LEO โชว์ฝีมือโค้งแรก ผลงานกระฉูด 199%
#LEO #ทันหุ้น – LEO โชว์ฝีมือโค้งแรก กวาดรายได้รวม 313.9 ล้านบาท ดัน EBITDA แตะ 33.5 ล้านบาท โตกระโดด 153% พร้อมอวดกำไร 7.5 ล้านบาท ทะยาน 199% ฟากบอสใหญ่ “เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์” ลุยแผน 3×6 Growth Matrix ฉลอง 36 ปี ปักธงดัน EBITDA โตตามแผน Jump+
นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุด 31 มี.ค. 2569) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 313.9 ล้านบาท โดยบริษัทสามารถสร้างการเติบโตของEBITDA ตามแผนงานJump+ ที่บริษัทได้ประกาศไว้ บริษัท มี EBITDA ในไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 33.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่7.5 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2568 บริษัทมีการเติบโตของEBITDA ในอัตราที่สูงขึ้นร้อยละ153 และกำไรสุทธิ มีการเติบโตสูงขึ้นร้อยละ 199
@EBITDA โต
ปัจจัยหลักที่ทำให้EBITDA ของบริษัท มีการเติบโตขึ้นมากเนื่องจากความสามารถในการผลักดันให้ธุรกิจNon-Freight และ Non-Logistics มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามแผนธุรกิจ3×6 Growth Matrix และตามแผนงานที่ได้ระบุไว้ในโครงการ Jump+ ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage) และธุรกิจรับฝากตู้สินค้า (Container Depot) มีรายได้ในไตรมาส 1/2569 เท่ากับ12.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2568 และเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 นอกจากนี้รายได้จากการขนส่งสินค้าทางรางของบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัทLaneXang Express และบริษัทSritrang-Leo Multimodal Logistics ก็มีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างไตรมาส 1/2569 กับไตรมาส 4/2568
ทั้งนี้ รายได้หลักมาจากค่าบริการอื่นๆ ที่สูงกว่าไตรมาส 1/2568 ได้แก่ ค่าขนส่งทางอากาศ และบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร เนื่องจากภาวะสงครามและทำให้เกิดการชะงักงันในการขนส่งสินค้าทางเรือที่ต้องผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
จึงให้มีความต้องการในการส่งสินค้าทางอากาศไปในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น และอัตราค่าระวางก็มีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงบริษัทมีรายได้จากงานขนส่งสินค้าขนาดใหญ่(Heavy Lift & Project Cargoes) ในช่วงไตรมาส 1/2569 จึงทำให้รายได้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรมีการเติบโต โดยรายได้จากธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ และการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร มีรายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2568 ร้อยละ12.5 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 เท่ากับร้อยละ32 ซึ่งเท่ากับไตรมาส 4/2568 แต่สูงกว่าไตรมาส 1/2568 ที่อยู่ที่ระดับร้อยละ 30
“เนื่องจากสภาวะการส่งออกนำเข้าในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ปี 2569 มีการชะลอตัวลงจากสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทเริ่มได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่าระวางเนื่องจากสภาวะสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกาในช่วงเดือนมีนาคม จึงทำให้รายได้รวมลดลงจากไตรมาส 1/2568 เพียงเล็กน้อย และคาดว่าผลกระทบเชิงบวกนี้จะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนภายในปี 2569 ทำให้อัตราค่าระวางยังอยู่ในสภาวะสูง และทำให้บริษัทฯ มีโอกาสในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นตามอัตราค่าระวางที่สูงขึ้น” นายเกตติวิทย์ กล่าว
@กางกลยุทธ์
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจปี 2569LEO เดินหน้ายุทธศาสตร์การเติบโต 3 ด้าน 6 มิติ( 3×6 Growth Matrix) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 36 ปีของการดำเนินธุรกิจของLEO ในปี 2569 นี้ รวมถึงการผลักดันแผนการสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตของธุรกิจตามแผนงานJump+ เพื่อสร้างการเติบโตEBITDA ของบริษัทขึ้น 45% หรือ 50-55 ล้านบาท ภายในปี 2571 และเป็นการเติบโตที่ให้ความสำคัญในเรื่อง Profitability, Efficiency, Stability ควบคู่กับความมีธรรมาภิบาล การดูสิ่งแวดล้อมและสังคม
“ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา บริษัทก็ยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้รายได้ ผลการดำเนินงาน และ EBITDA ของบริษัท ในปี 2569 ให้มีการเติบโตตามแผนงาน “3×6 Growth Matrix” เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 36 ปี รวมถึงบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ในแผนไว้ตามโครงการ Jump+ ได้อย่างแน่นอน” นายเกตติวิทย์ กล่าว