โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ว่าฯ ธปท.มอง ศก.ไทยไม่ดีแต่ไม่แย่ มองข้ามเงินเฟ้อวูบวาบ คาดทั้งปีต่ำกว่า 2.8% ห่วง K-Shape เหลื่อมล้ำสูง

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทย ไม่ดีแต่ไม่แย่ คาดเงินเฟ้อปีนี้ต่ำกว่า 2.8% ยันหั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% ประคองการเติบโต รับห่วงปัญหาเชิงโครงสร้าง-ความเหลื่อมล้ำ K-Shape

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยหัวข้อ นโยบายการเงินไทย รับมือสงคราม และวิกฤติการเงินโลก ในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 โอกาส-ทางรอด ยุคเศรษฐกิจผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ระบุว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะยังอยู่ในสภาวะที่ ไม่ดี แต่ภาพรวมถือว่ามีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมินไว้ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม

ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าหากเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและราคาพลังงานพุ่งสูง ทำให้เศรษฐกิจไทย (GDP) อาจดิ่งลงไปอยู่ที่ 1.5% แต่ในความเป็นจริง ภาคส่วนต่างๆ สามารถปรับตัวหาแหล่งวัตถุดิบและพลังงานทดแทนได้ดี ทำให้ตัวเลข GDP ล่าสุดที่ธปท.ประเมินไว้อยู่ที่ 2.3% ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูง

เศรษฐกิจไทยไม่ได้ดี แต่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดในช่วงแรก เรามีความยืดหยุ่นสูง เก่งในการหาวัตถุดิบจากที่อื่นมาทดแทน ทำให้ GDP ไม่ลงไปลึกอย่างที่กังวล นายวิทัย ระบุ

นายวิทัย กล่าวว่า กังวลปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ส่งผลให้ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องหลังการเผชิญกับวิกฤติ (Shocks) ในแต่ละครั้ง โดยสาเหตุหลักมาจากผลิตภาพ (Productivity) ที่ต่ำเนื่องจากการขาดการลงทุนต่อเนื่องหลายปี ปัญหาการเข้าสู่สังคมสูงวัยที่ทำให้กำลังแรงงานหายไปจากระบบ และปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนขึ้นในรูปแบบการฟื้นตัวแบบ K-Shaped ซึ่งธุรกิจรายใหญ่เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายกว่ารายย่อย

นอกจากนี้ ธปท. ได้ปรับบทบาทมาเป็นการใช้นโยบายแบบผ่อนคลายมากขึ้น โดยมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาเหลือเพียง 1% เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ถือว่าต่ำมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่การจะลดต่ำไปกว่านี้ทำได้ยากเนื่องจากมีผลข้างเคียง (Side Effects) โดยเฉพาะการบิดเบือนการจัดสรรทรัพยากรที่อาจไปกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนรายใหญ่ และส่งผลกระทบต่อเงินออมของผู้ฝากเงิน

นายวิทัย กล่าวถึงเรื่องเงินเฟ้อ ว่า เงินเฟ้อของไทยส่วนใหญ่เป็นแบบ Supply-driven หรือเกิดจากต้นทุนด้านพลังงานและอาหารที่สูงขึ้น โดยนโยบายของธปท.จะเน้นการมองข้าม (Look through) ผลกระทบระยะสั้นจากปัจจัยเหล่านี้ เนื่องจากคาดว่าเงินเฟ้อจะทยอยปรับลดลงเองตามฐานราคาที่สูงขึ้นในปีหน้า ซึ่งเดิมที ธปท. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ 2.8% และเคยมีความกังวลว่าในบางเดือนของไตรมาสที่ 4 อาจพุ่งสูงไปแตะระดับ 4.5%

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าอัตราเงินเฟ้อออกมาเพียง 2.4% ซึ่งต่ำกว่าระดับที่เคยประเมินไว้มาก ส่งผลให้ ธปท.เชื่อมั่นว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะไม่ถึง 2.8% และโอกาสที่จะได้เห็นเงินเฟ้อรายเดือนแตะระดับ 4.5% นั้นแทบจะไม่มีแล้ว

ถ้าดูเงินเฟ้อทั่วไปจะเห็นว่า สัดส่วนอาหารสดในตะกร้าอยู่ที่ 17% พลังงาน 12% รวมกันประมาณ 30% และมีเงินเฟ้อพื้นฐาน 69-70% เมื่อราคาพลังงานสูง ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นทันที เพราะมีสัดส่วน 12% และมีอาหารสด 17% ซึ่งมีราคาแพงขึ้นตามมา ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ในนี้มีอาหารสำเร็จรูป 17% รวมอาหารสดและสำเร็จรูปสัดส่วนเกือบ 35% ของตะกร้าเงินเฟ้อ ดังนั้นเมื่อพลังงาน น้ำมัน ก๊าซแพง ทำให้อาหารแพงขึ้น เงินเฟ้อไทยจึงขึ้นเร็วลงเร็ว ในลักษณะวูบวาบนายวิทัย กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...