โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศุภมาส ยกระดับคุมธุรกิจเสริมความงาม สั่ง สคบ.ประสานตำรวจ-แพทยสภาดำเนินคดี ตัดวงจรหมอเถื่อน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ “ศุภมาส อิศรภักดี” สั่ง สคบ. เร่งประสานตำรวจและแพทยสภา ดำเนินคดีผู้แอบอ้างเป็นแพทย์ เปิดบ้านฉีดสารเสริมความงามผิดกฎหมาย ยกระดับความปลอดภัยผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยคณะ ได้ติดตามกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้แอบอ้างเป็นแพทย์ 2 ราย ซึ่งจบการศึกษาเพียงระดับ ม.6 และ ปวช. แต่ใช้ประสบการณ์จากการทำงานในคลินิก เปิดบ้านพักรับฉีดสารเสริมความงามให้ประชาชน สร้างรายได้เดือนละกว่า 1 แสนบาท

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงรูปแบบใหม่ของธุรกิจเสริมความงาม ที่ขยับไปสู่นอกระบบ โดยผู้ที่ไม่ได้เป็นแพทย์ใช้ช่องทางออนไลน์เข้าถึงประชาชน และเปิดสถานที่ให้บริการฉีดสารเสริมความงามโดยไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ สคบ. ติดตามเฝ้าระวังธุรกิจเสริมความงามที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และประสานส่งต่อข้อมูลหรือเบาะแสให้แพทยสภา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้แอบอ้างเป็นแพทย์อย่างถึงที่สุด

การดำเนินการนี้เป็นการสานต่อนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก และต่อยอดจากมาตรการที่นางสาวศุภมาสได้สั่งการไว้ก่อนหน้านี้ หลังเกิดกรณีผู้เสียชีวิตในคลินิกเสริมความงามที่จังหวัดนครปฐมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้สั่งให้ สคบ. ตรวจสอบคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศ และจัดทำสัญญามาตรฐานตามกฎหมาย รวมถึงได้ลงพื้นที่ตรวจด้วยตนเองที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

สำหรับข้อกฎหมาย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากแพทยสภา มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 43 และหากเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมายสถานพยาบาลเพิ่มเติม

ในส่วนของ สคบ. มีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกิจเสริมความงามในฐานะธุรกิจควบคุมสัญญา โดยผู้ประกอบการต้องจัดทำสัญญาและส่งมอบให้ผู้รับบริการ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางสาวศุภมาส ย้ำว่า การฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องใช้ความรู้ด้านกายวิภาค การวินิจฉัย และการช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉิน หากทำโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ ราคาถูกวันนี้อาจแลกมาด้วยใบหน้าเสียโฉมถาวร หรือร้ายแรงถึงชีวิต จึงสั่งการให้ สคบ. ทำงานเชิงรุก เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค และลดความเสี่ยงจากการให้บริการเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน

ประชาชนควรตรวจสอบ 2 เรื่องก่อนรับบริการทุกครั้ง คือ แพทย์เป็นแพทย์จริงหรือไม่ โดยตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th/v3 และสถานที่ให้บริการเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากพบการแอบอ้างเป็นแพทย์ หรือได้รับความเสียหายจากบริการเสริมความงาม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด โดย สคบ. จะส่งต่อทุกเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...