โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย — จากมหามกุฏราชวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์ธรรมยุต

Eduzones

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • eduzones

ประวัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย — จากมหามกุฏราชวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์ธรรมยุต

Meta Description: ประวัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) อย่างละเอียด ตั้งแต่การสถาปนา พ.ศ. 2436 โดยรัชกาลที่ 5 การเปิดเป็นสภาการศึกษา พ.ศ. 2488–2489 สู่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 ที่ตั้งศาลายา นครปฐม พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการ อัปเดต: พฤษภาคม 2569 พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้สร้างวิทยาลัยขึ้นในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร พระนครในชื่อ "มหามกุฏราชวิทยาลัย" เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้เป็นที่มาแห่งนามมหามกุฏราชวิทยาลัย กว่า 100 ปีต่อมา สถาบันแห่งนั้นได้พัฒนาเป็น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) มหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตที่มีวิทยาเขตกระจายอยู่ทั่วประเทศ

? หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (mbu.ac.th/mbu-history/) โดยใช้ Wikipedia ภาษาไทยและคลังจดหมายเหตุ อว. (mhesi.nrct.go.th) เป็นข้อมูลประกอบ

บทที่ 1 — จุดเริ่มต้น: มหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2436

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในบริเวณ วัดบวรนิเวศวิหาร พระราชทานนามว่า "มหามกุฏราชวิทยาลัย" โดยมีพระราชประสงค์เพื่อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร และทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุงประจำปีรวมทั้งก่อสร้างสถานศึกษาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้น ชื่อ "มหามกุฏ" นั้นอัญเชิญมาจากพระนามของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ("มกุฏ" = มงกุฎ) ผู้ทรงเป็นต้นคณะธรรมยุตและเป็นที่มาแห่งนามสถาบัน รัชกาลที่ 5 จึงทรงสร้างสถาบันแห่งนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พระราชบิดา วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย พระองค์ทรงรับมหามกุฏราชวิทยาลัยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์บำรุงประจำปี

บทที่ 2 — วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง

อาศัยพระราชประสงค์ดังกล่าว สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้งวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการมหามกุฏราชวิทยาลัยขึ้น 3 ประการ คือ

  • เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร
  • เพื่อเป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและของต่างประเทศ
  • เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา แนวคิดหลักคือการปฏิรูปการศึกษาของพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ให้มีหลักสูตรที่เป็นระบบ สอบง่าย เรียนจบได้ในเวลาอันสมควร และมีการสอบทุกปีแทนการสอบทุก 3–6 ปีแบบเดิม

บทที่ 3 — ยกฐานะสู่สถาบันระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2488–2489

เพื่อจะให้พระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้ผลดียิ่งขึ้น วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2488 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะที่ทรงเป็นนายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยพร้อมด้วยพระเถระนุเถระ ได้ทรงประกาศตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาขึ้น โดยอาศัยนามว่า "สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย" ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2489 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ นายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย ประกาศใช้ระเบียบและหลักสูตรของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย และเปิดการศึกษาแก่ภิกษุสามเณร โดยจัดเป็น หลักสูตรปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต 4 ปี และเปิดเรียนในปีนี้เป็นรุ่นแรก

บทที่ 4 — พัฒนาการของหลักสูตร พ.ศ. 2490–2534

หลังจากเปิดการศึกษาแล้ว มีการปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง โดยมีพัฒนาการที่สำคัญดังนี้ พ.ศ. 2511 เปลี่ยนแปลงหลักสูตรปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต 4 ปี เป็น ระบบหน่วยกิต รวม 240 หน่วยกิต เป็นครั้งแรก พ.ศ. 2513 เปิดการศึกษาครบ 4 คณะ ได้แก่ คณะศาสนาและปรัชญา คณะสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นคณะมนุษยศาสตร์ พ.ศ. 2525) และคณะศึกษาศาสตร์ พ.ศ. 2518 ปรับหลักสูตรให้ต้องศึกษาให้ได้หน่วยกิตรวมอย่างน้อย 144 หน่วยกิต เพื่อเข้ากับมาตรฐานการศึกษาชั้นปริญญาตรีของทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2530 เปิดการศึกษาชั้นปริญญาโท เรียกว่า บัณฑิตวิทยาลัย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2530 มี 2 คณะ คือ คณะพุทธศาสนาและปรัชญา และคณะพุทธศาสนนิเทศ เปิดทำการสอนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2531

บทที่ 5 — พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ พ.ศ. 2527

พ.ศ. 2527 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตรา พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2527 ให้ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนาตามหลักสูตรปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิตจากสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย มีวิทยฐานะชั้นปริญญาตรี เรียกว่า "ศาสนศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า ศน.บ. โดยพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้สำหรับผู้สำเร็จก่อนวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ด้วย

บทที่ 6 — ขยายวิทยาเขตทั่วประเทศ พ.ศ. 2532–2538

หลังจากพระราชบัญญัติ 2527 มีผลรับรองวิทยฐานะ สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยเริ่มขยายวิทยาเขตออกไปทั่วประเทศ พ.ศ. 2532 ตั้งวิทยาเขตอีสาน พ.ศ. 2533 ตั้งวิทยาเขตล้านนา พ.ศ. 2535 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช อนุมัติให้จัดตั้ง วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2537 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้จัดตั้ง วิทยาเขตร้อยเอ็ด พ.ศ. 2538 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้จัดตั้ง วิทยาเขตศรีล้านช้าง จังหวัดเลย

บทที่ 7 — พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540

พ.ศ. 2540 รัฐสภาได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว 3 วาระ มหาวิทยาลัยจึงได้รับสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่าด้วยการจัดตั้งส่วนงาน มีผลบังคับใช้ พร้อมกับออกข้อกำหนดและข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อรองรับการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

บทที่ 8 — มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนใน 4 คณะหลัก ได้แก่ คณะศาสนาและปรัชญา คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ รวมถึงบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก สามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่ https://www.mbu.ac.th โดยตรง มหาวิทยาลัยมีวิทยาเขตและวิทยาลัยสาขากระจายทั่วประเทศ ได้แก่ วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน วิทยาเขตล้านนา วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช วิทยาเขตร้อยเอ็ด และวิทยาเขตศรีล้านช้าง รวมทั้งวิทยาลัยศาสนศาสตร์อีกหลายแห่ง

สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์ 2436 1 ต.ค. — รัชกาลที่ 5 พระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้ง "มหามกุฏราชวิทยาลัย" ที่วัดบวรนิเวศวิหาร 2439 26 ต.ค. — รัชกาลที่ 5 เสด็จมาเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย และรับอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2488 30 ธ.ค. — ประกาศตั้ง "สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย" ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาพระพุทธศาสนา 2489 16 ก.ย. — ประกาศใช้ระเบียบและหลักสูตร / เปิดการศึกษาแก่ภิกษุสามเณร หลักสูตรปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต 4 ปี รุ่นแรก 2511 เปลี่ยนเป็นระบบหน่วยกิต (240 หน่วยกิต) ครั้งแรก 2513 เปิดครบ 4 คณะ (ศาสนาและปรัชญา / สังคมศาสตร์ / ศิลปศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์) 2525 เปลี่ยนชื่อคณะศิลปศาสตร์เป็นคณะมนุษยศาสตร์ 2527 พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2527 รับรอง ศน.บ. เทียบเท่าปริญญาตรีทั่วไป 2530 24 ธ.ค. — เปิดบัณฑิตวิทยาลัย / เปิดสอนปริญญาโท 1 มิ.ย. 2531 2532 ตั้งวิทยาเขตอีสาน 2533 ตั้งวิทยาเขตล้านนา 2535 อนุมัติตั้งวิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช นครศรีธรรมราช 2537 อนุมัติตั้งวิทยาเขตร้อยเอ็ด 2538 อนุมัติตั้งวิทยาเขตศรีล้านช้าง เลย 2540 1 ต.ค. — พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 มีผลบังคับใช้ มหาวิทยาลัยได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล วันก่อตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัย 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 วันประกาศใช้ระเบียบและหลักสูตร / เปิดการศึกษาแก่ภิกษุสามเณร 16 กันยายน พ.ศ. 2489 วันได้รับสถานะมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2540 รูปแบบ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (มหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต) ชื่อย่อ มมร. / MBU ที่มาของชื่อ อัญเชิญพระนาม "มกุฏ" ของรัชกาลที่ 4 (พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ก่อตั้งคณะธรรมยุต) ปริญญาหลัก ศาสนศาสตรบัณฑิต (ศน.บ.) / ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (ศน.ม.) วิทยาเขต 7 วิทยาเขต + วิทยาลัยศาสนศาสตร์อีกหลายแห่ง ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ 248 หมู่ 1 ถนนศาลายา–นครชัยศรี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 โทรศัพท์ 02-444-6000 เว็บไซต์ https://www.mbu.ac.th อ้างอิงหลักจาก:mbu.ac.th/mbu-history/ (ประวัติมหาวิทยาลัยทางการ มมร.) | อ้างอิงประกอบ: mhesi.nrct.go.th/archives, th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย), lanna.mbu.ac.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...