หนุ่ม 17 ถูกไล่ออก ยกพวกกลับมากระทืบแรงงานเมียนมา
(25 พ.ค. 69) นายวิรโช อายุ 31 ปี เจ้าของร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมแชทข้อความเฟซบุ๊ก เข้าร้องเรียนต่อ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังเกิดเหตุอดีตลูกจ้างวัย 17 ปี ยกพวก 5 คน บุกเข้ามารุมทำร้ายพนักงานชาวเมียนมาภายในร้าน จนได้รับบาดเจ็บ โดยหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมองว่าผู้ก่อเหตุไม่เกรงกลัวกฎหมาย กล้าบุกร้านเข้ามาก่อเหตุอย่างอุกอาจ
.
จากคลิปวงจรปิดภายในร้าน เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 69 เวลา 18.11 น. สามารถบันทึกภาพขณะนายอาร์ม อายุ 17 ปี เข้ามาภายในร้าน โดยมีการแบ่งกำลังกันยืนรอบริเวณห้องน้ำ 3 คน และอ้อมเข้าทางด้านหลังร้านอีก 2 คน ก่อนที่นายอาร์มจะเดินตรงเข้าไปชกต่อยและใช้เท้ากระทืบนายวันแรง อายุ 27 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นพนักงานล้างรถของร้าน ขณะกำลังทำงานอยู่หลายครั้ง ทำให้พนักงานคนอื่นตกใจพากันวิ่งหนีเข้าไปหลบในร้านด้วยความหวาดกลัว
.
นายวิรโช เจ้าของร้านคาร์แคร์ กล่าวว่านายอาร์มเป็นอดีตพนักงานของร้าน ตนเพิ่งไล่ออกหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้เพียง 5 วัน เนื่องจากมีพฤติกรรมหยุดงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ติดต่อไม่ได้ และทิ้งงาน ทั้งที่เป็นลูกจ้างรายวัน แม้ตลอดระยะเวลาทำงานประมาณ 1 เดือน จะทำงานได้ดี แต่ตนไม่ทราบว่ามีพฤติกรรมกับเพื่อนร่วมงานอย่างไร เพราะนายอาร์มเป็นพนักงานคนไทยเพียงคนเดียวในร้าน ส่วนที่เหลือเป็นแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย และทำงานกันคนละส่วน
.
ก่อนเกิดเหตุ นายอาร์มเคยส่งข้อความมาข่มขู่ตนว่าจะเข้ามาทำร้ายนายวันแรง แต่ตนไม่คิดว่าจะกล้าลงมือจริง โดยทั้งคู่เคยมีปากเสียงกันมาก่อนภายในร้าน ซึ่งตนเชื่อว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากความไม่พอใจที่ถูกไล่ออกจากงานมากกว่า
.
หลังทราบเรื่อง ตนได้พานายวันแรงเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง และทราบว่ามีตำรวจสายตรวจเข้าไปภายในหมู่บ้านของนายอาร์ม หลังจากนั้นนายอาร์มได้ส่งข้อความมาต่อว่าตน พร้อมอ้างว่าถูกนายวันแรงหาเรื่องก่อน จึงตัดสินใจก่อเหตุ และอยากให้ตนเข้าใจเหตุผลที่ทำลงไป แต่ตนไม่ได้ตอบกลับข้อความดังกล่าว
.
สำหรับอาการบาดเจ็บของนายวันแรง พบว่ามีบาดแผลบริเวณศีรษะ ลำคอ แขน และใบหน้าแตก โชคดีที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้ใช้อาวุธ ขณะที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ยกันแล้ว โดยนายอาร์มได้กล่าวขอโทษ พร้อมยินยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดประมาณ 5,000 บาท แต่ขอผ่อนชำระภายใน 1 เดือน เนื่องจากยังไม่มีเงิน ซึ่งตนเองไม่ได้ติดใจเรื่องเงิน เพราะเข้าใจฐานะ แต่อยากให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง และอยากให้โอกาสกลับตัวกลับใจ
.
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังคงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว เพราะมองว่าการก่อเหตุครั้งนี้อาจเป็นการข่มขู่ประชดตนที่ไล่ออกจากงาน มากกว่าต้องการทำร้ายพนักงานโดยตรง เนื่องจากนายอาร์มรู้ทั้งบ้านพักและร้านคาร์แคร์ อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังเคยเข้ามาหาพนักงานต่างด้าวอีกคนด้วย ตนไม่อยากให้ผู้ก่อเหตุไปทำพฤติกรรมลักษณะนี้กับใครอีก เพราะครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ผู้เสียหายไม่เอาเรื่องหนัก
.
ด้าน ดร.แก้ว กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาททั่วไปในสังคม แต่ตนมองว่าผู้ก่อเหตุอายุเพียง 17 ปี กลับกล้ารวมกลุ่มบุกเข้ามาทำร้ายคนที่กำลังทำงานอยู่ถึงในสถานประกอบการ ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว เบื้องต้นจะเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะหากรุนแรงกว่านี้อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของกฎหมาย และมีสติยับยั้งชั่งใจ เพราะหากปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่านี้ พร้อมฝากถึงผู้ก่อเหตุให้กลับมาดูแลคู่กรณีและชดใช้ค่าเสียหาย เพื่อให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา