‘ทนายทนง’ พา ‘ทหารพราน’ มอบตัวสู้คดีทางแพ่ง จ่อฟ้องกลับตร.อายัดเงินลูกความนาน 2 ปีจนชีวิตพัง
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวานนี้ (4 มิ.ย.69) ที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา ทนายทนง แซ่จิ้ว ได้นำตัวทหารพรานหนุ่ม อายุ 28 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัวและต่อสู้คดี กรณีที่เพจ Facebook ของ สภ.หาดใหญ่ โพสต์แถลงการณ์ติดตามตัวเมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 ที่ผ่านมา โดยการเข้ามอบตัวครั้งนี้ ฝ่ายทนายความได้ยื่นหนังสือถึง ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่ เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเดิม ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และแจ้งความเอาผิดเพจ สภ.หาดใหญ่ ในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงการสร้างเอกสารราชการปลอม
โดย ทนายทนง แซ่จิ้ว เปิดเผยต่อสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า ทหารพรานรายนี้เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอยู่แนวหน้า แต่กลับต้องมาเผชิญกับความอยุติธรรมจากความผิดพลาดเล็กน้อยในทางแพ่ง แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนดองสำนวนคดีและอายัดบัญชีธนาคารทุกบัญชี ทั้งบัญชีครองชีพ เงินเดือน และเงินเสี่ยงภัย ยาวนานกว่า 2 ปี
"…ผมพูดแล้วน้ำตาจะไหล เขาทำงานเป็นรั้วของชาติ แต่ด้วยเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยแท้ ๆ กลับไปยัดคดีรุนแรงมหาศาลให้เขา อายัดบัญชีเขามา 2 ปี ลูกเต้าเจ็บป่วยไม่มีเงินไปรักษาสถานพยาบาล ครอบครัวไม่มีเงินทุนสำรอง จนสุดท้ายต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เสียดอกเบี้ยโดยไม่สมควรจะเสีย ที่ผ่านมาทั้งตัวน้องและผู้บังคับบัญชาพยายามมาเจรจาติดต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอความเห็นใจเพราะเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ แต่กลับไม่เคยได้รับการตอบรับ…" ทนายทนง กล่าว
ทนายทนง เปิดเผยต่อไปว่า คดีนี้เป็นเพียงคดี "ขี้หมูราขี้หมาแห้ง" เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง จากการส่งสินค้าผิดพลาด และผู้ต้องหาเพิ่งเคยขายของเพียงชิ้นเดียวในชีวิต ไม่ได้มีพฤติการณ์เปิดเพจโฆษณาเป็นวงกว้าง เพื่อหลอกลวงคนจำนวนมาก อันจะเข้าข่ายความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" ตามที่ สภ.หาดใหญ่ พยายามออกแถลงการณ์
ในส่วนประเด็นที่ระบุว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์บล็อกเฟซบุ๊ก และบล็อกไลน์ช่องทางติดต่อของผู้เสียหาย ขอชี้แจงว่าเนื่องจาก น้องเป็นทหารพราน ต้องเดินทางเข้าป่าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทำให้บางช่วงเวลาไม่สามารถติดต่อหรือประสานงานกับบุคคลภายนอกได้จริง ๆ แต่ทันทีที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.หาดใหญ่ ก็รีบเดินทางมาแสดงตัวทันที ไม่เคยคิดหลอกลวงหรือหลบหนีไปไหน พนักงานสอบสวนควรรับฟังข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ไม่ใช่ฟังความข้างเดียวจากผู้กล่าวหา
ต่อมาทนายทนงและทหารพรานคู่กรณีได้ยืนหนังสือร้องเรียนกับ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ เพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจ ซึ่งสร้างความสบายใจให้กับฝ่ายผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก เนื่องจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีคนเดิมได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว และทาง พ.ต.ท.โชคทวี เมื่อทราบเรื่องราวความเดือดร้อนทั้งหมด ได้รับปากว่าจะเข้ามาดูแลคดีนี้ด้วยความเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดดำเนินการถอนอายัดบัญชีธนาคารให้โดยเร็วที่สุด
ในช่วงท้าย ทนายทนง ได้กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาทหารพรานรายนี้ว่า ปัจจุบันเงินในบัญชีที่ถูกอายัดไว้มีอยู่กว่า 2 แสนบาท แต่เนื่องจากยังไม่รู้กำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าโรงพักจะถอนอายัดได้วันไหน ทำให้น้องยังไม่มีเงินทุนและต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยจากการกู้หนี้นอกระบบมาจุนเจือครอบครัวตลอด 2 ปี ตนจึงอยากวิงวอนและขอความเมตตาจากพี่น้องประชาชนหรือแฟนคลับที่เชื่อมั่นในเครดิตของตน หากพอมีกำลังรบกวนช่วยซัพพอร์ตหรือสำรองเงินให้น้องได้นำไปปลดหนี้สินก่อน โดยตนยินดีเอาเงินในบัญชีที่ค้างอยู่กว่า 2 แสนบาทของทหารพรานรายนี้เป็นหลักประกันให้ เพื่อช่วยเหลือนักรบชายแดน ให้พ้นจากความทุกข์ระทมนี้โดยเร็ว.