โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไอติม’ แนะรัฐป้องกันเหตุซ้ำรอยมักกะสัน ต้องวางระบบที่ดี ขจัด-ลงโทษพฤติกรรมคนไม่ดี

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

18 พ.ค.2569-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ”หากเราไม่ต้องการให้เหตุการณ์ที่มักกะสันเกิดขึ้นอีกในอนาคต รัฐมีหน้าที่วาง “ระบบที่ดี” ที่ขจัด ลงโทษ ลดแรงจูงใจ และลดความเสียหายต่อส่วนรวม จาก “พฤติกรรมที่ไม่ดี” ของคนไม่กี่คน” เนื้อหาระบุว่า ผมเชื่อว่าเราทุกคนมีความรู้สึกเจ็บปวดร่วมกันต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์บริเวณแยกมักกะสัน และเราทุกคนเป้าหมายร่วมกันที่ต้องการไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครอีกในอนาคต

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามรายงานข่าวตลอด 1 วันที่ผ่านมา ผมคิดว่าคงไม่มีใครปฏิเสธ ว่า “พฤติกรรม” ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง “คนขับรถเมล์” ที่จอดรถคร่อมทางรถไฟและเขตห้ามหยุด และฝั่ง “คนขับรถไฟ” ที่ถูกตรวจว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ณ ตอนเกิดเหตุ

“พฤติกรรมที่ไม่ดี” เหล่านี้สมควรถูกวิจารณ์ แต่ผมอยากชวนทุกคนมองเพิ่มเติม ว่าหากเราไม่ต้องการให้ พฤติกรรมที่ไม่ดีของคนไม่กี่คน มาสร้างความสูญเสียกับคนอื่น สิ่งหนึ่งที่เราทำร่วมกันได้ คือการออกแบบ “ระบบที่ดี” ซึ่งย่อมหมายถึง ระบบที่มีประสิทธิภาพในการทำให้คนเปลี่ยนจากพฤติกรรมที่ไม่ดีมาเป็นพฤติกรรมที่ดี หรืออย่างน้อย ทำให้พฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น ไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อคนอื่นได้

ตัวอย่างของการสร้าง “ระบบที่ดี” เพื่อกำจัด “พฤติกรรมที่ไม่ดี”

1. หากเราไม่ต้องการให้คนขับรถฝ่าฝืนกฎจราจรเพราะความมักง่าย เราต้องมี “ระบบ” ในการตรวจจับและลงโทษผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และบังคับใช้ได้จริง - เช่น การเพิ่มกล้อง AI หรือการออกโครงการรางวัลนำจับเพื่อระบุผู้กระทำผิด / การปรับปรุงกระบวนการออกใบสั่งให้ทำออนไลน์ได้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องส่งจดหมาย (จากข้อมูลที่หน่วยงานแจ้ง กมธ. ในปี 2568 ตำรวจออกใบสั่งได้เพียง 10% ของจำนวนการฝ่าฝืนกฎจราจรทั้งหมด ที่ถูกระบุได้โดยกล้อง AI ใน กทม.)

2. หากเราต้องการลดแรงจูงใจของคนขับรถในการฝ่าฝืนกฎจราจร เราต้องมี “ระบบ” วิศวกรรมจราจรที่ออกแบบเส้นทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้คนขับรถสามารถเดินทางได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องฝ่าฝืนกฎจราจร - เช่น ในแยกที่เกิดเหตุ เราจะเห็นว่าหากรถเมล์ทำถูกกฎจราจร รถเมล์จะไม่สามารถขับข้ามทางรถไฟและเขตห้ามหยุดได้เลย จนกว่าจะไม่มีรถเลี้ยวซ้ายจาก ถนนกำแพงเพชร 7 เข้าถนนอโศก-ดินแดง เหลืออีกแล้ว (ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก ด้วยปริมาณจราจรที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในแต่ละวัน - รายละเอียด: https://www.facebook.com/photo/?fbid=10225543038561942&set=a.1018085431514)

3. หากเราต้องการลดการฝ่าฝืนกฎจราจรที่อาจเกิดขึ้นจากความสับสนโดยไม่ได้ตั้งใจของคนขับรถ เราต้องมี “ระบบ” ที่ออกแบบสัญญาณจราจรที่เชื่อมโยงกัน และสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยความชัดเจน เพื่อทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าต้องทำอย่างไรหากต้องการปฏิบัติตามกฎจราจร - เช่น หากระบบไฟเขียว-ไฟแดง ไม่เชื่อมโยงกับระบบไม้กั้น ผู้ขับรถอาจได้รับสัญญาณที่ไม่ชัดเจน (เช่น ไฟจราจรขึ้นเป็นสีเขียว แต่กลับมีสัญญาณไฟ-สัญญาณเสียงจากไม้กั้น)

4. หากเราต้องการไม่ให้พฤติกรรมการเสพสารเสพติด สร้างผลเสียต่อคนอื่นในสังคม เราต้องมี “ระบบ” ที่เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสารเสพติดของผู้ขับขี่ยานพาหนะ (เช่น รถไฟ รถเมล์) พร้อมบทลงโทษที่เข้มงวดในการระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ที่เกี่ยวข้อง - เช่น แม้ล่าสุด ทางกรมขนส่งทางรางได้เพิ่มมาตรการในการตรวจเจ้าหน้าที่เรื่องสารเสพติดและแอลกอฮอล์ (ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง) แต่หากระบบดังกล่าวมีมาก่อนหน้านี้ คนขับรถไฟที่เกิดเหตุอาจถูกคัดกรองออกได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

5. หากเราต้องการทำให้ความเสี่ยงที่ใครจะถูกกระทบจากพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนที่จุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนน เหลือศูนย์จริงๆ เราต้องมี “ระบบ” ที่ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานหรือทบทวนผังเมือง เพื่อลดจุดตัดรถยนต์-รถไฟในใจกลางเมือง (เช่น โครงการทางรถไฟส่วนขาด (Missing Link) - รายละเอียด: https://www.facebook.com/pravinvongvuth/posts/pfbid02TnQe47E7gHHWKSKhdTWknVyGnuGCxHAgZgGvnDfFt1hMy4bfd71cYmf847YjT9ehl)

ดังนั้น หากเรายึดเป้าหมายที่เรามีร่วมกันในการทำทุกทางเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครอีกในอนาคต รัฐจึงมีหน้าที่ในการวาง “ระบบที่ดี” เพื่อขจัด ลงโทษ ลดแรงจูงใจ หรือลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวม จาก “พฤติกรรมที่ไม่ดี” ของคนไม่กี่คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...