โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เยอรมนี-สเปน” ค้าน EU แบนเทคโนโลยีจีน หวั่นกระทบสัมพันธ์จีน-ต้นทุน AI พุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 09.40 น.

"เยอรมนี-สเปน" ค้าน EU แบนเทคโนโลยีจาก Huawei และ ZTE ภายใต้กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ใหม่ หวั่นกระทบสัมพันธ์จีน-ต้นทุน AI พุ่ง

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.12 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เยอรมนีและสเปนกำลังเป็นแกนนำคัดค้านแผนของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ที่ต้องการแบนผู้ผลิตเทคโนโลยีจากจีนออกจากเครือข่ายโทรคมนาคมยุโรป ภายใต้กฎความมั่นคงไซเบอร์ฉบับใหม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับจีน

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระบุว่า เจ้าหน้าที่จากทั้งสองประเทศต้องการให้รัฐบาลแต่ละชาติยังคงมีอำนาจตัดสินใจเองในประเด็นดังกล่าว พร้อมแสดงความกังวลว่า หากสหภาพยุโรป (EU) สั่งแบนบริษัทจีนอย่าง Huawei Technologies และ ZTE ในระดับสหภาพ อาจกระตุ้นให้จีนตอบโต้ทางเศรษฐกิจได้

นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังเตือนว่าการแบนอุปกรณ์จากจีนอาจทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของยุโรปสูงขึ้นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจัดให้ Huawei และ ZTE เป็นผู้จัดหาความเสี่ยงสูง (High-risk Suppliers) สำหรับเครือข่ายโทรคมนาคม และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกทยอยตัดบริษัททั้งสองออกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร

แม้การตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นอำนาจของรัฐบาลแต่ละประเทศ แต่บรัสเซลส์กำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมาย Cybersecurity Act เพื่อเพิ่มอำนาจกำกับดูแลของ EU โดยกฎหมายใหม่จะขยายการประเมินความมั่นคงไซเบอร์ให้ครอบคลุมความเสี่ยงจากอิทธิพลของรัฐบาลต่างชาติ และการพึ่งพาผู้จัดหารายใดรายหนึ่งมากเกินไป รวมถึงทำให้คำแนะนำของคณะกรรมาธิการมีผลผูกพันทางกฎหมายทั่วทั้งสหภาพยุโรป

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลยุโรปกำลังตกอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันเชิงอำนาจระหว่างสหรัฐและจีน โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางการค้ากับจีน กับความจำเป็นในการตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยแสดงความกังวลเรื่องการพึ่งพาจีนมากเกินไป กล่าวในปีนี้ว่า เขาต้องการเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนอีกครั้ง ขณะที่ EU เองก็เตรียมเสนอให้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้ผลิตชิปจีนบางรายชั่วคราว เพื่อรักษาเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในยุโรปและสหรัฐแสดงความกังวลว่า บริษัทจีนอาจฝังช่องโหว่ลับ (Backdoor) ไว้ในอุปกรณ์ เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของชาวยุโรปได้โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ทั้ง Huawei และ ZTE จะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด

โฆษกของ Huawei ระบุว่า ข้อเสนอในการกีดกันบริษัทจีนเพียงเพราะประเทศต้นทางขัดต่อหลักการพื้นฐานด้านความเป็นธรรมของสหภาพยุโรป

ด้านโฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปปฏิเสธแสดงความเห็นต่อจุดยืนของแต่ละประเทศ แต่ย้ำว่า“ยุโรปไม่สามารถปล่อยให้เครือข่ายเชิงยุทธศาสตร์ของตนเผชิญความเสี่ยงจากผู้จัดหารายที่มีความเสี่ยงสูงได้”

คณะกรรมาธิการประเมินว่า บริษัทโทรคมนาคมในยุโรปอาจต้องใช้งบประมาณราว 3.4-4.3 พันล้านยูโร ภายใน 3 ปี เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์และเทคโนโลยีจากจีนออกจากระบบ

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเยอรมนีระบุว่า การหารือเกี่ยวกับกฎหมาย Cybersecurity Act ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนรัฐบาลสเปนยืนยันว่า สนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว แต่เห็นว่า ประเทศสมาชิกควรมีบทบาทในการตัดสินใจว่า ประเทศ ผู้ผลิต หรือผลิตภัณฑ์ใดมี “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” หรือไม่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สเปนกลายเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่มีท่าทีสนับสนุนความร่วมมือกับจีนมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ เดินทางเยือนจีนถึง 4 ครั้งในรอบ 4 ปี เพื่อดึงดูดการลงทุนจากจีนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด

ด้านเยอรมนีก็มีความเห็นแตกต่างกันภายในรัฐบาล โดยบางฝ่ายสนับสนุนการลดการพึ่งพาจีน แต่บางฝ่ายมองว่า แนวคิดดังกล่าวอาจกลายเป็นระเบิดทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเยอรมนีได้ตกลงตั้งแต่ปี 2567 แล้วว่าจะทยอยถอดอุปกรณ์ของ Huawei และ ZTE ออกจากโครงข่าย 5G หลักของประเทศภายในสิ้นปีนี้ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...