ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 3 ปี 6 เดือน สามีโหดสาดน้ำเดือดใส่ภรรยาชาวไทยขณะหลับ
ศาลแขวงอึยจองบูพิพากษาจำคุกชายเกาหลีใต้ 3 ปี 6 เดือน คดีทำร้ายร่างกายภรรยาชาวไทยวัย 30 ปี ชี้พฤติการณ์รุนแรง ไร้ความปรานี และรับไม่ได้ แม้อัยการเสนอโทษน้อยกว่านี้
ศาลเกาหลีใต้พิพากษาจำคุกชายชาวเกาหลีใต้วัย 40 ปี เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน หลังถูกฟ้องในคดีทำร้ายร่างกายภรรยาชาวไทยวัย 30 กว่าปี ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองอึยจองบู จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568
คดีนี้ได้รับความสนใจจากทั้งสังคมไทยและเกาหลีใต้ เพราะผู้เสียหายเป็นหญิงไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน และต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลานานหลังเกิดเหตุ ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้เข้าเยี่ยมและประสานความช่วยเหลือด้านกฎหมาย ล่าม และการติดต่อหน่วยงานเกาหลีใต้
ตามรายงานของสื่อเกาหลีใต้ เหตุเกิดขณะผู้เสียหายกำลังนอนหลับอยู่ในที่พัก สามีใช้น้ำร้อนจากกาต้มน้ำไฟฟ้าทำร้ายบริเวณใบหน้าและลำคอของภรรยา ส่งผลให้เธอบาดเจ็บหนักและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทาง
หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาอ้างในช่วงแรกว่าเป็นอุบัติเหตุจากการสะดุดล้ม จนน้ำร้อนหกใส่ภรรยา แต่ต่อมาเขายอมรับข้อกล่าวหาระหว่างพิจารณาคดี พร้อมร้องขอความเมตตาจากศาล
ศาลลงโทษสูงกว่าที่อัยการขอ
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ศาลแขวงอึยจองบูมีคำพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปี 6 เดือน ในข้อหาทำร้ายร่างกายด้วยวิธีพิเศษ หรือ Special Bodily Injury ซึ่งเป็นโทษสูงกว่าที่อัยการร้องขอไว้ 3 ปี
ศาลระบุว่า การกระทำของจำเลยเป็นการทำร้ายคู่สมรสที่อยู่ในสภาพไม่ทันระวังตัว และเป็นพฤติการณ์ที่คนทั่วไปยากจะยอมรับได้ ศาลยังมองว่าผู้เสียหายได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างหนัก
อีกประเด็นสำคัญที่ศาลหยิบมาพิจารณา คือแรงจูงใจของจำเลย ศาลเห็นว่าการกระทำมีลักษณะเกี่ยวข้องกับความพยายามควบคุมภรรยา และไม่ต้องการให้เธอไปพบหรือมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่น
ศาลย้ำว่า แม้จำเลยจะอ้างเรื่องความสงสัยต่อพฤติกรรมของภรรยา แต่ไม่ว่าข้อสงสัยนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ก็ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลรองรับความรุนแรงได้
ผู้เสียหายเคยขอไม่ให้ลงโทษ ก่อนเปลี่ยนใจ
ระหว่างกระบวนการพิจารณา คดีนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อผู้เสียหายเคยยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ไม่ให้ดำเนินคดีกับสามีในช่วงแรก หลังได้พบเขาระหว่างถูกควบคุมตัว
อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้เสียหายเปลี่ยนจุดยืน และยื่นความประสงค์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด หลังได้รับคำปรึกษาจากกลุ่มช่วยเหลือแรงงานและผู้อพยพในเกาหลีใต้
ศาลพิจารณาว่า หนังสือไม่ประสงค์ลงโทษที่ผู้เสียหายเคยยื่นในช่วงแรก อาจไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของเธอ เพราะขณะนั้นเธอยังอยู่ในสภาพเปราะบาง ต้องเผชิญปัญหาทั้งเรื่องการรักษาตัว วีซ่า ภาษา และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ
ศาลยังระบุว่า ผู้เสียหายดูเหมือนต้องการหย่า และอาจเข้าใจผิดว่าหากสามีได้รับโทษเบา กระบวนการหย่าจะดำเนินไปเร็วขึ้น
ค่ารักษาสูง คนไทย-เกาหลีร่วมช่วยเหลือ
อีกด้านหนึ่ง คดีนี้ทำให้สังคมเห็นปัญหาของหญิงไทยในต่างประเทศที่ต้องเผชิญความรุนแรงในครอบครัวโดยลำพัง หลังผู้เสียหายต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก
สื่อเกาหลีรายงานว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านวอน และยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการรักษาต่อเนื่องอีกหลายล้านวอน โดยเงินส่วนใหญ่ได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยและชาวเกาหลีใต้ที่ร่วมกันบริจาค หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้เข้าติดตามอาการของผู้เสียหาย พร้อมประสานความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการสื่อสารกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองตามกระบวนการของเกาหลีใต้
คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องครอบครัว แต่คือความรุนแรงที่รัฐต้องจัดการ
คดีนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปัญหาผัวเมีย เพราะเมื่อมีการใช้ความรุนแรงจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บหนัก เรื่องนี้กลายเป็นคดีอาญาที่รัฐต้องดำเนินการอย่างจริงจัง
ประเด็นสำคัญคือผู้เสียหายเป็นหญิงต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีใต้ มีข้อจำกัดด้านภาษา วีซ่า และเครือข่ายช่วยเหลือ ทำให้เธออยู่ในสถานะเปราะบางมากกว่าผู้เสียหายทั่วไป ศาลจึงให้น้ำหนักกับบริบทเหล่านี้ในการพิจารณาโทษ
คำพิพากษาจำคุก 3 ปี 6 เดือนในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงบทลงโทษต่อจำเลย แต่ยังเป็นสัญญาณว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่อาจถูกลดทอนเป็นเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เต็มที่
สำหรับคนไทยในต่างแดน คดีนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญว่า หากตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรง ควรรีบติดต่อสถานทูต หน่วยงานท้องถิ่น ตำรวจ หรือองค์กรช่วยเหลือผู้อพยพทันที เพราะความช่วยเหลือที่ถูกต้องอาจเปลี่ยนทิศทางของคดีและความปลอดภัยในชีวิตได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ถกสนั่น! พนักงานพูดญี่ปุ่นล้วน ต่างชาติงง ฟังไม่ออก โซเชียลแห่ป้อง ไม่ต้องพูดอังกฤษ
- เตือนคนไทยในญี่ปุ่น! แก๊ง ‘โทคูริว’ ระบาด สุ่มดูลาดเลาเตรียมปล้นบ้าน
- คดีโหดญี่ปุ่น เน็ตไอดอลสาว แค้นเด็ก 17 บังคับแก้ผ้า-ไลฟ์ประจาน ผลักตกสะพานดับ
ที่มาข้อมูล