โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มรสุมคอร์รัปชันรุมเร้า “เปโดร ซานเชซ” เดิมพันอนาคตผู้นำสเปน

เดลินิวส์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.35 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
จากผู้นำดาวรุ่งของสเปนที่โค่นรัฐบาลชุดก่อนด้วยคดีทุจริต สู่การเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพการเมือง เมื่อคนใกล้ชิดทยอยถูกสอบสวนและดำเนินคดีคอร์รัปชัน

นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน กำลังเผชิญวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2561 หลังคดีทุจริตหลายคดีพัวพันบุคคลใกล้ชิด ทั้งภรรยา น้องชาย และอดีตแกนนำพรรคสังคมนิยม (พีเอสโออี) ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดปัจจุบัน จนฝ่ายค้านประกาศว่ารัฐบาลกำลังอยู่ใน "ช่วงสุดท้ายของอำนาจ" แม้ตัวซานเชซจะยังไม่ถูกกล่าวหาในคดีใดก็ตาม

ฟรานซิสโก เด เคเบโด กวีชาวสเปนในศตวรรษที่ 17 เคยกล่าวไว้ว่า "เงินคือสุภาพบุรุษผู้ทรงอำนาจ" ประโยคดังกล่าวยังคงสะท้อนการเมืองสเปนในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาคอร์รัปชันเคยโค่นล้มรัฐบาลสเปนมาแล้วหลายชุด และบัดนี้กำลังย้อนกลับมาคุกคามรัฐบาลของซานเชซเอง

ซานเชซถือเป็นหนึ่งในผู้นำยุโรปที่วิจารณ์รัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเปิดเผย ทั้งต่อประเด็นสงครามในฉนวนกาซา ความขัดแย้งกับอิหร่าน และมาตรการกำแพงภาษี ขณะที่เศรษฐกิจสเปนในช่วงเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้รัฐบาลต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคแบ่งแยกดินแดนในแคว้นกาตาลุญญาและแคว้นบาสก์ ซึ่งทำให้รัฐบาลสเปนชุดนี้มีเสถียรภาพค่อนข้างเปราะบาง

ที่น่าสนใจคือ ซานเชซและพรรคพีเอสโออี ขึ้นสู่อำนาจจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนสามารถคว่ำรัฐบาลพรรคประชาชน (พีพี) เมื่อปี 2561 หลังรัฐบาลในขณะนั้นเผชิญกับคดีทุจริตครั้งใหญ่ แต่วันนี้สถานการณ์คล้ายกำลังย้อนศรกลับมาหาซานเชซเอง

แรงกดดันล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อผู้พิพากษาฮวน การ์ลอส เปอินาโด มีคำสั่งให้นางเบโกญา โกเมซ ภรรยาของซานเชซ ขึ้นศาลในคดีทุจริต พร้อมสั่งยึดหนังสือเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และกำหนดให้รายงานตัวต่อศาลเดือนละสองครั้ง

โกเมซถูกตั้งข้อหาหลายกระทง ไม่ว่าจะเป็นการยักยอกทรัพย์ ใช้อิทธิพลแสวงหาประโยชน์ ทุจริตในการดำเนินธุรกิจ และใช้งบประมาณโดยมิชอบ จากข้อกล่าวหาว่าอาศัยสถานะภรรยานายกรัฐมนตรี เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อหน้าที่การงานในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงมาดริด

อย่างไรก็ตาม โกเมซยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่ผู้นำสเปนกล่าวว่า คดีนี้เป็นเจตนาเล่นงานการเมืองและเป็น "เรื่องตลกอันน่าละอาย"

การสอบสวนเริ่มขึ้นเมื่อปี 2567 หลังองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน "มานอส ลิมเปียส" หรือ "มือสะอาด" ซึ่งถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับฝ่ายขวาจัด ยื่นคำร้องกล่าวหาโกเมซในข้อหาใช้อิทธิพลโดยมิชอบ กดดันจนซานเชซประกาศพักปฏิบัติหน้าที่เกือบหนึ่งสัปดาห์ เพื่อทบทวนว่าจะดำรงตำแหน่งผู้นำสเปนต่อไปหรือไม่

แน่นอนว่า ฝ่ายรัฐบาลออกมาปกป้องโกเมซอย่างเต็มที่ นายเฟลิกซ์ โบลาญอส รมว.ยุติธรรมสเปน กล่าวว่า เป็น "วันที่เลวร้ายสำหรับผู้ศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม" พร้อมแสดงความเชื่อว่าความจริงจะปรากฏในที่สุด ขณะที่หนังสือพิมพ์ เอล ปาอิส วิจารณ์ว่า ผู้พิพากษาใช้มาตรการเกินความจำเป็น และมองว่า การที่โกเมซมีเจ้าหน้าที่อารักขาของรัฐดูแลอยู่แล้ว จึงแทบไม่มีโอกาสหลบหนี

อย่างไรก็ตาม คดีของโกเมซเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัญหาที่รุมล้อมรัฐบาล ล่าสุดตำรวจเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่พรรคพีเอสโออี จากข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินพรรคอย่างไม่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน อดีตบุคคลสำคัญของพรรคหลายคนก็ถูกสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นนายหลุยส์ โรดริเกซ ซาปาเตโร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเป็นขบวนการ การใช้อิทธิพล และการปลอมแปลงเอกสาร แม้เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่นายโฆเซ หลุยส์ อาบาลอส อดีตมือขวาของซานเชซ ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนจากการจัดซื้อหน้ากากอนามัยมูลค่าราว 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,001 ล้านบาท) ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ด้านนายดาบิด ซานเชซ น้องชายนายกรัฐมนตรี กำลังขึ้นศาลในข้อหาใช้อิทธิพล เพื่อให้ได้รับตำแหน่งในหน่วยงานภาครัฐเมื่อ 9 ปีก่อน

แม้ซานเชซจะยังไม่ถูกตั้งข้อกล่าวหา แต่คดีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องได้บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และทำให้พรรคพีเอสโออีสูญเสียคะแนนเสียงในการเลือกตั้งระดับภูมิภาคหลายแห่ง ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า หากมีการเลือกตั้งในเวลานี้ พรรคพีพีมีแนวโน้มกลับมาชนะ และอาจจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคว็อกซ์ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด

แม้การเลือกตั้งทั่วไปของสเปนจะต้องจัดขึ้นไม่เกินเดือน ส.ค. ปีหน้า แต่หลายฝ่ายประเมินว่า รัฐบาลผสมอาจอยู่ไม่ถึงวันนั้น อย่างไรก็ตาม ภายใต้รัฐธรรมนูญของสเปน นายกรัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งได้ก็ต่อเมื่อรัฐสภาสามารถลงมติเลือกผู้นำคนใหม่แทนได้ ซึ่งยังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับฝ่ายค้าน เนื่องจากพรรคแบ่งแยกดินแดนหลายพรรคไม่ต้องการสนับสนุนพรรคพีพี

ซานเชซเคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ว่าสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองที่มีจุดยืนแตกต่างกันได้สำเร็จ แม้หลายฝ่ายมองว่าโอกาสกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมีน้อย ดังนั้น ความหวังสำคัญที่สุดของเขาในเวลานี้ คือประคองรัฐบาลให้อยู่รอด จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีคำตัดสิน ซึ่งอาจเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของผู้นำสเปนรายนี้.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...