โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จะเป็นยังไงถ้า "งดมื้อเย็น" เป็นประจำ? ชายไม่กินมื้อเย็นนาน 3 ปี หุ่นลีน แต่ได้ของแถมเกินคาด!

sanook.com

เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 16.45 น. • Sanook
จะเกิดอะไรขึ้นถ้า “งดข้าวเย็น” ประจำ ชายวัย 58 ปี งดมื้อเย็นทุกวัน นาน 3 ปี หวังลดน้ำหนัก สุดท้ายไม่ได้ผอมอย่างเดียว แต่ได้ของแถมเกินคาด!

หมอเตือน “งดข้าวเย็น” ทุกวัน ไม่ได้ผอมอย่างเดียว ชายวัย 58 กระเพาะพัง-น้ำดีไหลย้อน หลังทำตามสูตรลดน้ำหนักจากเน็ต

หลายคนเชื่อว่าการงดอาหารเย็นเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลเร็ว ทั้งยังมองว่าเป็นการ “ล้างพิษ” ให้ร่างกาย และช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดี จนกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ถูกแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ แต่ล่าสุด เรื่องราวของชายวัย 58 ปีจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลายเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้แพทย์ต้องออกมาเตือนว่า การอดมื้อเย็นติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารมากกว่าที่คิด

รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวใช้นามสกุล “จาง” เขาตัดสินใจงดอาหารเย็นต่อเนื่องนานถึง 3 ปี เพราะเชื่อว่าวิธี “ไม่กินหลังเที่ยง” จะช่วยรักษารูปร่าง ลดน้ำหนัก และทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ช่วงแรกน้ำหนักของเขาลดลงจริง หน้าท้องแบนลง จึงยิ่งมั่นใจว่าแนวทางนี้ได้ผล แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ ทั้งปวดท้อง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ระบบย่อยรวน และเบื่ออาหาร จนสุดท้ายครอบครัวต้องพาไปพบแพทย์

ตรวจพบกระเพาะอักเสบ-เยื่อบุกระเพาะฝ่อ หลังอดมื้อเย็นนานหลายปี

ผลตรวจจากโรงพยาบาลพบว่า นายจางมีภาวะเยื่อบุกระเพาะอาหารฝ่อ กระเพาะอักเสบจากน้ำดีไหลย้อน รวมถึงระดับฮอร์โมนแกสตรินสูงผิดปกติ แพทย์สรุปว่าสาเหตุสำคัญมาจากการงดอาหารเย็นเป็นเวลานาน จนระบบย่อยอาหารเสียสมดุล

ดร.หลี่ หมิง หัวหน้าแผนกทางเดินอาหาร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน อธิบายว่า ร่างกายมนุษย์ทำงานตามนาฬิกาชีวภาพ การงดอาหารเย็นติดต่อกันนานๆ เปรียบเหมือนการบังคับให้ระบบย่อยอาหารหยุดทำงานแบบกะทันหัน ซึ่งอาจกระทบต่อกระเพาะอาหารและฮอร์โมนในร่างกายได้

แม้จะไม่มีอาหารเข้าสู่ร่างกาย แต่กระเพาะอาหารยังคงหลั่งกรดออกมาตามปกติ หากปล่อยให้ท้องว่างเป็นเวลานาน กรดจะเริ่มระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะ ขณะเดียวกัน น้ำดีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยย่อยอาหาร ก็อาจไหลย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะได้ง่าย จนเกิดอาการอักเสบหรือแสบร้อนในช่องท้อง

แพทย์ชี้ “งดข้าวเย็น” ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การอดอาหารเป็นช่วงๆ หรือ Intermittent Fasting รวมถึงแนวคิด “ไม่กินหลังเที่ยง” ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานและวัยกลางคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หลายคนเชื่อว่ายิ่งกินน้อย ยิ่งอายุยืน แต่แพทย์เตือนว่าความจริงไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมโภชนาการเซี่ยงไฮ้ในปี 2022 พบว่า ในกลุ่มคนที่งดอาหารเย็นหรือไม่กินหลังเที่ยงเป็นประจำ มีเพียงประมาณ 12% เท่านั้นที่ถูกประเมินว่ามีสุขภาพดี ขณะที่อีกจำนวนมากเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญและระบบย่อยอาหารหลังทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ หลายคนยังมีอาการเวียนศีรษะ น้ำตาลในเลือดต่ำ หงุดหงิด นอนไม่หลับ หรือหิวหนักในช่วงดึก จนสุดท้ายกลับไปกินมากกว่าเดิม ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักแกว่งและเกิด “โยโย่เอฟเฟกต์” ตามมา

ผู้เชี่ยวชาญแนะ วิธีกินมื้อเย็นให้ดีต่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนัก

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่การ “งด” มื้อเย็น แต่คือการ “เลือกกิน” ให้เหมาะสม โดยแนวทางโภชนาการของจีนปี 2022 แนะนำว่า มื้อเย็นควรคิดเป็นประมาณ 30-35% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน และควรกินก่อนนอนประมาณ 3 ชั่วโมง

อาหารมื้อเย็นที่เหมาะสมควรมีทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โปรตีนคุณภาพดี และผักในปริมาณพอเหมาะ เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา เนื้อไม่ติดมัน ผักใบเขียว หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้อิ่มนานและไม่เพิ่มภาระให้กระเพาะอาหารมากเกินไป

ในทางกลับกัน สิ่งที่ทำร้ายสุขภาพจริงๆ คือการกินอาหารทอด อาหารไขมันสูง คาร์โบไฮเดรตขัดสี หรือกินดึกใกล้เวลานอน รวมถึงการปล่อยให้มื้ออาหารไม่เป็นเวลา เพราะอาจรบกวนนาฬิกาชีวภาพและระบบย่อยอาหารในระยะยาว

แพทย์เตือน อย่าหลงเชื่อสูตรลดน้ำหนักสุดโต่งจากโลกออนไลน์

แพทย์ระบุว่า หลายคนเข้าใจผิดว่าการไม่รู้สึกหิวระหว่างอดอาหารเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังแข็งแรงขึ้น แต่ความจริงอาจเป็นสัญญาณว่าระบบย่อยอาหารกำลังทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะหากมีอาการปวดท้อง ท้องอืด หิวจัด ท้องผูก หรือหลับยากร่วมด้วย

กรณีของนายจางจึงกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่า สูตรลดน้ำหนักที่กำลังได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป เพราะแม้บางคนจะลดน้ำหนักได้จริง แต่บางคนอาจต้องแลกด้วยปัญหาสุขภาพระยะยาว

ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ร่างกายต้องการ “ความสมดุล” มากกว่าความสุดโต่ง การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนควรมาจากการกินอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ มากกว่าการอดอาหารจนระบบย่อยอาหารพังเพียงเพื่อให้ตัวเลขบนตาชั่งลดลงอย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...