โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ลองเช็กด่วน! "ติ่งเนื้อแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้" อันตราย! ควรรีบไปพบแพทย์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แม้ส่วนใหญ่ติ่งเนื้อจะไม่ใช่อันตราย แต่ถ้าเริ่มมีอาการเปลี่ยนสี โตไว หรือมีเลือดออก นี่อาจไม่ใช่ติ่งเนื้อทั่วไปอย่างที่คุณคิด! มาเช็ก 6 สัญญาณอันตรายที่บอกว่า

ติ่งเนื้อ (Skin Tags) คือ ก้อนเนื้อเล็กมีลักษณะนุ่ม เป็นติ่งอยู่บนผิวหนัง มีสีและขนาดเล็กไปจนถึงประมาณ 2 นิ้ว ติ่งเนื้อไม่ใช่เนื้อร้าย และไม่กลายเป็นมะเร็งผิวหนัง ผู้ที่มีอายุมากขึ้นอาจเกิดติ่งเนื้อได้ และมีแนวโน้มเกิดขึ้นกับผู้ที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ตั้งครรภ์ หรือมีบุคคลในครอบครัวเคยมีเกิดติ่งเนื้อ

อาการและบริเวณที่มักพบติ่งเนื้อ

ติ่งเนื้อที่เพิ่งขึ้นบนผิวหนัง จะเป็นก้อนเนื้อนุ่มมีขนาดเล็กนูนขึ้น และยื่นออกมาเป็นติ่ง และจะค่อย ๆ กลายเป็นสีเดียวกับผิวหนัง โดยไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ แต่อาจรู้สึกระคายเคืองบ้างหากเสียดสีกับเสื้อผ้า หรือถ้าก้านที่ยึดติ่งเนื้อถูกบิด อาจเกิดลิ่มเลือดภายในติ่งเนื้อและรู้สึกเจ็บได้ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสร้างเซลล์ส่วนเกินในชั้นบนสุดของผิวหนัง มักเกิดขึ้นในรอยพับและบริเวณที่การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติทำให้ผิวหนังเสียดสีกัน มักพบในบริเวณ

-รักแร้

-เปลือกตาทั้งสองข้าง

-ขาหนีบหรือต้นขา

-คอ

-ใต้หน้าอก

-อวัยวะเพศ

สาเหตุหลักของการเกิดติ่งเนื้อ

-ภาวะดื้ออินซูลิน เป็นภาวะที่นำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะน้ำตาลผิดปกติ โดยภาวะดื้ออินซูลินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อได้มากขึ้น

-ภาวะอ้วน อาจพบลักษณะที่มีสีคล้ำและหนาตัวขึ้นคล้ายกำมะหยี่ ที่เรียกว่า โรคผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans) โดยโรคนี้สามารถพบติ่งเนื้อจำนวนมาก ตามผิวหนังบริเวณคอและรักแร้

-ตั้งครรภ์ ติ่งเนื้อเป็นผลข้างเคียง เนื่องจากมีระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

-พันธุกรรม บุคคลในครอบครัวเคยมีติ่งเนื้อขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

-ปัจจัยภายนอก การเสียดสีกันของผิวหนังโดยตรงหรือผ่านการสวมใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่สามารถสร้างแรงกดทับบนพื้นที่คอ

6 สัญญาณเตือน! ติ่งเนื้อแบบไหนที่ "อันตราย" ควรพบแพทย์

ติ่งเนื้อส่วนใหญ่เป็น เนื้องอกผิวหนังที่ไม่อันตราย แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งผิวหนัง หากมีลักษณะเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์

1.ขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ติ่งเนื้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และโตเร็วผิดปกติ เมื่อมีขนาดเกิน 5 มิลลิเมตร เป็นสัญญาณที่ต้องระวังอย่างมาก

2.จำนวนติ่งเนื้อที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มจำนวนติ่งเนื้ออย่างรวดเร็วก็เป็นสัญญาณที่ไม่ปกติ และอาจเป็นตัวบ่งชี้ของความอันตราย

3.คัน เจ็บ หรืออักเสบเรื้อรัง มีอาการระคายเคืองตลอดเวลา

4.ลักษณะแข็ง ติ่งเนื้อที่มีลักษณะแข็งมากและเป็นก้อนนูนออกมา

5.สีเปลี่ยนไปจากเดิม ติ่งเนื้อมีสีที่เข้มมากหรือแตกต่างไปจากสีผิวปกติ เช่น สีเหลืองหรือสีดำ

6.มีเลือดออกหรือเป็นแผลเรื้อรัง มีเลือดออกหรือลักษณะที่เป็นเนื้อสด

วิธีการรักษากระเนื้อและติ่งเนื้อ

-รักษาโดยการตัดออก จี้ด้วยเครื่องเลเซอร์หรือความเย็น รอยโรคสามารถยุบราบ หรือหายไปได้ภายใน 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดที่เป็น

-จี้ด้วยความเย็น (Cryosurgery) โดยใช้ ไนโตรเจนเหลว จี้ตรงบริเวณรอยโรค

-จี้ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า (Electrocautery)

-จี้ด้วยเครื่องเลเซอร์เช่น CO2 Laser คาร์บอนไดอ๊อกไซด์เลเซอร์ (Carbon dioxide Laser)

การดูแลตัวเองหลังการรักษาติ่งเนื้อ

-หลีกเลี่ยงโดนน้ำบริเวณที่รักษา 3-5 วัน หากจำเป็นต้องโดนน้ำให้รีบใช้ผ้าสะอาดซับออกทันที

-หากทำการรักษาที่ใบหน้าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับลบเครื่องสำอางที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ทำความสะอาดผิวหน้า หลังจากแผลแห้ง

-ทายาฆ่าเชื้อให้ผิวหนังสมานดีขึ้นทุกวันเช้าและก่อนนอน

-ไม่แกะ เกา สะเก็ดที่เกิดขึ้นหลังการรักษา สะเก็ดจะหลุดเองตามธรรมชาติภายใน 7-10 วัน

-ทาครีมกันแดดทุกวันและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดเ ป้องกันการเกิดรอยดำหลังรักษา

วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดติ่งเนื้อ

-การดูแลและควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดติ่งเนื้อที่คอได้

-การสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นและหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยที่ไม่เสียดสีจะช่วยป้องกันการเกิดติ่งเนื้อได้

-การรักษาสุขภาพที่ดี การรักษาสุขภาพของตนเองโดยไม่ให้เกิดภาวะอ้วนหรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีความสำคัญในการลดความเสี่ยง

-การเข้าพบแพทย์ หากอยู่ในสภาวะเสี่ยง เช่น การตั้งครรภ์ ควรหมั่นเข้าพบหรือปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำและการตรวจสุขภาพ

-การรักษาความสะอาด การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดการติ่งเนื้อและป้องกันการเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์

-การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดติ่งเนื้อที่คอ

-การใช้ครีมทาผิวที่เหมาะกับผิว เลือกใช้ครีมทาผิวที่เหมาะสม ให้ผิวชุ่มชื้นลดการเสียดสีระคายเคืองที่ผิว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...