CENTEL ค่าห้องพักดีด งานใหญ่หนุนไตรมาส 4
#CENTEL #ทันหุ้น – CENTEL รับครึ่งหลังโดดเด่นสัญญาณบวกเพียบ ตุลาคมเข้าเทศกาลวันหยุดยาวจีน งานประชุมระดับโลกเวิลด์แบงก์ยอดจองล่วงหน้าโรงแรมในกรุงเทพฯ พุ่งแรง “เซ็นทารา เซ็นทรัลเวิลด์” อัตราพักทะลุ 70% อัพค่าห้องสูงเลขสองหลัก ฟากตลาดมัลดีฟส์-ดูไบฟื้นตัวชัดเจน ต้นทุนพลังงานลด ไตรมาส 3 ยังรักษาฟอร์มแกร่ง อัตราพักเหนือ 75% สูงกว่าปีก่อน
นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินบริษัท โรงแรม เซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การจัดงานประชุมระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 หรือ เวิลด์แบงก์ กรุ๊ป ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ซึ่งถือเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) มีสัญญาณการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและงานประชุมขนาดใหญ่
@ค่าห้องพักดีดตัว
จากข้อมูลการจองห้องพักล่วงหน้า (On the Book) พบว่าในช่วงต้นไตรมาส 4 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ (CentralWorld) ปัจจุบันมียอดจองล่วงหน้าในช่วงที่มีงานประชุมดังกล่าวสูงเกือบ 70% แล้ว นอกจากอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ที่อยู่ในระดับสูงแล้ว ในแง่ของราคาค่าห้องพักเฉลี่ย (Room Rate) ยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตในระดับ Double Digit เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยปกติ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการเข้าพักที่หนาแน่นในโซนใจกลางเมือง
นอกจากนี้บริษัทยังจะได้รับประโยชน์จากเทศกาล Golden Week ของจีน ในช่วงวันที่ 1-7 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่นักท่องเที่ยวจีนจะออกเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมากด้วยเมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งพอร์ตการบริหารของ CENTEL พบว่ายอดจองล่วงหน้าในไตรมาส 4 ปัจจุบันมีตัวเลขเกินกว่า 50% ไปแล้ว
ขณะที่ภาพรวมในไตรมาส 3/2567 บริษัทยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ประมาณ 70-75%
ในส่วนของรายได้จากห้องพัก (Room Revenue) ผู้จัดการฝ่ายรายได้ ประเมินว่า จะเห็นการปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบแบบปีต่อปีอย่างแน่นอน แม้ว่าปัจจุบันข้อมูล On the Book จะสะท้อนเพียงรายได้ค่าห้องพักเป็นหลัก แต่ก็เป็นเครื่องชี้วัดที่ชัดเจนถึงแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง
@ มัลดีฟส์-ดูไบฟื้น ต้นทุนลด
สำหรับธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะที่ มัลดีฟส์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น กระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขนส่งและพลังงาน
“ราคาน้ำมันจากเดิมที่เคยจ่ายอยู่ที่ประมาณ 0.7 ดอลลาร์ต่อลิตร พุ่งขึ้นไปถึง 1.9 ดอลลาร์ และปัจจุบันย่อตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.1 ดอลลาร์ แม้จะยังไม่กลับไปจุดเดิมที่ 0.7 ดอลลาร์ แต่การที่ราคาน้ำมันลงมาได้ระดับนี้ถือเป็นเรื่องดีต่อการบริหารจัดการต้นทุน” นายกันย์กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่ช่วง High Season ของมัลดีฟส์ อัตรากำไรจะปรับตัวดีขึ้นตามธรรมชาติของธุรกิจ เนื่องจากสามารถกระจายต้นทุนคงที่ เช่น ค่าแรงพนักงานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อมีรายได้เข้ามามากขึ้น
ทางด้านโรงแรมที่ดูไบ ปัจจุบันมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนเช่นกัน โดย Occupancy Rate ในช่วงที่ผ่านมาขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 60-70% และล่าสุดพุ่งแตะระดับ 73% สะท้อนว่าสถานการณ์ผลกระทบต่างๆ เริ่มเบาบางลง แม้ว่าพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่กลับมาเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้าอย่างมาก
@ ญี่ปุ่นแกร่งแม้ฐานสูง
ในส่วนของโรงแรมที่ประเทศ ญี่ปุ่น (โอซาก้า) แม้ว่าในไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมาจะมีฐานที่สูงมากจากการจัดงาน World Expo แต่สำหรับปีนี้โรงแรมเดิมยังสามารถทำผลงานได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยคาดว่าจะทรงตัว (Flat) หรือลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน CENTEL มีความได้เปรียบจากการเปิดโรงแรมแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่น ทำให้มีศักยภาพในการรับรู้รายได้ที่กว้างขึ้น
ทั้งนี้เติบโตของ CENTEL ว่าไม่ได้เป็นการเติบโตแบบเส้นตรงหรือพุ่งทะยานแบบ Exponential แต่จะเป็นในลักษณะ “Sideway Up” หรือการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่มีความมั่นคง ดังนั้นการที่บริษัทบริหารจัดการได้เหมาะสม ก็เห็นการเติบโตของพอร์ตโดยรวม โดยเฉพาะแบรนด์ระดับ 5 ดาวขึ้นไปในเมืองไทยที่เห็นการเติบโตเป็นDouble Digit ทั้งในแง่ของโรงแรมเดิมและโรงแรมใหม่