โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมเฮ! ยุคสีน้ำเงิน ‘บ้านใหญ่ – ตระกูลการเมือง’ ครองเก้าอี้ ‘บิ๊กท้องถิ่น’ จนรากงอก

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 มิถุนายน 2569 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บ้านใหญ่-ตระกูลการเมืองทั่วประเทศเตรียมเฮ นั่งผู้บริหารท้องถิ่นรากงอก ผูกขาดกันไม่กี่นามสกุล วุฒิสภาจันทร์นี้ลงมติร่างกม.ปลดล็อกที่ห้ามเกินสองวาระ เปลี่ยนให้อยู่จนตายคาเก้าอี้ พร้อมลดอายุจาก 35 เหลือ 25 ปี สว.โวยลั่น ถอยหลังเข้าคลอง สร้างระบบอุปถัมภ์

28 มิ.ย.2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.นี้ มีวาระที่น่าสนใจคือการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)-เทศบาล-องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพราะจะเป็นการประชุมเพื่อลงมติร่างพ.ร.บ.ฯในวาระสองและวาระสาม ที่หากผ่านวุฒิสภาไปแล้ว และทางสภาฯ ไม่ติดใจขอปรับแก้ไขอีก

จะทำให้เมื่อมีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย บุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นเช่นนายกฯอบจ.ทั่วประเทศ นายกเทศมนตรีนคร นายกเทศมนตรีเมือง หรือนายกฯอบต. จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้เกินสองวาระติดต่อกันหรือเกินแปดปีหากได้รับเลือกตั้ง จากปัจจุบันมีข้อห้ามว่าห้ามอยู่เกินสองวาระติดต่อกัน (แปดปี) และอายุของผู้ลงสมัครจะน้อยลงจากเดิมต้องอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีจนถึงวันสมัครก็จะเหลือแค่ไม่เกิน 25 ปี จนถึงวันลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะไม่ได้ใช้กับผู้ว่าฯกทม.และนายกฯเมืองพัทยา เพราะไม่ได้มีการขอแก้ไขกฎหมายในส่วนของกรุงเทพมหานครและพัทยา ที่เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ

โดยร่างพ.ร.บ.ฯ ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ที่ประชุมวุฒิสภาจะพิจารณาพร้อมกันทีเดียวสี่ฉบับเพราะเนื้อหาจะมีความเกี่ยวข้องกัน คือร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….-ร่างพ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด-ร่างพ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล-ร่างพ.ร.บ.เทศบาล ฯ

นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา และอดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ….และยังเป็นรองประธานวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ท้องถิ่นอีกสามฉบับทั้งอบจ.-เทศบาล-อบต.ของวุฒิสภา กล่าวว่า ที่ประชุมวุฒิสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นอีกสามฉบับทั้งอบจ.-เทศบาลและอบต.เพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกัน โดยประเด็นสำคัญของร่างพ.ร.บ.ทั้งสี่ฉบับคือ การปลดล็อกเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น เช่นนายกฯอบจ. นายกเทศมนตรี

“ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันมีการบัญญัติไว้ว่าห้ามอยู่เกินสองสมัยแปดปีติดต่อกัน ตัวร่างพ.ร.บ.ที่จะเข้าวุฒิสภาวันจันทร์นี้ ก็ปลดล็อกไม่ห้ามที่จะอยู่เกินสองวาระติดต่อกัน ซึ่งแม้ผมจะเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการฯ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขหลักการดังกล่าว เพราะจะยิ่งทำให้การเมืองไทยอยู่ในวังวนของบ้านใหญ่ ระบบอุปถัมภ์มากยิ่งขึ้นไปอีกจากระบบเครือข่ายของบ้านใหญ่” นายประภาส ระบุ

นายประภาส กล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ ก็มีการลดอายุของผู้บริหารท้องถิ่นลงจากปัจจุบันคือ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีจนถึงวันลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็แก้ไขเป็นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี จนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

“ระบอบประชาธิปไตยที่ต้องการให้ผู้บริหารระดับสูงมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่เกินกี่ปีหรือไม่เกินกี่สมัย เช่นนายกฯ ต้องไม่เกินสองวาระ หลักการนี้เพื่อไม่ต้องการให้ผู้บริหารอยู่นานจนผูกขาดอำนาจ แล้วไปสร้างเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ที่ใช้กันหลายประเทศ แต่ตอนยุคคสช.มีการแก้ไขกฎหมายตอนปี 2562 ที่มีการแก้ไขไม่ให้อยู่เกินสองวาระ การแก้ไขครั้งนี้ที่ต้องการปลดล็อกเรื่องอยู่ได้ไม่เกินสองวาระ ผมไม่เห็นด้วย เพราะหากคนยิ่งอยู่ในอำนาจนาน ก็จะยิ่งเปิดช่องให้มีการคอรัปชั่น ที่ขัดกับหลักการที่ให้ประชาชนตรวจสอบถอดถอน อย่างของไทย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ตัวนายกฯก็ห้ามอยู่เกินสองสมัย ผู้บริหารท้องถิ่นก็ควรเป็นแบบเดียวกัน และยิ่งบริบทปัจจุบัน เรากำลังเกิดปัญหาเรื่องการเมืองบ้านใหญ่ เครือข่ายบ้านใหญ่เครือข่ายระบบอุปถัมภ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง แล้วยิ่งมาปลดล็อกแบบนี้จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น โดยเฉพาะการเมืองแบบบ้านใหญ่ขยายเต็มไปหมด” นายประภาส ระบุ

สว. ประภาส กล่าวต่อไปว่า ฝ่ายที่สนับสนุนหลักการให้ผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ได้ยาวๆ ไม่ต้องกำหนดให้อยู่ไม่เกินกี่สมัย บางคนก็ยกเหตุผลบอกว่า ต้องให้อยู่นานๆ จะได้มีเวลาทำแผนงานบริหารระยะยาวให้ต่อเนื่อง ซึ่งจริงๆ แปดปีมันก็มากพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของการแก้ไขที่ลดอายุของผู้บริหารท้องถิ่นลงจากปัจจุบันต้องอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี แล้วแก้ไขเป็นไม่ต่ำกว่า 25 ปี เรื่องนี้ตนเองสนับสนุน เพราะแม้จะเขียนไว้ว่า อายุขั้นต่ำ 25 ปี แต่ถึงตอนเลือกตั้งจริงๆ คนที่ประชาชนเลือกหรือคนที่ไปสมัคร ก็อาจอายุ 30 ปี ก็ได้ การแก้ไขดังกล่าว จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามา จะได้เป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับคนที่จะเข้ามาสมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่น

ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการเมืองการปกครองท้องถิ่นทั้งสี่ฉบับดังกล่าว ที่มีการเขียนล็อกไว้ไม่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นอยู่เกินสองวาระติดต่อกัน มีการแก้ไขเพิ่มเติมในยุครัฐบาลคสช.-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีการเสนอแก้ไขในสภาฯสมัยที่ผ่านมา ที่สภาฯเห็นชอบส่งมาให้วุฒิสภาพิจารณา ซึ่งแม้จะมีสว.และกมธ.เสียงข้างน้อย ขอแปรญัตติเพราะต้องการให้คงเรื่องห้ามผู้บริหารท้องถิ่นอยู่เกินสองวาระไม่ได้ แต่เสียงข้างมากในคณะกมธ.ฯ ไม่เห็นด้วย ยืนยันตามร่างเดิมของสภาฯ

ซึ่งจะพบว่า หากร่างพ.ร.บ.ทั้งสี่ฉบับดังกล่าวมีการประกาศใช้ จะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่น เช่นนายกฯอบจ.-นายกเทศบาลนคร นายกเทศมนตรีเมือง ทั่วประเทศจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการแก้ไขครั้งนี้ ที่จะพบว่า ส่วนใหญ่เครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่นจะมีความเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติ ที่เรียกกันว่า เครือข่ายบ้านใหญ่ ซึ่งกระจายอยู่ในหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน เช่น ภูมิใจไทย ที่ถูกมองว่า มีเครือข่ายบ้านใหญ่มากที่สุด เพื่อไทย กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ จึงทำให้เป็นร่างกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรคการเมือง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าฝ่ายพรรคประชาชน สนับสนุนแนวทางการปรับลดอายุของผู้สมัครผู้บริหารท้องถิ่นลงจาก 35 ปีเหลือ 25 ปี เพราะต้องการผลักดันนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นเครือข่ายของพรรคประชาชนในแต่ละจังหวัดให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...