โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ดนโยบาย อว. ชู 5 ด้านพลิกโฉมประเทศ ‘ยศชนัน’ ดันยุทธศาสตร์ สร้างคนด้วยนวัตกรรม

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มิถุนายน 2569 เวลา 1.13 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
บอร์ดนโยบาย อว. ชู 5 ด้านพลิกโฉมประเทศ ‘ยศชนัน’ ดันยุทธศาสตร์ สร้างคนด้วยนวัตกรรม หนุน Talent Mobility เสริมทัพเอกชน เดินหน้าผลิตแพทย์เพิ่ม 22,200 คน ลุยโมเดลแก้จน 20 จังหวัดต้นแบบ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2569 หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายยศชนัน เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบวาระสำคัญในการพลิกโฉมประเทศ โดยเริ่มต้นจากการเร่งพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้วยนวัตกรรมการศึกษา การยกระดับระบบสาธารณสุข การแก้ปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ ไปจนถึงการวางรากฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต

การเพิ่มหลักสูตรใหม่เพื่อสร้างอาชีพแห่งอนาคตผ่านการจัดการศึกษาแบบก้าวหน้า (Higher Education Sandbox) ปัจจุบันอนุมัติไปแล้วถึง 24 หลักสูตร ตั้งเป้าผลิตคนทักษะสูงกว่า 26,620 คน นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอีกหลายตัว เช่น ฉุกเฉินการแพทย์ วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรม AI ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และวิศวกรรมระบบราง โดยกระทรวง อว. จะเร่งสร้างกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นพิเศษ เนื่องจากจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ ควบคู่ไปกับการผลิตบัณฑิต

ที่ประชุมยังได้ผลักดันมาตรการ Talent Mobility เพื่อพาคนเก่งจากมหาวิทยาลัยไปเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคเอกชน มาตรการนี้เปิดทางให้นักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัยสามารถออกไปทำงานในบริษัทเอกชนได้ โดยช่วงเวลาดังกล่าวยังคงนับเป็นอายุราชการเต็มเวลา และไม่เสียสิทธิประโยชน์ใดๆ จุดที่ช่วยปลดล็อกให้อาจารย์ตัดสินใจง่ายขึ้น คือการกำหนดให้ช่วงเวลาที่ไปทำงานกับเอกชน สามารถนับรวมเป็นระยะเวลาชดใช้ทุนได้ และยังสามารถนำผลงานที่ทำร่วมกับภาคเอกชน ไปยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการได้ตามปกติ

โดยในระยะแรกจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอุตสาหกรรม BCG และสถานประกอบการขนาดใหญ่ หัวใจหลักของเรื่องนี้คือการนำความรู้จากมหาวิทยาลัยไปอยู่ในมือภาคธุรกิจโดยตรง ช่วยให้ SME และภาคอุตสาหกรรมสามารถยกระดับสินค้า และเปลี่ยนผ่านธุรกิจไทยจากการแข่งขันด้วยราคาไปสู่การแข่งขันด้วยนวัตกรรม

สำหรับมิติของระบบสาธารณสุข ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ระยะที่ 2 เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยตั้งเป้าผลิตแพทย์เพิ่ม 22,200 คน ภายใน 10 ปี ผ่านความร่วมมือของโรงเรียนแพทย์ 22 แห่ง เป้าหมายสำคัญคือการลดสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรจาก 1 ต่อ 922 คน ให้เหลือ 1 ต่อ 650 คน ภายในปี 2580 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีแพทย์ในระบบรวมกว่า 97,763 คน ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น

ที่ประชุมอนุมัติแผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคมเชิงพื้นที่ใน 5 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ สุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม โดยใช้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางแก้ปัญหาในพื้นที่ และเตรียมขยายผลสู่ 20 จังหวัดต้นแบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือลงลึกถึงมือประชาชนอย่างแม่นยำ ที่ผ่านมาโครงการนี้มีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยสามารถค้นหาคนจนได้กว่า 1.24 ล้านคน ส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการแล้วกว่า 385,000 คน และเกิดโมเดลแก้จนด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมแล้วถึง 458 โมเดล

นอกจากนี้ ในเชิงเศรษฐกิจยังตั้งเป้าเพิ่มสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นจาก 3 เป็น 7 บริษัท ดันรายได้ธุรกิจ SME ฐานนวัตกรรมให้แตะ 75,000 ล้านบาท และผลักดันเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มรายได้ถึง 3 เท่า จาก 236,000 บาท เป็น 600,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี เพื่อเป็นการวางรากฐานสู่อนาคต

ที่ประชุมยังได้ยกให้ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (AI) เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ โดยมุ่งยกระดับไทยจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้พัฒนาและต่อยอด” เพื่อสร้างอธิปไตยด้านเอไอของประเทศ ผ่านการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน GPU โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำภูมิภาคอาเซียนด้านเอไอทางการแพทย์และชีวภาพในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...