รวบคารถ "พี่ชายอดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย" เอี่ยวคดีฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
วันนี้ ( 28 พ.ค.69) พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจทางหลวง4 กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นายกิตติธัชหรือดอน (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่3126/2568 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ฐาน “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ที่มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 60 และมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2522”และหมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ที่ 408/2568 ลงวันที่ 15 กันยายน 2568 ฐาน “ฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) กม.442+500 (ขาล่องใต้) ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 26 พ.ค. 69 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ออกตระเวนตรวจตาและกวาดล้างอาชญากรรม บนถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) บริเวณ กม.442+500 ฝั่งขาล่องใต้ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พบรถยนต์มาสด้า 2 สีเทา ทะเบียน ญข 6XXX กรุงเทพมหานคร ขับแซงขึ้นทางด้านขวาลักษณะผิดปกติ เนื่องจากบริเวณท้ายรถมีการบรรทุกสัมภาระหนักจนตัวรถทรุดต่ำ เจ้าหน้าที่จึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบและเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ขับขี่ภายหลัง คือ นายกิตติธัช หรือ “ดอน” อายุ 51 ปี ซึ่งแสดงอาการลุกลี้ลุกลน มีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด อ้างว่ากำลังเดินทางจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งครอบครัวที่ จ.นครศรีธรรมราช
เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสาร นายกิตติธัช กลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่มีบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ติดตัว และไม่ยอมให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็น “สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก” (สมุดฝากครรภ์) วางอยู่ที่คอนโซลหน้ารถ เมื่อขอตรวจสอบจึงพบชื่อนายกิตติธัช ปรากฏอยู่ในฐานะบิดา จึงนำหมายเลขบัตรประชาชนไปตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนพบความจริงว่า นายกิตติธัช เป็นบุคคลตามหมายจับถึง 2 คดีสำคัญ และเป็นพี่ชายของ นายสถาพร อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายกิตติธัชมีบทบาทเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท เอส.ดับบลิว. นครสวรรค์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และอีกหลายบริษัทในเครือข่าย "เอส.ดับบลิว." ซึ่งพบว่า ใช้เป็นแหล่งพักเงินและฟอกเงินจากการยักยอกเงินสหกรณ์ฯ มาแปลงสภาพเป็นที่ดิน หุ้น และทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล โดยก่อนหน้านี้ ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินในชื่อของนายกิตติธัช ทั้งที่ดินและเงินในตู้เซฟไปแล้วเป็นจำนวนมากจากการการตรวจสอบภายในรถ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางปกติ แต่เป็นการ “ตั้งใจย้ายถิ่นฐานและภูมิลำเนา” เพื่อหลบหนีการติดตามจับกุมหลังจากถูกออกหมายจับในช่วงปี 2568 โดยหวังจะไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้พร้อมครอบครัว สอบสวนเบื้องต้น นายกิตติธัช ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป.