สุริยะใสชี้ นิรโทษกรรมไร้ ม.112 ไม่ขัดแย้ง มวลชนส้มได้ประโยชน์สุด
9 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดี ม.รังสิต 1 ใน 6,000 คน ที่จะได้รับประโยชน์จาก กม.นิรโทษกรรม เผยความคืบหน้าการผลักดันร่าง กม.ฉบับนี้ เกี่ยวกับคดีการเมืองในสภาฯ โดยมั่นใจว่า จะไม่เป็นชนวนเหตุสร้างความขัดแย้งระลอกใหม่ แม้จะไม่มีการรวมคดี ม.112 ของกลุ่ม เยาวชนคนรุ่นใหม่ ก็ตาม เนื่องจากสภามีบทเรียนและตระหนักถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย พร้อมชี้ชัดว่าแท้จริงแล้ว มวลชนสีส้ม จะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อคืนความสงบสุขให้สังคม
รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นที่ยังตกค้างในสภาฯ โดยเฉพาะฝ่ายค้านอภิปรายว่า ไม่ได้มีการนิรโทษกรรมให้กับเด็กเยาวชนต่ำกว่า 18 ปี ที่ติดคดี ม.112 ซึ่งจะทำให้ถูกมองว่านิรโทษกรรมครั้งนี้ เป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับความเป็นธรรม และจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองระลอกใหม่
“ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นชนวนเหตุนำไปสู่ความขัดแย้งระลอกใหม่ ไม่คิดอย่างนั้น เพราะแม้แต่พรรคประชาชน ที่พยายามผลักดันแก้มาตรา 112 หรือนิรโทษกรรมคดี 112 โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องเด็กเยาวชน ก็ยังเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา และพอพูดเรื่องนี้ ก็มีปัญหาเรื่องคดีที่พันอยู่ กรณี 44 อดีต ส.ส.ก้าวไกล นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมมองว่า สภารู้สึกว่า ถ้าแตะเรื่องนี้อีกมีคนไปร้องแน่ ถ้าเสนอให้นิรโทษ 112 ใครจะกล้าโหวต คดีก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. รับเรื่องและชี้มูล ส่งศาลแล้ว นี่เป็นเหตุที่ผมคิดว่า ดันเรื่อง 112 ไม่ขึ้น”
รศ.ดร.สุริยะใส กล่าวว่า แต่จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ ไม่หรอก เพราะอย่างน้อยกระบวนการพิจารณาคดี 112 กรณีเด็กต่ำกว่า 18 ปี มันจบแล้ว เพราะผ่านมา 5-6 ปี ขบวนการปลดแอกที่มีหนุ่มสาวเคลื่อนไหวตอนนั้น ฉะนั้นที่เขาจะได้เต็มๆ เราต้องนึกถึงคนอีกสามพันคดี ของขบวนการเสื้อส้ม ขบวนการหนุ่มสาวเคลื่อนไหว ปี 62-63 และเป็นกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์มากกว่าเสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. รวมกันอีก
รศ.ดร.สุริยะใส กล่าวว่า เราต้องนึกถึงคนกลุ่มนี้บ้าง ถ้าจะไปบอกว่า เอาเหมาเข่งก่อน เหมือนจับคนกลุ่มนี้เป็นตัวประกัน คนกลุ่มใหญ่ ทำไมเราไม่เอาทีละล็อต ทีละล็อต และเรื่อง 112 หลายคนก็บอกว่า ก็ทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ก็ยังไม่เคยมีคนทำ จะลองทำหรือไม่ พรรคการเมืองเข้าชื่อกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความสุกงอมของผู้คนด้วยว่า เรื่องนี้ใช่จังหวะ เวลาจะแคมเปญกันไหม
ผมว่า สังคมเสียงแตก ทำให้คนไม่กล้าหาญพอ แม้แต่คนกลางๆ ที่อยากเห็นการปรับแก้ 112 ลดโทนลงบ้าง ให้โอกาสเด็กบ้าง ก็ยังแสดงตัวเรื่องนี้น้อย ผมคิดว่า กลัวบริบทแวดล้อมไม่เอื้อเท่าไหร่ จนเป็นเหตุผลที่ผมเชื่อว่า คงไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งระลอกใหม่ สำหรับคนที่ไม่ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้