King can do no wrong.” ตามที่หลายคนจดจำและตีความอย่างง่ายๆ ว่าพระมหากษัตริย์ไม่สามารถเกี่ยวข้องกับกิจการบ้านเมืองได้เลย แต่ยังมีรายละเอียดอีกมากในลักษณะ “Constitution convention” หรือจารีตทางรัฐธรรมนูญที่ต้องศึกษาอย่างรอบด้าน
สำหรับ “Audience” หมายถึง การเข้าเฝ้าฯ พระมหากษัตริย์เป็นการส่วนพระองค์ระหว่างการทรงงานประจำสัปดาห์ แบ่งออกเป็น Diplomatic audience, Political audience และ Other audiences โดย Political audience คือการที่นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งในอังกฤษถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกวันพุธ
"เฟซบุ๊กปกรณ์" ยังอธิบายว่า แม้พระมหากษัตริย์จะทรงเป็นกลางทางการเมือง แต่ยังทรงมีพระราชอำนาจในการ “ให้คำแนะนำและตักเตือน” รัฐมนตรี รวมถึงพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของจารีตทางรัฐธรรมนูญเช่นกัน
พร้อมทิ้งท้ายว่า “เรื่องลักษณะนี้ไม่ควรรีบด่วนแสดงความเห็น เพราะอาจทำให้สังคมสับสน”
งานนี้ไม่ได้ตัดสินกันด้วยใครพูดเสียงดังกว่าหรือจะมีวาระแอบแฝงอะไรหรือไม่ แต่ต้องการให้ตัดสินกันด้วยความเข้าใจและเหตุผลที่ถูกต้องมากกว่า.
ช่างสงสัย