WHO ประกาศให้ ‘อีโบลา’ เป็นภาวะฉุกเฉินโลก หลังมีผู้เสียชีวิต 80 ราย
องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังพบผู้เสียชีวิต 80 ราย และผู้ติดเชื้อกว่า 250 ราย
ประเด็นสำคัญ
- มีผู้ป่วยอย่างน้อย 200 ราย – จับตาชาวอเมริกันติดเชื้อ
เมื่อวานนี้ (17 พฤษภาคม) ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ออกแถลงการณ์ประกาศว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Bundibugyo) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังมีจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งสูง 80 ราย และผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 250 ราย
อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่า การแพร่ระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียวยังไม่เข้าเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินจนถึงกับเป็นการระบาดครั้งใหญ่ (Pandemic) แต่มีความเสี่ยงสูงที่โรคนี้อาจแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ที่มีพรมแดนทางบกติดกับคองโก เพราะไม่มีวัคซีนหรือวิธีรักษาโดยเฉพาะ ต่างจากอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire)
WHO ยังเปิดเผยด้วยว่า คองโกเผชิญกับการแพร่ระบาดของอีโบลาครั้งที่ 17 โดยสถานการณ์จริงอาจรุนแรงกว่านี้มาก เมื่อพิจารณาจากอัตราผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมออกคำแนะนำว่า ผู้ป่วยไม่ควรเดินทางไปต่างประเทศ ต้องมีการแยกตัวผู้ป่วย และห้ามเดินทางระหว่างประเทศจนกว่าจะครบ 21 วันในการกักตัว
นอกจากนี้ WHO เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ไม่ปิดพรมแดนหรือจำกัดการเดินทางและการค้า เนื่องจากอาจทำให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้ช่องทางข้ามพรมแดนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้และเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาด
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแอฟริกา โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศให้อีโบลาเป็นโรคระบาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่า จะมีการประชุมฉุกเฉินอีกรอบเพื่อยกระดับให้เป็นโรคระบาดระดับทวีปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ดร. ฌอน คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ Africa CDC ให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า เขากำลังตื่นตระหนกกับอีโบลา เพราะมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่กลับไม่มีตัวยา ไม่มีวัคซีนที่จะช่วยเหลือประเทศต่างๆ พร้อมย้ำว่า การระบาดของอีโบลาแสดงให้เห็นความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อผลิตยาและวัคซีนในแอฟริกา
“ประเทศตะวันตกไม่เข้าใจว่าเมื่อแอฟริกาได้รับผลกระทบ พวกเขาก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน เพราะมีผู้คนเดินทางโดยเครื่องบินทุกวัน” คาเซยาชี้ว่า ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเท่าเทียม
ปัจจุบัน คาเซยาอยู่ในกรุงเจนีวาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกประจำปี แต่วางแผนจะกลับแอฟริกาในวันพรุ่งนี้เพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ เขากำลังเจรจากับบริษัทต่างๆ เพื่อหาอุปกรณ์รักษาและป้องกัน เช่น ชุดทดสอบ วัคซีน หรือเสาะหาวิธีการรักษาในขั้นต้น
มีผู้ป่วยอย่างน้อย 200 ราย – จับตาชาวอเมริกันติดเชื้อ
หน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติระบุในแถลงการณ์ว่า มีผู้ป่วยในจังหวัดอิตูรี ประเทศคองโกราว 240 ราย และผู้เสียชีวิต 80 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยจากห้องปฏิบัติการอีก 8 ราย ซึ่งการแพร่ระบาดครอบคลุมอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ เมืองบูเนีย (Bunia), รวัมปารา (Rwampara) และมองบวาลู (Mongbwalu)
ทั้งนี้ สำนักข่าว CBS News รายงานว่า มีชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 คนในคองโกที่สัมผัสกับเชื้อไวรัสอีโบลา โดย 3 คนในจำนวนนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาจติดเชื้อ ขณะที่ STAT News ระบุว่า อาจมีชาวอเมริกัน 1 คนที่เริ่มแสดงอาการแล้ว
อนึ่ง บุนดีบูเกียวเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสอีโบลา โดยข้อมูลจาก WHO ระบุว่า เคยมีการระบาดของสายพันธุ์นี้มาแล้ว 2 ครั้งในอดีต แต่ครั้งนี้มีความพิเศษ เพราะยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนรับมือโดยเฉพาะ
ภาพ: Victoire Mukenge / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/who-declares-ebola-outbreak-congo-uganda-global-health-emergency-2026-05-17/
- https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/what-do-we-know-about-ebola-outbreak-congo-uganda-2026-05-17/
- https://www.theguardian.com/world/2026/may/17/who-ebola-outbreak-congo-uganda-global-health-emergency