โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ทนายทนง’ พา ‘ทหารพราน’ มอบตัวสู้คดีทางแพ่ง จ่อฟ้องกลับตร.อายัดเงินลูกความนาน 2 ปีจนชีวิตพัง

เดลินิวส์

อัพเดต 5 มิถุนายน 2569 เวลา 6.39 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ทนายทนง แซ่จิ้ว” พา “ทหารพราน” วัย 28 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ เพื่อต่อสู้คดีแพ่ง ขายของชิ้นเดียวมูลค่าหลักพัน แต่ถูกดองเรื่องอายัดบัญชีนานกว่า 2 ปี จนไร้เงินรักษาลูก ต้องกู้หนี้ยืมสินจนชีวิตพัง ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมเตรียมฟ้องกลับพนักงานสอบสวน ม.157 และเอาผิดเพจโรงพักฐานผิด พ.ร.บ.คอมพ์

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวานนี้ (4 มิ.ย.69) ที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา ทนายทนง แซ่จิ้ว ได้นำตัวทหารพรานหนุ่ม อายุ 28 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัวและต่อสู้คดี กรณีที่เพจ Facebook ของ สภ.หาดใหญ่ โพสต์แถลงการณ์ติดตามตัวเมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 ที่ผ่านมา โดยการเข้ามอบตัวครั้งนี้ ฝ่ายทนายความได้ยื่นหนังสือถึง ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่ เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเดิม ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และแจ้งความเอาผิดเพจ สภ.หาดใหญ่ ในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงการสร้างเอกสารราชการปลอม

โดย ทนายทนง แซ่จิ้ว เปิดเผยต่อสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า ทหารพรานรายนี้เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอยู่แนวหน้า แต่กลับต้องมาเผชิญกับความอยุติธรรมจากความผิดพลาดเล็กน้อยในทางแพ่ง แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนดองสำนวนคดีและอายัดบัญชีธนาคารทุกบัญชี ทั้งบัญชีครองชีพ เงินเดือน และเงินเสี่ยงภัย ยาวนานกว่า 2 ปี

"…ผมพูดแล้วน้ำตาจะไหล เขาทำงานเป็นรั้วของชาติ แต่ด้วยเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยแท้ ๆ กลับไปยัดคดีรุนแรงมหาศาลให้เขา อายัดบัญชีเขามา 2 ปี ลูกเต้าเจ็บป่วยไม่มีเงินไปรักษาสถานพยาบาล ครอบครัวไม่มีเงินทุนสำรอง จนสุดท้ายต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เสียดอกเบี้ยโดยไม่สมควรจะเสีย ที่ผ่านมาทั้งตัวน้องและผู้บังคับบัญชาพยายามมาเจรจาติดต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอความเห็นใจเพราะเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ แต่กลับไม่เคยได้รับการตอบรับ…" ทนายทนง กล่าว

ทนายทนง เปิดเผยต่อไปว่า คดีนี้เป็นเพียงคดี "ขี้หมูราขี้หมาแห้ง" เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง จากการส่งสินค้าผิดพลาด และผู้ต้องหาเพิ่งเคยขายของเพียงชิ้นเดียวในชีวิต ไม่ได้มีพฤติการณ์เปิดเพจโฆษณาเป็นวงกว้าง เพื่อหลอกลวงคนจำนวนมาก อันจะเข้าข่ายความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" ตามที่ สภ.หาดใหญ่ พยายามออกแถลงการณ์

ในส่วนประเด็นที่ระบุว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์บล็อกเฟซบุ๊ก และบล็อกไลน์ช่องทางติดต่อของผู้เสียหาย ขอชี้แจงว่าเนื่องจาก น้องเป็นทหารพราน ต้องเดินทางเข้าป่าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทำให้บางช่วงเวลาไม่สามารถติดต่อหรือประสานงานกับบุคคลภายนอกได้จริง ๆ แต่ทันทีที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.หาดใหญ่ ก็รีบเดินทางมาแสดงตัวทันที ไม่เคยคิดหลอกลวงหรือหลบหนีไปไหน พนักงานสอบสวนควรรับฟังข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ไม่ใช่ฟังความข้างเดียวจากผู้กล่าวหา

ต่อมาทนายทนงและทหารพรานคู่กรณีได้ยืนหนังสือร้องเรียนกับ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ เพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจ ซึ่งสร้างความสบายใจให้กับฝ่ายผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก เนื่องจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีคนเดิมได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว และทาง พ.ต.ท.โชคทวี เมื่อทราบเรื่องราวความเดือดร้อนทั้งหมด ได้รับปากว่าจะเข้ามาดูแลคดีนี้ด้วยความเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดดำเนินการถอนอายัดบัญชีธนาคารให้โดยเร็วที่สุด

ในช่วงท้าย ทนายทนง ได้กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาทหารพรานรายนี้ว่า ปัจจุบันเงินในบัญชีที่ถูกอายัดไว้มีอยู่กว่า 2 แสนบาท แต่เนื่องจากยังไม่รู้กำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าโรงพักจะถอนอายัดได้วันไหน ทำให้น้องยังไม่มีเงินทุนและต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยจากการกู้หนี้นอกระบบมาจุนเจือครอบครัวตลอด 2 ปี ตนจึงอยากวิงวอนและขอความเมตตาจากพี่น้องประชาชนหรือแฟนคลับที่เชื่อมั่นในเครดิตของตน หากพอมีกำลังรบกวนช่วยซัพพอร์ตหรือสำรองเงินให้น้องได้นำไปปลดหนี้สินก่อน โดยตนยินดีเอาเงินในบัญชีที่ค้างอยู่กว่า 2 แสนบาทของทหารพรานรายนี้เป็นหลักประกันให้ เพื่อช่วยเหลือนักรบชายแดน ให้พ้นจากความทุกข์ระทมนี้โดยเร็ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...