โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตทหารชายแดน สุดช้ำใจ ปลดประจำการมา เจอภาพ แม่-น้อง 9 ขวบถูกญาติไล่นอนโรงรถ

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

18 พ.ย. 2569 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง บ้านเลขที่74หมู่ 9 ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าครอบครัวของนายวราวุฒิ สมเงิน อายุ 22 ปี อดีตทหารเกณฑ์ สังกัด กองพันทหารม้าที่10 กรมทหารม้าที่ 2 จ.น่าน ซึ่งที่ผ่านมาเคยไปร่วมสู้รบกับทหารกัมพูชา ที่สมรภูมิเนิน 677 บริเวณฐานตลาดช่องอานม้ามา 9 เดือน แถมก่อนปลดประจำการยังมีตำแหน่ง เป็นสิบตรีกองประจำการ(ผู้ช่วยครูฝึกทหารใหม่) จากนั้นได้ปลดประจำการออกมาเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้อาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่อยู่บริเวณหลังบ้าน พร้อมกับน้องสาว 9 ขวบ อีกคนซึ่งเรียนอยู่โรงเรียนบ้านน้ำดิบ ต.หนองปลิง

โดยที่อยู่อาศัยเป็นโรงรถสภาพเก่าทรุดโทรม หลังคา และฝาบ้านมุง ด้วยสังกะสีเก่าๆ ชีวิตความเป็นอยู่เป็นไปด้วยความยากลำบาก หากมีฝนตกลงมาแทบจะหาที่อยู่ไม่ได้ จึงอยากให้หน่วยงานราชการเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

บ้านหลังดังกล่าวนั้น อยู่ทางด้านหลังของตัวบ้านได้พบกับ นางวารี แสนเสริม อายุ 48 อาชีพรับจ้างทั่วไป และหย่าร้างกับสามีมากว่า 10 ปีแล้ว เป็นแม่ของนายวราวุฒิ สมเงิน อดีตทหารนักรบชายแดน กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบริเวณบ้าน โดยที่พักอาศัยทำเป็นเพิงพักหลังคามุงสังกะสีเก่าๆโครงบ้านเป็นเสาไม้ยูคา ทราบว่าเป็น โรงจอดรถไถนา ของญาติ ที่มีบ้านอยู่ด้านหน้า

รอบบริเวณบ้านมีสังกะสีสภาพเก่าแปะติดทำเป็นฝาบ้าน ซึ่งทั้งฝาบ้านและสังกะสีที่มุงหลังคาไม่สามารถที่จะกันฟ้ากันฝนได้เลย เวลา ฝนตกลงมา ก็ต้องเดินลนลานอยู่ภายในบ้านหาที่อยู่แทบไม่ได้ โดยเฉพาะยามค่ำคืนหากฝนตกลงมา แทบจะไม่ได้หลับได้นอน

นายวราวุฒิ เล่าว่า ส่วนตัวตนนั้นทนได้ เพราะตนผ่านเรื่องราวต่างๆในชีวิตการเป็นทหารมาเยอะ สงสารแต่ผู้เป็นแม่ ที่ต้องมาลำบากอย่างนี้ โดยก่อนหน้านี้ครอบครัวตนพักอาศัยอยู่ภายในตัวบ้านซึ่งเป็นของป้า แต่ระหว่างที่ตนไปเป็นทหาร ทราบว่าแม่ตนมีเรื่องบาดหมางกับผู้เป็นป้า จึงถูกไล่ออกมาให้อาศัยอยู่หลังบ้านซึ่งเป็นโรงรถเก่าจากนั้น และได้ทำเป็นเพิงพักชั่วคราว อยู่ในสภาพแบบนี้มากว่าหนึ่งปีแล้ว

ครั้นเมื่อตนลาพักกลับมาบ้าน ตนรู้สึกตกใจที่แม่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ น่ารันทดใจเป็นยิ่งนัก แต่ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ที่ผ่านมาเคยทำเรื่องร้องขอความอนุเคราะห์ให้ครอบครัวจากหน่วยงานทหารต้นสังกัด แต่เรื่องเงียบไป จนกระทั่งได้ปลดประจำการออกมาเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา และอาศัยอยู่กับแม่ภายในบริเวณโรงรถแห่งนี้ จึงได้ทราบถึงความยากลำบาก

นายวราวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนกำลังหางานทำเพื่อที่จะเอามาเป็นรายได้จุนเจือให้ครอบครัว ตลอดเวลาตนคิดอยู่เสมอว่า ที่ผ่านมาตนได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติ โดยการสู้รบกับทหารกัมพูชาอยู่หน้าแนวปะทะกันที่บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ถึงเวลานี้อยากจะใคร่ขอให้หน่วยงานราชการได้เข้ามาสำรวจ และช่วยเหลือครอบครัวตนบ้าง เพราะตอนนี้ครอบครัวตน 3 ชีวิตลำบากมากจริงๆ

นายวราวุฒิ กล่าวว่า เป็นทหารเกณฑ์มา 2 ปี เคยร่วมรบต่อสู้กับทหารกัมพูชาในสมรภูมิเนิน 677 บริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี มา 9 เดือน โดยในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณหน้าแนวรบตอนนั้น ได้ร้องขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือครอบครัว จากผู้บังคับบัญชาเนื่องจากเรื่องของตกสำรวจในช่วงแรกก่อนเข้าประจำฐานปฏิบัติการ จึงได้ทำการร้องขออีกครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายไปจนกระทั่งตนปลดออกจากประจำการ จึงอยากให้ทางราชการมาสำรวจและช่วยเหลือตนบ้าง

ด้าน นางวารี แสนเสริม อายุ 48 ปี แม่นายวรวุฒิ กล่าวเปิดเผยว่า ก็รู้สึกสงสารลูกชาย ที่กลับจากไปรบมาแล้วมาเจอสภาพแบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องบาดหมางกันระหว่างตนกับญาติ จึงต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ยอมรับว่าลำบากมากเวลาฝนตก โดยเฉพาะตอนจะนอน ในยามค่ำคืน ก็ต้องหาที่น้ำฝนมันไม่หยดเทลงมา ก็ต้องวิ่งหลบฝนเอา ส่วนตัวภูมิใจลูกที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยกลับมา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดออกมาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอยากให้ หน่วยงานราชการช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการก่อสร้างบ้านโดยตนได้มีที่ดินอยู่บ้างแล้วประมาณ 2 งาน ซึ่งที่ดินดังกล่าวอยู่ไม่ห่างจากจุดนี้เท่าใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...