โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ACSC ทลายแก๊งกดเงินสแกมเมอร์รวบ 21 ราย ยึดเงินสด 2.5 ล้านบาท

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ทลายแก๊งกดเงินสแกมเมอร์รวบ 21 ราย ยึดเงินสด 2.5 ล้าน พร้อมกางสถิติ

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ทลายแก๊งกดเงินสแกมเมอร์รวบ 21 ราย ยึดเงินสด 2.5 ล้าน พร้อมกางสถิติ "หลอกขายสินค้า" ครองแชมป์โกงอันดับ 1

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 24-30 พ.ค. 2569 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,574 คดี มูลค่าความเสียหาย 137,773,929 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 17-23 พ.ค. 2569 จำนวน 11 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 76.60 ล้านบาท

จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ในรอบสัปดาห์ดังกล่าว พบประเด็นสำคัญเกี่ยวกับพฤติการณ์ของคนร้ายในการเลือกใช้แพลตฟอร์มและช่องทางต่างๆ ในการติดต่อสื่อสารเพื่อหลอกลวงประชาชน โดยมีรายละเอียดจำนวนคดีที่เกิดขึ้นในแต่ละแพลตฟอร์ม ดังนี้

- Facebook จำนวน 3,992 เคส (ช่องทางที่พบการหลอกลวงสูงที่สุด)**

- ไม่ระบุช่องทาง จำนวน 613 เคส

- Line จำนวน 577 เคส

- โทรศัพท์ จำนวน 171 เคส

- TikTok จำนวน 157 เคส

- ช่องทางอื่นๆ จำนวน 149 เคส

- Instagram จำนวน 77 เคส

- แอปพลิเคชันหาคู่ จำนวน 11 เคส

- Telegram จำนวน 1 เคส

- SMS จำนวน 1 เคส

และยังพบว่าการหลอกลวงด้านสินค้าและบริการเป็นคดีอันดับ 1 ที่ประชาชนโดนหลอกมากที่สุดกว่า 4,735 คดีต่อสัปดาห์ (คิดเป็น 84.9% ของคดีทั้งหมด) และเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุดในสัปดาห์นี้ ถึง 136.44 ล้านบาท (คิดเป็น 99.06% ของคดีทั้งหมด) ขณะที่การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน และการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น คดีสองประเภทนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกันการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง เมื่อจำแนกตามประเภทคดีพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ และอันดับ 3 คดีหลอกลวงโดนแอบอ้างบุคคลอื่น

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมขบวนการกดเงินสดให้แก๊งสแกมเมอร์ จำนวน 5 เคส ผู้ต้องหา 21 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 13 ราย และชาวต่างชาติ 8 ราย (เป็นสัญชาติไนจีเรีย 6 ราย และจีนจีน 2 ราย) พร้อมตรวจยึดเงินสดได้กว่า 2.5 ล้านบาท ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 2 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 191,905 บาท

โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ ดังนี้

เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเพียง จ.น่าน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 71 ปี ที่ตั้งใจซื้อเครื่องฟอกอากาศทางออนไลน์ ราคาประมาณ 1,800 บาท ก่อนจะถูกมิจฉาชีพหลอกให้ไปพูดคุยต่อในไลน์ ชื่อ "ศูนย์บริการ Bitkub" ที่อ้างว่าหากซื้อเครื่องฟอกอากาศ จะมีโพรโมชันให้คล้ายกับการเล่นเกมเพื่อลงทุนและได้รับผลตอบแทน โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 5 แสนบาท แต่ห้ามโอนให้ครั้งเดียว ให้แบ่งโอนครั้งละ 1 แสนบาท เป็นจำนวน 5 ครั้ง ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เมื่อเหยื่อหลงกลโอนไปแล้ว ครั้งแรกได้เงินตอบแทนจริง จึงตัดสินใจโอนเพิ่มอีก 4 ครั้ง เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกมา กลับถูกอ้างว่าไม่ครบจำนวนตามที่บัญชีกำหนดไว้ และบอกให้โอนเพิ่มไปอีก 5 แสนบาท เพื่อให้ครบ 1 ล้านบาท จึงจะถอนเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงหยุดโอนเงินและหยุดติดต่อกับผู้ใช้บัญชีไลน์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้โทรศัพท์อายัดบัญชีและแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป ความเสียหายเคสนี้รวมแล้วกว่า 5 แสนบาท

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 6 และสภ.เขาค้อ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 39 ปี ที่มีการโอนเงินไปยังบัญชีม้าที่เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ เมื่อตรวจสอบไปยังผู้เสียหายทำให้ทราบว่า ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว เพื่อเป็นค่าสั่งสินค้า โดยไม่ทราบว่าเป็นบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ยุติการโอนเงินและรีบให้โทรแจ้งอายัดบัญชีทันที ก่อนแนะนำให้เข้าแจ้งความต่อไป พบความเสียหายเบื้องต้น 5.4 แสนบาท

นอกจากนี้ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังเพจ "ประมูลทิพย์" หลอกแข่งราคา สินค้าแบรนด์เนม-พระเครื่อง สุดท้ายสูญเงินหลักหมื่น หลังพบผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวงจากเพจเฟซบุ๊กที่จัดกิจกรรม "ประมูลสินค้า" เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และพระเครื่องยอดนิยม เบื้องต้นพบสร้างความเสียหายต่อเคสสูงถึงหลักหมื่นบาท

จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มิจฉาชีพจะเปิดเพจปลอมขึ้นมาและนำภาพสินค้าแบรนด์เนมหรือสิ่งของมีค่ามาลงประมูลในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่าท้องตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจ จากนั้นจะใช้บัญชีหน้าม้า (ของScammer) หรือหน้าม้าอวตาร เข้ามาคอมเมนต์ร่วมประมูลแข่ง เพื่อปั่นราคาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าสินค้าดังกล่าวเป็นที่ต้องการและยอมทุ่มเงินประมูลแข่งจนชนะในที่สุด แต่เมื่อโอนเงินไปแล้ว กลับได้รับของปลอม หรือของไม่ตรงปก หรือถูกบล็อกช่องทางติดต่อหนีทันที

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบให้ดีก่อนโอนเงินหรือประมูลสินค้าใดๆทุกครั้ง

โดยมีวิธีตรวจสอบเพจปลอมเบื้องต้น สามารถเข้าไปที่เมนู "ความโปร่งใสของเพจ" (Page Transparency) โดยคลิกที่ชื่อเพจ จากนั้นจะมี popup ขึ้นมา จากนั้นให้เลือก "นโยบายความโปร่งใสและความเป็นส่วนตัว" แล้วตรวจสอบ 3 จุดสำคัญ ดังนี้

1. ประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจ ตรวจสอบว่าเพจนี้เคยเปลี่ยนชื่อบ่อยครั้งหรือไม่ หรือเคยเปลี่ยนจากชื่ออื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้ามาก่อน เช่น จากเพจคำคม เปลี่ยนมาเป็นเพจประมูลพระเครื่อง

2. ผู้ดูแลเพจ (Admin) ตรวจสอบว่าแอดมินผู้จัดการเพจอยู่ประเทศใด หากพบว่าแอดมินส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นเพจของมิจฉาชีพ

3. วันเวลาที่สร้างเพจและการปิดคอมเมนต์ ตรวจสอบว่าเพจเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ไม่นานหรือไม่ และที่สำคัญ หากเพจนั้นมีการปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็น ไม่ให้กล่าวถึงหรือแท็กเพจ หรือจำกัดคนคอมเมนต์ ให้สันนิษฐานเลยว่าเป็นเพจปลอมแน่นอน

ดังนั้น ขอเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบอย่างรอบคอบทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจโอนเงินซื้อสินค้าหรือร่วมประมูลสินค้าออนไลน์ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากพบเบาะแสหรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความออนน์ไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...