ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผนึก 16 หน่วยงาน แก้วิกฤติมะพร้าวน้ำหอมไทย
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 69 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดย นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ และนายวทัญญู ทิพยมณฑา ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวรัตน์ สถาพรนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 3 และคณะ นัดประชุม 16 หน่วยงาน ถกแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจโดยอาศัยตัวแทนอำพราง (นอมินี) ของทุนข้ามชาติ การร่วมมือกดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอม การปลอมและการปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอม เร่งวางมาตรการแก้ไขและป้องกันทุกมิติ
นายทรงศัก เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริงในจังหวัดสมุทรสงครามและราชบุรีเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า นอกจากปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำแล้ว ยังพบขบวนการกลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เข้าครอบงำวงจรตลาดมะพร้าว (ล้ง) ตั้งแต่การรับซื้อ โรงงานแปรรูป ไปจนถึงการถือครองที่ดินเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังพบปัญหาการปลอมและปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อตลาดและภาพลักษณ์ของสินค้าไทยเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร ที่ประชุมร่วม 16 หน่วยงาน จึงมีมติเห็นชอบแนวทางจัดการใน 3 มิติสำคัญ ดังนี้
1. ยกระดับมาตรฐานกฎหมาย คุมเข้ม “น้ำมะพร้าวแท้” ในระยะสั้น เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนมาตรฐาน มอก. น้ำมะพร้าว จากปัจจุบันที่เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ให้เป็น “มาตรฐานบังคับ” เพื่อให้มีเกณฑ์ทางกฎหมายควบคุมและลงโทษผู้ผลิตน้ำมะพร้าวปลอม (ทั้งกลุ่มที่ใช้สารเคมีแต่งกลิ่น และกลุ่มที่ผสมสารปนเปื้อน)
ส่วนในระยะยาว ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งหนังสือถึง รมว.สาธารณสุข เพื่อตั้งคณะกรรมการร่วมพิเศษในการจัดทำมาตรฐานถาวร ระบบการตรวจสอบ และเส้นทางการทำงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) คาดว่าจะเห็นโครงสร้างที่ชัดเจนภายใน 12-15 เดือน
2. ปรับกระบวนการตรวจจับ (SOP : Standard Operating Procedure) และอุดช่องว่างโรงงานเถื่อน ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปรับชุดตรวจจับเป็นลักษณะ “สหวิชาชีพ” และเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจทุก ๆ 3-4 เดือน โดยจะเน้นการสุ่มตรวจในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันโรงงานลักลอบผลิต พร้อมจัดวางระบบควบคุมการขนย้ายเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงปลายทางได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังเสนอให้เพิ่มอำนาจทางกฎหมายแก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการกำกับดูแลโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม ให้สามารถสั่งระงับการผลิตชั่วคราวหรือสั่งปิดโรงงานเถื่อนได้ทันที
3. แก้โครงสร้างราคา สกัดกั้นนอมินีต่างชาติ คืนอาชีพให้คนไทย จากสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนที่เคยดิ่งต่ำสุดถึง 3-5 บาทต่อผล ปัจจุบันขยับขึ้นมาเฉลี่ยที่ 13-15 บาทต่อผล แต่ยังไม่ถึงราคาคุ้มทุนของเกษตรกรที่ควรอยู่ที่ 17 บาทขึ้นไป สาเหตุหลักมาจากกลไกราคาที่บิดเบือนจากการฮั้วราคาของทุนต่างชาติในลักษณะนอมินี และการถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มน้ำมะพร้าวปลอม ซึ่งหากปราบปรามน้ำมะพร้าวปลอมได้ จะช่วยเพิ่มความต้องการมะพร้าวแท้ในระบบและช่วยพยุงราคาให้มีเสถียรภาพ
ด้านมาตรการทางกฎหมาย ได้เสนอกระทรวงพาณิชย์ทบทวน พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อบรรจุธุรกิจมะพร้าวและการแปรรูปไว้ในบัญชีท้าย เพื่อจำกัดสิทธิและควบคุมการถือหุ้นของกลุ่มทุนต่างชาติอย่างเข้มงวด อุดช่องว่างทางกฎหมายของล้งต่างชาติที่ตั้งขึ้นเพื่อการส่งออก 100% พร้อมมอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดทำแผนระยะยาวเพื่อยกระดับโรงงานแปรรูปของคนไทยกว่า 200 แห่ง รวมถึงพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้เองตลอดทั้ง Supply Chain จากเดิมที่เป็นเพียงโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยได้อย่างยั่งยืน