โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สะเทือนใจ! หนุ่มอินฟลูฯเหมาผัก-เลี้ยงข้าวคุณตาชาวนา ก่อนผู้เฒ่าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนกลับบ้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 30 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ความปรารถนาดีของครีเอเตอร์หนุ่มกลายเป็นอาหารมื้อสุดท้ายในชีวิตของชาวนาวัย 81 ปี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จนครอบครัวผู้ล่วงลับต้องออกมาปกป้อง

วานนี้ (6 ก.ค.) สำนักข่าวจีนรายงานเรื่องราวน่าสะเทือนใจในโลกออนไลน์ เมื่อการทำความดีของอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งกลับจบลงด้วยโศกนาฏกรรม

อินฟลูเอนเซอร์แซ่จาง ซึ่งผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกว่า 84,000 คน เขาอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้ เขาโพสต์คลิปวิดีโอขณะที่เข้าไปช่วยคุณตาแซ่จิ่ง วัย 81 ปี ซึ่งจะขนผักที่ปลูกเองเข้ามาขายในเมืองเป็นประจำทุกวัน

จางเหมาซื้อพืชผักทั้งหมดที่คุณตานำมาขาย น้ำหนักรวม 75 กิโลกรัม ในราคาเหมาเพียง 60 หยวน (ประมาณ 300 บาท) หลังจากที่คุณตาจิ่งยอมลดราคาให้เป็นพิเศษ แต่จางก็พยายามช่วยด้วยการแกล้งเหยียบตาชั่งเพื่อเพิ่มน้ำหนักผัก คุณตาจะได้ได้เงินมากขึ้น

ระหว่างการบันทึกภาพ จางได้แกล้งเอ่ยปากขอให้คุณตาเลี้ยงข้าวกลางวันฟรี ซึ่งคุณตาตอบตกลงโดยไม่ลังเล แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นฝ่ายจ่ายเงินค่าอาหารมื้อใหญ่ให้คุณตา ซึ่งประกอบด้วยบะหมี่ตุ๋นชามยักษ์สองชามและอาหารอื่นอีกสี่จาน

จางซื้อเหมาผักทั้งหมดของคุณตาและเลี้ยงอาหารกลางวันก่อนเกิดเรื่องเศร้า

คุณตาจิ่งได้เปิดใจเล่าว่า ตนเองไม่เคยกินบะหมี่เนื้อตุ๋นมาก่อนเลยเพราะราคาสูงเกินไป ทุกวันนี้ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินส่งเสียหลานชายสองคน หลังจากที่ลูกสาวคนโตป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและจบชีวิตลงเมื่อ 15 ปีก่อน

หลังจากกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อย จางยังบอกให้คุณตาห่ออาหารที่เหลือกลับไปฝากภรรยาที่บ้านด้วย

แต่เรื่องราวที่ควรจะอบอุ่นหัวใจกลับพลิกผัน เมื่อหลานชายของคุณตาจิ่งเข้ามาเขียนบอกข่าวร้ายใต้คลิปวิดีโอดังกล่าวว่า คุณตาจิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตระหว่างทางกลับบ้านในวันนั้นเอง โดยทางครอบครัวพบสิ่งของหลายอย่างในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นของที่ปกติคุณตาจะมองว่าหรูหราเกินกว่าจะซื้อหาได้ จนกระทั่งมาเห็นคลิปวิดีโอนี้ จึงหายสงสัยในที่สุด

หลานชายของคุณตายังกล่าวขอบคุณจางที่เลี้ยงอาหารมื้อใหญ่แก่คุณตา พร้อมระบุว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้ายและเป็นภาพบันทึกสุดท้ายในชีวิตของคุณตา ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาได้เห็นคุณตามีความสุขมากขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อความของหลานชายคุณตาจิ่งกลับนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคนบางกลุ่มที่มองว่า หากจางไม่รั้งคุณตาไว้กินข้าวด้วยกัน คุณตาอาจจะไม่ต้องเสียชีวิต

กระแสวิจารณ์ในแง่ลบนี้ทำให้หลานชายของคุณตาต้องออกมาตอบกลับเพื่อปกป้องอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มว่า “ในวันสุดท้ายของชีวิตคุณตา มีชายคนหนึ่งช่วยอุดหนุนเหมาผักจนหมด แถมยังเลี้ยงมื้อกลางวันชนิดที่คุณตาไม่มีวันยอมควักเงินซื้อกินเองอย่างแน่นอน หากการทำความดีกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์และไม่ได้รับการปกป้อง ต่อไปในสังคมก็คงไม่มีใครกล้าทำความดีอีกแล้ว”

ขณะเดียวกัน หญิงสาวอีกรายที่ระบุว่าเป็นหลานสาวของคุณตาก็เสริมว่า “คุณลุงปลูกผักมาตลอดทั้งชีวิต ใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์มาโดยตลอด และนี่ถือเป็นอาหารมื้อใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของท่านเลยค่ะ”

หลังจากนั้นสามวัน จางได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่าเขาได้ส่งไฟล์วิดีโอทั้งหมดของคุณตาในวันสุดท้ายของชีวิตไปให้ทางครอบครัวแล้ว พร้อมทั้งเสนอตัวที่จะให้ความช่วยเหลือในอนาคตหากทางครอบครัวต้องการ โดยเขาจะเคารพการตัดสินใจของญาติ ๆ เป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตจำนวนมากต่างพากันเข้ามาให้กำลังใจจางและชื่นชมในความมีน้ำใจ โดยความเห็นหนึ่งระบุว่า “ถ้าจะโทษใครสักคน ก็ควรไปโทษคนขับรถที่ประมาทเลินเล่อซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ไม่ใช่มาโทษอินฟลูเอนเซอร์”

ส่วนชาวเน็ตอีกรายแสดงความเห็นว่า ขณะที่อีกความเห็นกล่าวว่า “โชคชะตาได้ถูกกำหนดไว้แล้ว บางทีวันนั้นอาจ ‘ถึงเวลา’ ของท่าน และเมื่อสวรรค์รับรู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของท่านยากลำบากเหลือเกิน จึงได้ส่งคนใจดีมาเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้เป็นมื้อสุดท้ายก่อนที่ท่านจะจากไป”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Douyin, Generated by Gemini

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...